ส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในกลุ่มผู้สูงอายุ โดยใช้หลัก 3 อ. บ้านบาตันใน
-
น.ส.ดรุณี ดือราแม
-
นางยารีย๊ะ ดือราแม
-
นายวสันต์ เจ๊ะแต
-
นายรอสาลี ดือราแม
-
นางอาบีบ๊ะ เจ๊ะแต
-
ร้อยละของผู้สูงอายุที่ชอบบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม50.00
-
จำนวนบุคคลในครอบครัวที่มีความรู้ความเข้าใจและสามารถปฏิบัติต่อผู้สูงอายุที่ต้องได้รับการดูแล (คน)20.00
-
จำนวนผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เช่น หกล้มง่าย เป็นต้น20.00
จากการศึกษาข้อมูลพบว่าโครงสร้างประชากรของประเทศไทย กลุ่มประชากรผู้สูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั่งด้านปริมาณและสัดส่วนต่อประชากร จำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้นเช่นนี้ เนื่องมาจาก การพัฒนาด้านสาธารรณสุขและทางแพทย์ ทำให้อัตราการตายลดลง ผู้สูงอายุจึงมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น แต่ผู้สูงอายุก็ยังได้รับผลกระทบจากการเสื่อมถอยของร่างกายตามวัย รวมทั้งผลของโรคเรื้อรังหรืออุบัติเหตุ สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้สูงอายุดำรงชีวิตอยู่อย่างไม่มีความสุข ผู้สูงอายุ ถือว่าเป็น ปูชนียบุคคลของสังคมที่มีคุณค่ายิ่ง เนื่องจากผ่านประสบการณ์มามาก และเป็นกำลังสำคัญของสังคมมาก่อน มีความรู้มีทักษะ อนุรักษ์ และสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น วิถีชีวิตดั้งเดิม และได้ทำคุณประโยชน์แก่สังคมมาแล้วมากมาย แต่ในปัจจุบัน เป็นสังคมที่มีการแข่งขันในเรื่องการทำงาน บุตรหลานซึ่งเป็นวัยทำงาน จะต้องออกไปนอกบ้าน กว่าจะกลับมาก็ค่ำ ทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวระหว่าง พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย หรือญาติผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นผู้สูงวัยลดน้อยลง มีช่องว่างระหว่างวัย ผู้สูงอายุถูกปล่อยให้อยู่กับบ้าน รู้สึกน้อยใจ ไม่มีคุณค่า ทำให้เกิดโรคซึมเศร้าได้ จากการสำรวจข้อมูลด้านผู้สูงอายุ มีจำนวนผู้สูงอายุที่ติดบ้านและมีปัญหาในเรื่อง นอนไม่หลับ เศร้า และมีปัญหาในการพูดคุยกับลูกหลานในครอบครัว และไม่สามารถไปร่วมกิจกรรมนอกพื้นที่ได้ จำนวน 70 คนในการนี้กลุ่มบัณฑิตอาสาฯ ร่วมกับ ชุมชนตำบลเปียนได้เห็นความสำคัญของผู้สูงอายุ และความเป็นอยู่ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ การปรับตัว การอยู่ร่วมกับ ครอบครัว และสังคม ได้อย่างมีความสุข ซึ่งจะทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าชีวิตมีคุณค่า สามารถทำประโยชน์ให้แก่สังคม และมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป
-
เพื่อลด จำนวนผู้สูงอายุที่ติดการบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม30.00
ร้อยละของผู้สูงอายุที่ชอบบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม ลดลง
-
เพื่อเพิ่มจำนวนบุคคลในครอบครัวที่มีความรู้ความเข้าใจและสามารถปฏิบัติต่อผู้สูงอายุที่ต้องได้รับการดูแล50.00
จำนวนบุคคลในครอบครัวที่มีความรู้ความเข้าใจและสามารถปฏิบัติต่อผู้สูงอายุที่ต้องได้รับการดูแล เพิ่มขึ้น
-
เพื่อลดจำนวนผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ10.00
ลดจำนวนผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เช่น หกล้มง่าย เป็นต้น
-
กลุ่มผู้สูงอายุ50
-
บุคคลในครอบครัวที่ทำหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุ50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมคณะทำงานและวางแผนการดำเนินโครงการ
1.ประชุมชี้แจงคณะทำงาน 5 คน และมีการวางแผนการดำเนินงาน
งบประมาณ
- ค่าอาหารว่าง (5 คน*35บาท * 2 มื้อ = 350 บาท)
-อาหาร (5 คน50 บาท 1 มื้อ= 250 บาท)
5 มีนาคม 2564 ถึง 5 มีนาคม 25641.ประชุมชี้แจงคณะทำงาน ได้มีความรู้เกี่ยวกับเพื่อใช้ในการดำเนินกิจกรรมที่มีความสอดคล้องอย่างสมบูรณ์แบบ
2.ได้มีการจัดเตรียมเอกสารและวางแผนการดำเนินงานโครงการ เพื่อใช้ในการดำเนินกิจกรรมที่มีความสอดคล้องกัน
600.00 บาท - ค่าอาหารว่าง (5 คน*35บาท * 2 มื้อ = 350 บาท)
-
อบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาทักษะผู้ดูแลผู้สูงอายุในครอบครัว เดือนที่ 1
อบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาทักษะผู้ดูแลผู้สูงอายุในครอบครัว จำนวน 50 คน เพื่อส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในกลุ่มผู้สูงอายุ โดยใช้หลัก 3 อ.
ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 80 คนๆ ละ 50 บาท เป็นเงิน 4000 บาท
ค่าอาหารว่าง จำนวน 80คนๆละ 25 บาท 2 มื้อ เป็นเงิน 4000 บาท
ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 6 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3600 บาท
ค่าไวนิล จำนวน 1 ผืนๆละ 400 บาท31 มีนาคม 2564 ถึง 31 มีนาคม 2564ผู้ดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวมีความรู้ ความเข้าใจและทักษะในการดูแลผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค โดยใช้หลัก 3 อ.
12000.00 บาท -
อบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาทักษะผู้ดูแลผู้สูงอายุในครอบครัว เดือนที่ 2
กิจกรรมสูงวัยใส่ใจสุขภาพ เดือนที่ 2 โดยมีกิจกรรมดังนี้
1.มีการให้ความรู้การดูแลสุขภาพแก่ผู้อายุสูงการดูแลสุขภาพด้านสุนไพรป้องกันโรค
2 จัดทำแปลงสาธิต และสมุนไพรป้องกันโรค ตามหลักภูมิปัญญาพื้นบ้าน
3.มีการสาธิตและแนะนำเมนูสุขภาพในผู้สูงอายุ
งบประมาณ
-ค่าวิทยากร 3ชั่วโมง ๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 1800บาท
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ผู้เข้าร่วมโครงการและคณะทำงาน รวม 80 คน 25 บาท รวมเป็นเงิน 2000 บาท
จัดซื้อวัสดุอุปกรณ์สาธิตทำสวนสมุนไพร
กระถาง จำนวน 60 กระถาง กระถางละ 50 บาท รวมเป็นเงิน 3,000 บาท
ดินหมักอินทรีย์ จำนวน 50 ถุง ๆละ 35 บาท รวมเป็นเงิน 1,750 บาท
ค่าต้นสมุนไพร จำนวน 60 ต้นๆละ 50 บาท ใช้สาธิตและมอบให้ผู้เข้าร่วมโครงการนำไปปลูกในบริเวณบ้าน รวมเป็นเงิน 3,000 บาท
ปุ๋ยคอก จำนวน 50 กระสอบ กระสอบละ 20 บาท รวมเป็นเงิน 1,000 บาท
ถุงดำเพาะต้นไม้ จำนวน 2 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 70 บาทรวมเป็นเงิน 140 บาท
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 12690 บาท
9 เมษายน 2564 ถึง 9 เมษายน 25641.ผู้สูงอายุในพื้นที่ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพในผู้สูงอายุ และสามารถใช้สมุนไพรตามหลักภูมิปัญญาพื้นบ้านในการดูแลตนเอง
2.ผู้สูงอายุมีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น
3.ผู้สูงอายุมีตัวอย่างเมนูสุขภาพในการดูเลตนเอง
12690.00 บาท -
อบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาทักษะผู้ดูแลผู้สูงอายุในครอบครัว เดือนที่ 3
กิจกรรมสูงวัยใส่ใจสุขภาพ เดือนที่ 3
โดยมีกิจกรรมดังนี้
1.กิจกรรมเตรียมความพร้อมสู่วัยผู้สูงอายุ " สูงวัยทำงัยไม่ล้ม ก้าวสู่สังคมอย่างมั่ยใจ "
2 .มีการสาธิตและแนะนำเมนูสุขภาพในผู้สูงอายุ
งบประมาณ
-ค่าวิทยากร 3ชั่วโมง ๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 1800บาท
-อุปกรณ์สาธิตเมนูสุขภาพเดือนละ 1000 บาทเป็นเงิน 1000 บาท
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ผู้เข้าร่วมโครงการและคณะทำงาน รวม 80 คน 25 บาท รวมเป็นเงิน 2000 บาท
14 พฤษภาคม 2564 ถึง 14 พฤษภาคม 25641.ผู้สูงอายุมีความรู้เรื่องเตรียมความพร้อมสู่วัยผู้สูงอายุ " สูงวัยทำงัยไม่ล้ม ก้าวสู่สังคมอย่างมั่ยใจ " และสามารถปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้
2.ผู้สูงอายุมีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น
3.ผู้สูงอายุมีตัวอย่างเมนูสุขภาพในการดูเลตนเอง
4800.00 บาท -
ติดตามพฤติกรรมสุขภาพของผู้สูงอายุ
ติดตามพฤติกรรมสุขภาพของผู้สูงอายุ จำนวน 50 คน
ค่าเอกสารแบบติดตามพฤติกรรมสุขภาพผู้สูงอายุ จำนวน 50 ชุดๆละ 10 บาท เป็นเงิน 500 บาท
ค่าตอบแทนผู้ลงพื้นที่ติดตามและสำรวจข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพของผู้สูงอายุ จำนวน 50 ครั้งๆละ 50 บาท เป็นเงิน 2500 บาท
1 พฤษภาคม 2564 ถึง 16 กรกฎาคม 2564มีข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพของผู้สูงอายุ เพื่อใช้ในการวางแผนและกำหนดแนวทางในการดูแลผู้สูงอายุ
3000.00 บาท -
สรุปโครงการส่งกองทุนฯ
สรุปโครงการส่งกองทุนฯ
16 กรกฎาคม 2564 ถึง 16 กรกฎาคม 2564มีรายงานฉบับสมบูรณ์ส่งกองทุน
0.00 บาท
1.ผู้ดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวมีความรู้ ความเข้าใจและทักษะในการดูแลผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค โดยใช้หลัก 3 อ.
2.มีข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพของผู้สูงอายุ เพื่อใช้ในการวางแผนและกำหนดแนวทางในการดูแลผู้สูงอายุ
3.เกิดชมรมผู้สูงอายุรักสุขภาพบ้านบาตันใน
