โครงการชุมชนใส่ใจสุขภาพ ลดหวาน ลดเค็ม ปี 2562
-
นายธงธวัช ลูกรักษ์
-
นางสุธธารทิพย์ มากบุญ
-
น.ส.อุไรวรรณ สังข์ชุม
-
น.ส.ขจีพรรณ บุญญานุวงศ์
-
น.ส.กันติมา แก่นแท่น
-
คนไทยบริโภคนำ้ตาลสูงถึง 16 ช้อนชาต่อคนต่อวัน ในส่วนของตำบลนาสาร มีกลุ่มเสี่ยงเบาหวานจำนวน 345 คน345.00
-
เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารรสหวานในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน10.00
จำนวนครัวเรื่อนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานที่สามารถลดพฤติกรรมการรับประทานอาหารรสหวานได้ อย่างน้อยร้อยละ 20 ของจำนวนครัวเรือนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมการใช้เครื่องวัดความหวานความเค็มในอาหารแก่เจ้าหน้าที่และอสม.
จัดซื้อเครื่องวัดความหวานความเค็มในอาหาร
-ค่าเครื่องวัดความหวานในอาหาร จำนวน 2 เครื่อง เครื่องละ 10000 บาท เป็นเงิน 20000 บาท
-ค่าเครื่องวัดความเค็มในอาหาร จำนวน 2 เครื่อง เครื่องละ 2500 บาท เป็นเงิน 5000 บาท
อบรม ชี้แจง ให้ความรู้และฝึกปฏิบัติการใช้เครื่องวัดความหวานความเค็มในอาหารแก่เจ้าหน้าที่และ อสม.
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มในการอบรม ให้ความรู้และฝึกปฏิบัติแก่เจ้าหน้าที่และ อสม. จำนวน 20 คน คนละ 2 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 1000 บาท
-ค่าอาหารกลางวันในการอบรม ให้ความรู้และฝึกปฏิบัติ แก่เจ้าหน้าที่และ อสม. จำนวน 20 คน คนละ 2 มื้อๆละ 50 บาท เป็นเงิน 1000 บาท
1 สิงหาคม 2562 ถึง 31 สิงหาคม 2562อสม. ทุกคนที่เข้าอบรม ได้รับความรู้ และฝึกวัดความหวานความเค็มในอาหาร สามารถใช้เครื่องมือได้ถูกวิธี
27000.00 บาท -
ลงพื้นที่วัดความหวาน ความเค็มในอาหารตามครัวเรือน จำนวน 2 ครั้ง/สัปดาห์ แลทุกสัปดาห์ต่อเนื่อง 3 เดือน และบันทึกผลการวัด
ลงพื้นที่วัดความหวาน ความเค็มในอาหารตามครัวเรือน จำนวน 2 ครั้ง/สัปดาห์ แลทุกสัปดาห์ต่อเนื่อง 3 เดือน และบันทึกผลการวัด
ไม่ใช้งบประมาณ
1 สิงหาคม 2562 ถึง 30 กันยายน 2562ครัวเรือนที่ได้รับการวัดประเมินความหวานความเค็มในอาหารที่ปรุงรับประทาน จำนวน 77 ครัวเรือน มีครัวเรือนสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการปรุงอาหาร ให้ค่าความหวานความเค็มในอาหารไม่เกินค่าเกณฑ์ที่ควรเป็น และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ประชากรที่ป่วยสามารถควบคุมโรคได้ จำนวน 49 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 63.63
0.00 บาท
มีครัวเรือนที่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปรุงอาหารและรับประทานอาหารที่มีค่าความหวานความเค็มตามมาตรฐาน คือ ค่าความหวานในอาหารหรือแกงที่ปรุง ไม่ควรเกิน 5 และค่าความเค็มในอาหารหรือแกงที่ปรุง ไม่ควรเกิน 3 จำนวนอย่างน้อย 10 ครัวเรือน ซึ่งในโครงการมีครัวเรือนสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการปรุงอาหาร ให้ค่าความหวานความเค็มในอาหารไม่เกินค่าเกณฑ์ดังกล่าว และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ประชากรที่ป่วยสามารถควบคุมโรคได้ จำนวน 49 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 63.63
