โครงการเสริมพลังผู้ป่วยโรคเรื้อรังเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในการป้องกันโรคไต โรคหัวใจและโรคหลอดเลือด
ปัจจุบันประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีผลกระทบมาจากกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกและการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ การแข่งขันทางการตลาด การสื่อสารและการคมนาคม รวมถึงการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลกระทบต่อวิถีชีวิตและสุขภาพของประชาชนไทยเป็นอย่างมาก จะเห็นได้จากในอดีตปัญหาสุขภาพของประชาชนส่วนใหญ่เจ็บป่วยด้วยโรคติดเชื้อ แต่ในปัจจุบัน และในอนาคต ปัญหาสุขภาพจะมีผลกระทบมาจากสังคม สิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมมากขึ้นตามลำดับ จะเห็นได้จากพฤติกรรมที่เป็นปัญหา เช่น พฤติกรรมการบริโภค พฤติกรรมการออกกำลังกาย พฤติกรรมความปลอดภัย การใช้ยาและสารเสพติด ปัญหาสุขภาพจิต เป็นต้น ดังนั้น การดำเนินการในการแก้ไขปัญหาสาธารณสุขของประเทศ จำเป็นจะต้องพัฒนาประชาชนให้มีองค์ความรู้ และทักษะที่จำเป็น และพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพให้เหมาะสม ทั้งระดับบุคคลครอบครัว และชุมชนครอบคลุม กลุ่มประชากรเป้าหมาย เพื่อให้ประชาชนสามารถส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้แก่ตนเอง ครอบครัว และชุมชนได้ ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวจำเป็นจะต้องส่งเสริมพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพที่สำคัญๆ ที่ก่อให้เกิดปัญหาสาธารณสุขของประเทศ นโยบายสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ช่วยคนไทยห่างไกลโรค มีเป้าหมายที่สำคัญ คือ การสร้างสุขภาพที่ดีให้กับประชาชน และลดปัญหาค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาว โดยใช้กระบวนการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนให้การดำเนินงานช่วยคนไทยห่างไกลโรคให้บรรลุผลสำเร็จ โดยการส่งเสริมให้มีความรู้ และทักษะในการดูแลตนเอง และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ โดยใช้หลัก ๓อ.๒ส. เป็นหลัก เพื่อให้มีสุขภาวะในทุกด้าน หลังการตรวจคัดกรองความเสี่ยงเพื่อ ค้นหาโรคในระยะเริ่มต้น
ปัจจัยสำคัญที่เชื่อว่าเป็นสาเหตุของโรคเรื้อรังคือ พฤติกรรมในการดำเนินชีวิตของบุคคลขาดความสมดุล เช่น การรับประทานอาหารไขมันสูง อาหารรสหวานจัดและเค็มจัด ไม่รับประทานผัก ผลไม้ ไม่ออกกำลังกาย การใช้ชีวิตที่สะดวกสบายเกินไป และการใช้สารเสพติด เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีการระบุว่าความเครียดในชีวิตยังเป็นปัจจัยร่วมที่ทำให้เกิดโรคเรื้อรังได้ คนที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังคือ ผู้มีภาวะอ้วน ผู้ที่มีคลอเรสเตอรอลในเลือดสูงผู้มีอายุเกิน 35 ปี ผู้ที่ขาดการออกกำลังกาย และผู้ที่มีภาวะเครียดสูงโรคหัวใจและหลอดเลือด (cardiovascular diseases)เป็นกลุ่มโรคที่เกิดกับระบบหัวใจและ หลอดเลือด เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญระดับประเทศ ซึ่งเป็นสาเหตุการป่วย พิการและเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของโลกรวมถึงประเทศไทยในปัจจุบัน โดยสามในสี่ของการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดทั้งหมดเกิดจากโรคหัวใจขาดเลือด (ischaemic heart diseases) และโรคหลอดเลือดสมอง (cerebrovascular diseases) ซึ่งเกิดจากการที่หลอดเลือดตีบตันหรือขาดความยืดหยุ่นจากการสะสมของไขมัน โปรตีนและแร่ธาตุ ที่บริเวณผนังหลอดเลือด สาเหตุการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในคนไทยที่สำคัญ ได้แก่ ภาวะความดันโลหิตสูง ภาวะไขมันเลือดสูง เบาหวาน การสูบบุหรี่ และภาวะอ้วน
การรักษาโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงโดยการให้ความสำคัญเฉพาะด้านการแพทย์อาจไม่เพียงพอ เพื่อการควบคุมโรคที่สมบูรณ์ ผู้ป่วยต้องได้รับความรู้เรื่องโรครวมไปถึงความรู้เรื่องโภชนาการและการออกกำลังกายที่ถูกต้อง พร้อมทั้งได้รับการกระตุ้นการเปลี่ยนพฤติกรรมผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น ค่ายเบาหวาน ความดันหรือกิจกรรมชมรมอย่างสม่ำเสมอซึ่งถ้าปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดตั้งแต่ระยะต้น ก็จะสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขโดยปราศจากโรคแทรกซ้อนได้
ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหาดไข่เต่า จึงจัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพป้องกันโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมอง ลดโรค ลดพุง ขึ้นเพื่อปรับ เปลี่ยนพฤติกรรมในการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดขึ้น เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงแก้ปัญหาการเกิดโรคเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือดที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ลดภาระและการสูญเสียในทุกมิติ ทั้งกาย จิต สังคม เศรษฐกิจต่อผู้ป่วย ครอบครัว และประเทศชาติ เพื่อปรับ เปลี่ยนพฤติกรรมในการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดขึ้น
-
เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีความเชื่อในความสามารถของตนเองในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อควบคุมความ เสี่ยงของโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้น0.00
กลุ่มเป้าหมายมีความสามารถในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
-
เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีพฤติกรรมการดูแลตนเองที่เหมาะสม ในเรื่องการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การจัดการความเครียดด้วยตนเอง การรับประทาน3ยา ดูแลและเฝ้าระวังภาวะเสี่ยงที่ถูกต้องเพิ่มขึ้น0.00
กลุ่มเป้าหมายมีพฤติกรรมการดูแลตนเองที่เหมาะสม
-
เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีภาวะสุขภาพที่ดีขึ้น หลังจากเข้าร่วมโครงการ โดยพิจารณาจากค่าดัชนีมวลกาย รอบเอว ค่าความดันโลหิต และระดับน้ำตาลในเลือด0.00
กลุ่มเป้าหมายมีภาวะสุขภาพที่ดีขึ้น ค่าดัชนีมวลกาย รอบเอว ค่าความดันโลหิต และระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง0
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง60
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการดูแลสุขภาพการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดเพื่อลดภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงแก้ปัญหาการเกิดโรคเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือดที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตแก่กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
-.ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน60คน วิทยากรและเจ้าหน้าที่ 6 คน รวม 66 คน ๆละ 1มื้อๆละ60บาท รวมเป็นเงิน3,960บาท
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน60คน วิทยากรและเจ้าหน้าที่ 6 คน
รวม 66คน ๆละ 2มื้อๆละ25บาทรวมคนละ 50 บาท รวมเป็นเงิน 3,300บาท
-ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 6 ชั่วโมงๆละ 600 บาทเป็นเงิน3,600 บาท
17 กันยายน 2563 ถึง 17 กันยายน 256310860.00 บาท -
จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการดูแลสุขภาพการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดเพื่อลดการเกิดของโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงแก้ปัญหาการเกิดโรคเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือดที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตแก่กลุ่มเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
-.ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน60คน วิทยากรและเจ้าหน้าที่ 6 คน รวม 66 คน ๆละ 1มื้อๆละ60บาท รวมเป็นเงิน3,960บาท
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน60คน วิทยากรและเจ้าหน้าที่ 6 คน
รวม 66คน ๆละ 2มื้อๆละ25บาทรวมคนละ 50 บาท รวมเป็นเงิน 3,300บาท
-ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 6 ชั่วโมงๆละ 600 บาทเป็นเงิน3,600 บาท
18 กันยายน 2563 ถึง 18 สิงหาคม 256310860.00 บาท -
ค่าจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ในการดำเนินการตามโครงการ
- ค่าเครื่องชั่งน้ำหนัก จำนวน 3เครื่องๆละ1,000 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
-ค่าเครื่องวัดความดันโลหิต จำนวน 2 เครื่องๆละ 2,640 บาท เป็นเงิน 5,280 บาท
17 กันยายน 2563 ถึง 18 กันยายน 25638280.00 บาท
1.ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมโครงการที่มีระดับน้ำตาลและความดันโลหิตสูงเกินเกณฑ์มีระดับความดันและระดับน้ำตาลลดลงไม่มีภาวะแทรกซ้อน สามารถควบคุมโรคได้ ลดอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อน
๒. อัตราป่วยด้วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงรายใหม่ลดลง
3. ประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมีผลการ
ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด/ระดับความดันโลหิต เปลี่ยนแปลงอยู่ในเกณฑ์ปกติ
