โครงกาโครงการดูแลฝ้าระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในกลุ่มเสี่ยงที่มีอายุ 35 ปี ขึ้นไป บ้านคาบเหนือประจำปี 2563
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน25.00
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง25.00
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน25.0025.00
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง25.0025.00
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงลดลง
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรม ดูแลฝ้าระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในกลุ่มเสี่ยงที่มีอายุ 35 ปี ขึ้นไป บ้านคาบเหนือ ประจำปี 2563
ส่วนที่ 1: รายละเอียดแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม (สำหรับผู้เสนอแผนงาน/โครงการ/ลงรายละเอียด)
1.วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัด
เพื่อคัดกรองค้นหากลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานความดันโลหิตสูงของประชาชนที่มีอายุ 35 ปี ขึ้นไป ผู้ป่วยในหมู่บ้าน
เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงของประชาชนที่มีอายุ 35ปี ขึ้นไปในหมู่บ้าน
เพื่อให้เกิดระบบติดตามดูแลอย่างต่อเนื่องในระดับชุมชนเกี่ยวกับการดูแลโรคเบาหวานและโรคเบาหวานและ ความดันโลหิตสูงของประชาชนที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป
เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงของประชาชนที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป
2.วิธีดำเนินการ
ขั้นเตรียมการ
จัดทำโครงการเสนอเพื่อพิจารณาอนุมัติ
ประชุมชี้แจงแก่อาสาสมัครสาธารณสูงและผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมความพร้อมและทำความเข้าเพื่อ รับทราบ นโยบายและแนวทางการดำเนินงานเรื่องโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
ประสานงานขอความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ในการดำเนินงานตามโครงการ
ขั้นดำเนินการ
ประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้ประชาชนรับทราบสถานการณ์ของโรคที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมทางสุขภาพ ที่ไม่ถูกต้องและส่งกระทบให้เกิดภาวการณ์เจ็บป่วยด้วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง
จัดกิจกรรมให้บริการตรวจคัดกรองสุขภาพแก่ประชาชนที่มีอายุ 35 ปี ตามเกณฑ์มาตรฐานการ ตรวจคัดกรองสุขภาพเบื้องต้นโดยการวัดดัชนีมวลกาย(BMI)และเส้นวัดรอบเอว ตรวจคัดกรองภาวะ น้ำตาลในเลือดและตรวจวัดความดันโลหิต
กำหนดบทบาทหน้าที่ของแต่ละบุคคล อสม.ติดตามกลุ่มเป้าหมายเพื่อคัดแยกกลุ่มประชาชนที่มี พฤติกรรมเสี่ยงต่อการป่วยด้วยโรคที่ต้องเฝ้าระวังคือเบาหวานและความดันโลหิต เพื่อออกติดตาม ให้บริการในเชิงรุก โดยจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมสุขภาพในด้านการดูแลเฝ้าระวังและ ป้องกันปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดภาวะเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โดยเจ้าหน้าที่ สาธารณสุขและทีมสุขภาพในพื้นที่จำนวน 3 ครั้งแต่ละครั้งห่างกันครั้งละ 3 เดือน (กำหนดจัดกิจกรรม ในช่วงเดือนมกราคม เมษายนและกรกฎาคมของงบประมาณนั้น
ขั้นสรุปผลการดำเนินการ
สรุปผลการดำเนินโครงการ
- ระยะเลาดำเนินการ
เดือนมกราคมถึงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
- สถานที่ดำเนินการ
ศาลากลางหมู่บ้านเกรียด หมู่ที่ ๒ ตำบลเทนมีย์ อำเภอเมืองสุรินทร์ จงหวัดสุรินทร์ . 5. งบประมาณ จากงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพ องค์การบริหารส่วนตำบลเทนมีย์ จำนวน 34,440 บาท รายละเอียด ดังนี้
ค่าป้ายโครงการ เป็นเงิน 600 บาท
ค่าป้ายรณรงค์ เป็นเงิน 1,500 บาท
ค่าสถานที่ จำนวน 3 ครั้งๆละ 500 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
ค่าเครื่องเสียง จำนวน 3 ครั้งๆละ 700 บาท เป็นเงิน 2,100 บาท
ค่าอาหารกลางวันแก่ผู้เข้าร่วมจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้พฤติกรรมสุขภาพ จำนวน 3 ครั้งๆละ 50 คนๆ ละ 50 บาท เป็นเงิน 7,500 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มแก่ผู้เข้าร่วมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้พฤติกรรมสุขภาพ จำนวน 3 ครั้งๆละ 50 คนๆละ 25 บาท เป็นเงิน 7,500 บาท .
ค่าจัดทำสื่อเสียงตามสายในการให้ความรู้และแนวทางในการดูแลพฤติกรรมสุขภาพในด้านการดูแล เฝ้าระวังและป้องกันโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง จำนวน 2 ชุดๆละ 100 บาท เป็นเงิน 200 บาท
ค่าวิทยากรกลุ่มในการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้พฤติกรรมสุขภาพ ด้านดูแลเฝ้าระวังป้องกัน โรคเบาหวานและความดันสูง จำนวน 3 ครั้งๆละ 2 คนๆละ 3 ชั่วโมงๆละ 300 บาท เป็นเงิน 5,400 บาท
ค่าเครื่องเจาะนำตาล จำนวน 1 เครื่องๆละ 2,500 บาท เป็นเงิน 2,500 บาท
ค่าชุดเจาะเลือดและแถบตรวจน้ำตาล จำนวน 6 กล่องๆละ 690 บาท(1 กล่องบรรจุแถบตรวจ 25 ชิ้น) เป็นเงิน 4,140 บาท
ค่าจัดซื้อเครื่องชั่งน้ำหนักชนิดตัวเลข จำนวน 1 เครื่องๆละ 1,500 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 34,440 บาท(-สามหมื่นสี่พันสี่ร้อยสี่สิบบาทถ้วน-)
1 มกราคม 2563 ถึง 30 กันยายน 2563ประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงของประชาชนที่มีอายุ 35 ปีขึ้น ไปในหมู่บ้าน ได้รับการคัดกรองสุขภาพเบื้องต้น อย่างน้อยร้อยละ 80 .
อัตราป่วยด้วยต่อการเกิดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงของประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไปในหมู่บ้าน มีอัตราป่วยลดลง
เกิดระบบการติดตามดูแลอย่างต่อเนื่องในระบบชุมชน เกี่ยวกับการดูแลโรคเบาหวานและโรคความ ดันโลหิตสูงของประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป
เกิดระบบการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานและโรคความดัน โลหิตสูงของ ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป 5. เกิดระบบเครือข่ายสุขภาพในการควบคุมและป้องกันโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในระดับ
หมู่บ้าน/ตำบล
- ประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงของประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไปได้รับการวินิจฉัย ส่งต่อและรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน .
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงของประชาชนที่มีอายุ 35 ปีขึ้น ไปในหมู่บ้าน ได้รับการคัดกรองสุขภาพเบื้องต้น อย่างน้อยร้อยละ 80 .
อัตราป่วยด้วยต่อการเกิดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงของประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไปในหมู่บ้าน มีอัตราป่วยลดลง
เกิดระบบการติดตามดูแลอย่างต่อเนื่องในระบบชุมชน เกี่ยวกับการดูแลโรคเบาหวานและโรคความ ดันโลหิตสูงของประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป
เกิดระบบการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานและโรคความดัน โลหิตสูงของ ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป 5. เกิดระบบเครือข่ายสุขภาพในการควบคุมและป้องกันโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในระดับ
หมู่บ้าน/ตำบล
- ประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงของประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไปได้รับการวินิจฉัย ส่งต่อและรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน .
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงของประชาชนที่มีอายุ 35 ปีขึ้น ไปในหมู่บ้าน ได้รับการคัดกรองสุขภาพเบื้องต้น อย่างน้อยร้อยละ 80 .
อัตราป่วยด้วยต่อการเกิดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงของประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไปในหมู่บ้าน มีอัตราป่วยลดลง
เกิดระบบการติดตามดูแลอย่างต่อเนื่องในระบบชุมชน เกี่ยวกับการดูแลโรคเบาหวานและโรคความ ดันโลหิตสูงของประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป
เกิดระบบการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานและโรคความดัน โลหิตสูงของ ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป 5. เกิดระบบเครือข่ายสุขภาพในการควบคุมและป้องกันโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในระดับ
หมู่บ้าน/ตำบล
- ประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงของประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไปได้รับการวินิจฉัย ส่งต่อและรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน .
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงของประชาชนที่มีอายุ 35 ปีขึ้น ไปในหมู่บ้าน ได้รับการคัดกรองสุขภาพเบื้องต้น อย่างน้อยร้อยละ 80 .
อัตราป่วยด้วยต่อการเกิดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงของประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไปในหมู่บ้าน มีอัตราป่วยลดลง
เกิดระบบการติดตามดูแลอย่างต่อเนื่องในระบบชุมชน เกี่ยวกับการดูแลโรคเบาหวานและโรคความ ดันโลหิตสูงของประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป
เกิดระบบการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานและโรคความดัน โลหิตสูงของ ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป 5. เกิดระบบเครือข่ายสุขภาพในการควบคุมและป้องกันโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในระดับ
หมู่บ้าน/ตำบล
- ประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงของประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไปได้รับการวินิจฉัย ส่งต่อและรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน .
34440.00 บาท
