โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ตำบลส้าน อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ปี 2563
โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง นับเป็นปัญหาการเจ็บป่วยที่สำคัญของประชากรทั่วโลก และเป็นปัจจัยเสี่ยงของการเสียชีวิตอันดับต้น ๆของโลก ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงทั้งโลกมีอัตราการตายร้อยละ 13 ขณะที่ผู้ป่วยเบาหวานทั่วโลกมีอัตราการตายร้อยละ 6ขณะที่โลกเคลื่อนตัวไปสู่การพัฒนาระบบการแพทย์ เทคโนโลยีในการรักษาที่ทันสมัย อายุคาดเฉลี่ยของมนุษย์ยาวนานขึ้น ปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพในอดีตอย่างเรื่องสุขอนามัยไม่ดีลดลงอย่างรวดเร็ว หากแต่ปัจจัยเสี่ยงสมัยใหม่กลับเพิ่มภาระคุกคามให้กับชีวิตที่สุขสบายของมนุษย์ ปัจจัยเสี่ยงเงียบๆทั้งสองชนิดนี้ก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรงต่อร่างกายได้อย่างคาดไม่ถึง นำมาซึ่งความสูญเสียทรัพยากรในการดูแลรักษา มีผลกระทบต่อผู้ป่วยเองและผู้ดูแล ค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายในครอบครัว มีอาการป่วยเรื้อรังเป็นเวลานาน ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ นอกจากจะเป็นโรคที่รักษาไม่หายแล้วยังเชื่อมโยงไปสู่โรคแทรกซ้อนอื่นๆอีกมากมาย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตเรื้อรัง สำหรับสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรค คือ กรรมพันธุ์ และ สิ่งแวดล้อม ในส่วนของกรรมพันธุ์นั้นเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีอายุมากขึ้น แม้กรรมพันธุ์จะเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ แต่สามารถควบคุมปัจจัยเรื่องอาหารและสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงได้
จากข้อมูลสหพันธ์โรคเบาหวานนานาชาติรายงานว่าในปี พ.ศ.2560 มีจำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานทั่วโลก 425 ล้านคน และคาดว่าในปี พ.ศ.2588 จำนวนผู้ป่วยเบาหวานทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 629 ล้านคนองค์การอนามัยโลกระบุว่าจำนวนผู้ป่วยเบาหวานจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในปี 2030 และจะมีผู้เสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานเป็น 3.2 ล้านคน ในแต่ละปี ซึ่งคิดเป็น 6 คนในทุกๆ 1 วินาที ส่วนโรคความดันโลหิตสูงเป็นสาเหตุการตายทั่วโลกสูงถึง 7.5 ล้านคน หรือร้อยละ12.8 ของสาเหตุการตายทั้งหมด และคาดการณ์ว่าจะมีความชุกของโรคความดันโลหิตสูงทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึงเป็น 1.56 พันล้านคนในปี พ.ศ.2568
ส่วนในประเทศไทยจากข้อมูลสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พบว่า อัตราการป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงต่อประชากร 100,000 คน ในรอบ 5 ปี ที่ผ่านมา (พ.ศ. 2556 – 2560 ) เพิ่มขึ้นจาก 12,342.14 (จำนวน 3,936,171 คน ) เป็น 14,926.47 (จำนวน 5,597,671 คน) และจากข้อมูลศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขอัตราการป่วยรายใหม่ของความความดันโลหิตสูง ต่อประชากร 100,000 คน ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจาก 916.89 (จำนวน 540,013 คน) เป็น 1,353.01 (จำนวน 813,485 คน) ส่วนความชุกของโรคเบาหวานของประชาชนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป เท่ากับร้อยละ 8.9(คิดเป็นผู้ป่วยเบาหวาน 4.8 ล้านคน)ความชุกของผู้ที่มีความผิดปกติของน้ำตาลในเลือดตอนเช้าขณะอดอาหาร เท่ากับร้อยละ 15.6 และผู้ป่วยเบาหวานร้อยละ 43.2 ไม่เคยได้รับการวินิจฉัยมาก่อนและไม่ทราบว่าตนเองป่วยเป็นเบาหวาน อีกทั้งยังพบว่ามากกว่าร้อยละ 70 ของการเสียชีวิตทั้งหมด มีสาเหตุมาจากเบาหวานในจังหวัดน่านปีงบประมาณ 2562 อัตราป่วยตายโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 2.45 อัตราป่วยตายโรคเบาหวาน ร้อยละ 2.23
ในพื้นที่ตำบลส้าน พบอัตราป่วยตายโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 3.28 อัตราป่วยรายใหม่โรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 1.57 และอัตราป่วยตายโรคเบาหวาน ร้อยละ 0 อัตราป่วยรายใหม่เบาหวานร้อยละ0.60สาเหตุการเกิดโรคส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลส้าน ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกี่ยวกับการดูแลตนเองเพื่อลดการเกิดโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง จึงได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ตำบลส้าน อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ปี 2563 ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการเกิดโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในกลุ่มเสี่ยง โดยใช้กิจกรรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองเพื่อป้องกันการเกิดโรคเรื้อรังในอนาคต
-
1.เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงมีความรู้เรื่องโรคและภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากโรค0.00
-
2.เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงมีความรู้ในการดูแลตนเองได้อย่างถูกต้อง0.00
-
3.เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมในการป้องกันโรค0.00
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง70
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1.ชี้แจงโครงการแก่เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลส้าน
ไม่ใช้งบประมาณ
ถึง0.00 บาท -
2.ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อบต/ชุมชน/อสม. เพื่อวางแผนดำเนินกิจกรรม
ไม่ใช้งบประมาณ
ถึง0.00 บาท -
3.จัดอบรมเชิงปฏิบัติการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ความรู้กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โดยจัดกิจกรรมฐานความรู้เรื่อง 3 อ 2 ส ความรู้เรื่องโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง และภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้น จำนวน 1 วัน
-ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 70 คน คนละ 70 บาท เป็นเงิน 4,900 บาท
-ค่าอาหารว่าง จำนวน 70 คน คนละ 2 มื้อ มื้อละ 25 บาท เป็นเงิน 3,500 บาท
-ค่าวัสดุในการอบรม จำนวน 70 คน คนละ 25 บาท เป็นเงิน 1,750 บาท
-ค่าวิทยากรจำนวน 2 คน ๆละ 3 ชั่วโมงฯละ 300 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
-ค่าป้ายโครงการ ขนาด 1*3 เมตร เป็นเงิน 500 บาท
4 สิงหาคม 2563 ถึง 4 สิงหาคม 25631.กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ และทัศนคติที่เหมาะสม ในเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
กลุ่มเป้าหมายมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม มีสุขภาพดี ไม่เป็นโรคเรื้อรังเพิ่มขึ้น
กลุ่มเสี่ยงและประชาชนทั่วไปมีการออกกำลังกายสม่ำเสมอ
12450.00 บาท -
4.ติดตามพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงหลังได้รับการอบรม โดยติดตามเยี่ยมบ้าน 1 คน/ครั้ง หลังการอบรม 1 เดือน
ไม่ใช้งบประมาณ
4 กันยายน 2563 ถึง 10 กันยายน 25630.00 บาท -
สรุปผลการดำเนินงานตามแผนงานโครงการ
-ค่าสรุปโครงการจำนวน 2 เล่ม เล่มละ 250 บาท เป็นเงิน 500 บาท
15 กันยายน 2563 ถึง 20 กันยายน 2563500.00 บาท
1.กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ และทัศนคติที่เหมาะสม ในเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ 2. กลุ่มเป้าหมายมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม มีสุขภาพดี ไม่เป็นโรคเรื้อรังเพิ่มขึ้น 3. กลุ่มเสี่ยงและประชาชนทั่วไปมีการออกกำลังกายสม่ำเสมอ
