โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดภาวะเสี่ยงความดันโลหิตสูง
-
กลุ่มวัยทำงาน
-
นางสาวสมหวัง คลองตะเคียน
-
นางสาววณิชชา ภู่จำนงค์
-
นางศรีนวล บัวเภา
-
นางชุติมา อ่ำสุข
-
นายวิสัย บางขัน
-
นางเจนจิรา หะทะยัง
-
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน2011.00
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง1731.00
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA)0.00
-
ร้อยละของประชาชนที่มีป่วยด้วยโรคมะเร็งปากมดลูก0.00
-
ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย294.00
ปัญหาโรคไม่ติดต่อเช่นโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นปัญหาสาธารณสุข ที่สำคัญในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบางโรคเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นและมีแนวโน้มการเกิดโรคเพิ่มและมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นทุกปี ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้องของประชาชน เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์มากเกินไป การบริโภคอาหารที่ไม่ถูกสัดส่วนและไม่เหมาะสมทางโภชนาการ ขาดการออกกำลังกายและมีความเครียดจากครอบครัวและสังคม จากการศึกษาแนวปฏิบัติการบริการป้องกันควบคุมโรคและความดันโลหิตสูงพบว่าปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคที่เป็นปัจจัยเสี่ยงหลัก ได้แก่ภาวะความดันโลหิตสูง การสูบบุหรี่ ปัจจัยเสี่ยงรอง ได้แก่ ภาวะน้ำหนักเกินและอ้วน ขาดการเคลื่อนไหว การออกกำลังกาย การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก การบริโภคอาหารที่ไม่สมดุล บริโภคอาหารที่เค็มจัด หวานจัด รวมทั้งรับประทานผักและผลไม้ที่ไม่เพียงพอ รวมทั้งประชาชนมีความรู้ที่ไม่ถูกต้องและไม่ตระหนักถึงความรุนแรงของโรคที่ไม่ติดต่อเหล่านั้น
ผลการดำเนินงานคัดกรองสุขภาพประชาชนปีงบประมาณ 2562 นี้ พบว่ากลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น จากข้อมูลพบกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 252รายพบป่วยโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่ 18 รายจากการคัดกรองสุขภาพทั้งหมด แต่ก็ยังไม่สมารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อป้องกันโรคความดันโลหิตสูงได้ครอบคลุมเป้าหมายทั้งหมด เนื่องจากประชาชนบางส่วนยังไม่มีความตระหนัก ดังนั้นเพื่อเป็นการควบคุมและป้องกันโรคความดันโลหิตสูงที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นและเพื่อพัฒนาศักยภาพของประชาชนให้เกิดความตระหนักในการสร้างภูมิคุ้มกัน เฝ้าระวัง และดูแลตนเองให้มีพฤติกรรมลดภาวะเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง ทางกลุ่มวัยทำงานเห็นความสำคัญจึงได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดความดันโลหิตสูงนี้ขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมตามบริบทของตัวเองและสามารถดูแลสุขภาพตนเองได้อย่างเหมาะสม ลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคความดันโลหิตสูง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน197.00
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง213.00
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA)0.00
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA) ลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีป่วยด้วยโรคมะเร็งปากมดลูก0.00
ร้อยละของประชาชนที่มีป่วยด้วยโรคมะเร็งปากมดลูก ลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย294.00
ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย ลดลง
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง0
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมเชิงปฏิบัติการ ครั้งที่ 1 เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตนเองให้เหมาะสม เรื่องการออกกำลังกายและเรื่องโภชนาการเพื่อสุขภาพ อบรมเชิงปฏิบัติการ ครั้งที่ 2 วัดผลการจากการอบรมครั้งที่ 1
วิธีดำเนินการ 1.กำหนดกลุ่มเป้าหมาย 2.ติดต่อประสานงานวิทยากรและจัดเตรียมอุปกรณ์ในการอบรม 3. จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ ครั้งที่ 1 เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตนเองให้เหมาะสม เรื่องการออกกำลังกายและเรื่องโภชนาการเพื่อสุขภาพ
4. ออกติดตามเยี่ยมบ้านกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการ 5. จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ ครั้งที่ 2 วัดผลการจากการอบรมครั้งที่ 1 6. สรุปและรายงานผล การดำเนินงานงบประมาณ จากงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ องค์การบริหารส่วนตำบลวัดขวาง จำนวน15,660บาทรายละเอียดดังนี้ กิจกรรมที่ 1 จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ ครั้งที่ 1 เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตนเองให้เหมาะสม เรื่องการออกกำลังกายและเรื่องโภชนาการเพื่อสุขภาพ
เป้าหมายคือ ผู้ที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงที่สมัครใจ จำนวน 50 คน - ค่าอาหารกลางวัน มื้อ จำนวน50คน คนละ 50 บาท จำนวน 1 วันเป็นเงิน 2,500บาท - อาหารว่างและเครื่องดื่ม2 มื้อ จำนวน 50 คน คนละ 25 บาท จำนวน 1 วัน เป็นเงิน 2,500 บาท - ค่าสัมนาคุณวิทยากร ชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 3 ชั่วโมง จำนวน 1 วัน เป็นเงิน 1,800 บาท - ค่าวัสดุ
* ป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1.2 x 2 เมตร จำนวน 1 ป้าย เป็นเงิน 360บาท * วัสดุฝึกอบรม จำนวน50 ชุดๆละ 70 บาท เป็นเงิน 3,500บาท กิจกรรมที่ 2 จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ ครั้งที่ 2 วัดผลการจากการอบรมครั้งที่ 1 - ค่าอาหารกลางวัน 1 มื้อ จำนวน 50คน คนละ 50 บาทจำนวน 1 วันเป็นเงิน 2,500บาท - อาหารว่างและเครื่องดื่ม 2 มื้อ จำนวน 50 คน คนละ 25 บาท จำนวน 1 วัน เป็นเงิน 2,500 บาท1 มกราคม 2563 ถึง 30 กันยายน 2563- ผู้เข้าอบรมมีความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพตนเองอย่างเหมาะสม
- ผู้เข้าอบรมมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม
15660.00 บาท
- ผู้เข้าอบรมมีความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพตนเองอย่างเหมาะสม
- ผู้เข้าอบรมมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม
