โครงการแอโรบิค บาสโลบ พิชิตโรค พิชิตพุง
จากการสำรวจภาวะสุขภาพประชาชน อายุ 35 ปีขึ้นไปจะมีภาวะรอบเอวเกิน หากไม่รีบควบคุมและแก้ไขปัญหาดังกล่าว จะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาวได้เป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดโรคต่างๆตามมาได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง เบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจและหลอดเลือดนิ่วในถุงน้ำดี และมะเร็ง ประชาชนกลุ่มเสี่ยงจึงควรมีการปรับเปลี่ยนทั้งพฤติกรรมการบริโภคอาหารและการออกกำลังกาย เพื่อให้มีการใช้พลังงานให้สมดุลกัน ลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง การจัดโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพ พิชิตอ้วน พิชิตพุง เพื่อให้มีการปรับพฤติกรรมการบริโภคและพฤติกรรมการออกกำลังกายในการควบคุมภาวะน้ำหนักเกินที่ถูกต้อง เน้นที่การปฏิบัติโดยส่งเสริมให้ประชากรที่ศึกษาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อให้พฤติกรรมนั้นคงอยู่ตลอดไปโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพจึงเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นให้ประชาชนเกิดการเรียนรู้ ว่าผลสำเร็จของการปรับพฤติกรรมการบริโภคอาหารและการออกกำลังกายเกิดผลลัพธ์ว่ามีการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัว และลดภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อ
จากเหตุผลดังกล่าวชมรมแอโรบิคตำบลบานา ได้ตระหนักและความจำเป็นต่อการจัดการแก้ไขปัญหาสภาวะสุขภาพของประชาชนตำบลบานาเพื่อให้ประชาชนมีการออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิคและบาสโลบอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดโรคลดลดพุงจึงได้จัดโครงการแอโรบิคบาสโลบ พิชิตโรค พิชิตพุงขึ้น
-
เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีพฤติกรรมการเคลื่อนไหวร่างกายในชีวิตประจำวัน80.00
ร้อยละของผู้เข้ารับการอบรมมีพฤติกรรมการเคลื่อนไหวร่างกายในชีวิตประจำวัน
-
เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเกิดความตระหนักและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม3อ.2ส.80.00
ร้อยละของกลุ่มเป้าหมายเกิดความตระหนักและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม3อ.2ส.
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมกลุ่มผู้นำ คณะกรรมการ และสมาชิก (แอโรบิคและบาสโลบ)
ครั้งที่1 ประชุมผู้นำ คณะทำงาน และสมาชิก วันที่ 25 ก.พ. 2564 เพื่อประเมินผลการคัดกรองสุขภาพและนำเสนอรูปแบบการเต้นแอโรบิกและบาสโลบให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย รวมเป็นเงิน 4,500 บาท
ค่าอาหารกลางวัน 50 บาท X 30 คน X 1 มื้อเป็นเงิ 1,500.-บาท
ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม 25 บาท X 2 มื้อ X 30 คน เป็นเงิน 1,500.-บาท
ค่าวัสดุอุปกรณ์ เป็นเงิน 1,500.-บาท
ครั้งที่ 2 ประชุมคณะกรรมการ วันที่ 13 เม.ย. 2564
- ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม 25 บาท X 14 คนเป็นเงิน 350.- บาท
ครั้งที่ 3 ประชุมคณะกรรมการ วันที่ 15 มิ.ย. 2564
- ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม 25 บาท X 14 คนเป็นเงิน 350.- บาท
ครั้งที่ 4 ประชุมประชุมคณะกรรมการ วันที่ 21 ก.ย. 2564
- ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม 25 บาท X 14 คนเป็นเงิน 350.- บาท
10 กุมภาพันธ์ 2564 ถึง 21 กันยายน 25645550.00 บาท -
ตรวจคัดกรองสุขภาพ
คัดกรองโดยการชั่งน้ำหนักวัดรอบเอว คัดกรองเบาหวานความดันโลหิตสูง ฯลฯ ให้กับผู้ที่ร่วมออกกำลังกาย
ครั้งที่ 1 วันที่ 1 มี.ค. 2564
ค่าจ้างเหมาบุคลากรนอกเวลา 300 บาท x 2 คน เป็นเงิน 600.- บาท
ค่าเครื่องดื่มหลังตรวจสุขภาพ 200 บาท เป็นเงิน 200.- บาท
ครั้งที่ 2 วันที่ 7 มิ.ย. 2564
ค่าจ้างเหมาบุคลากรนอกเวลา 300 บาท x 2 คน เป็นเงิน 600.- บาท
ค่าเครื่องดื่มหลังตรวจสุขภาพ 200 บาท เป็นเงิน 200.- บาท
ครั้งที่ 2 วันที่ 13 ก.ย. 2564
ค่าจ้างเหมาบุคลากรนอกเวลา 300 บาท x 2 คน เป็นเงิน 600.- บาท
ค่าเครื่องดื่มหลังตรวจสุขภาพ 200 บาท เป็นเงิน 200.- บาท
22 กุมภาพันธ์ 2564 ถึง 20 กันยายน 2564สมาชิกที่เข้าร่วมกิจกกรม ได้รับการตรวจสุขภาพทุกคน 100 % และสามารถประเมินสุขภาพตนเองโดยผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ก่อนดำเนินกิจกรรม ระหว่าง และหลัง
2400.00 บาท -
การเคลื่อนไหวร่างกายในชีวิตประจำวัน ด้วยการเต้นแอโรบิคและบาสโลบ
การเต้นเอโรบิคและบาสโลป อย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์
เหมาจ่ายค่าเครื่องดื่ม ตลอดการจัดกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์
(มากกว่า 32 ครั้ง) ครั้งละ 300 บาท เป็นเงิน 15,300 บาทค่าป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1× 3 เมตร 1 ผืน เป็นเงิน 750 บาท
10 กุมภาพันธ์ 2564 ถึง 20 กันยายน 2564สมาชิกร่วมออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วันๆละ 1 ชม.
16050.00 บาท -
ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพโดยการเต้นแอโรบิคและบาสโลบ
เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ชมรมแอโรบิคตำบลบานา เป็นเงิน 6,000บาท
18 กุมภาพันธ์ 2564 ถึง 20 กันยายน 2564สนับสนุนส่งเสริมให้มีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมและสมัครสมาชิก
6000.00 บาท
1.ประชาชนมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงลดการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ
2.ประชาชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
3.ส่งเสริมความสามัคคีแก่หมู่คณะ
4.เป็นแบบอย่างการส่งเสริมสุขภาพแก่ชุมชนต่อไป
