โครงการ“หนูไม่จมน้ำแน่...ถ้าช่วยกันดูแลป้องกัน”
-
นายอับดุลนาเซปาเน๊าะ
-
นายรอระซาและ
-
นายไซมิงปูเต๊ะ
-
นางสาวนาบีฮามะแซะ
-
นางสาวยารอดะห์กือแน
เนื่องจากตรงกับช่วงปิดภาคการศึกษาและช่วงฤดูร้อน พบว่าใน 3 เดือนมีเด็กจมน้ำเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุเด็กปิดภาคเรียน ผู้ปกครองออกไปทำงาน บางที่อาศัยอยู่กับผู้สูงอายุ จึงทำให้การดูแลไม่ทั่วถึงอีกทางหนึ่งทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมูฮำมาดียะห์ ปาเระรูโบ๊ะ จึงได้จัดโครงการ “หนูไม่จมน้ำแน่..ถ้าช่วยกันดูแลป้องกัน” เพื่อการรณรงค์ให้กับประชาชนทราบว่า ผู้ปกครอง/ผู้ดูแลเด็กจะต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยให้เด็กอยู่ตามลำพังแม้เพียงเสี้ยววินาทีเดียวและแหล่งน้ำที่มีเพียงเล็กน้อยก็สามารถจมน้ำเสียชีวิตได้ ซึ่งในกลุ่มเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี เด็กจะต้องอยู่ในระยะที่มองเห็น เข้าถึงและคว้าถึง รวมทั้งการใส่เสื้อชูชีพขณะที่เดินทางทางน้ำหรือทำกิจกรรมทางน้ำ ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันการจมน้ำของเด็ก และเป็นมาตรการหนึ่งที่จะบรรลุเป้าหมายตัวชี้วัดของกระทรวงฯซึ่งได้กำหนดไว้ว่าในอีก 5 ปี อัตราการเสียชีวิตจากการจมน้ำของเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จะต้องไม่เกิน 8 คนต่อประชากรเด็กแสนคน
-
1.เพื่อสื่อสารให้ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็ก รับรู้ว่าต้องดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด การหันไปทำกิจกรรมเพียงเสี้ยววินาที และปล่อยเด็กตามลำพัง ก็อาจทำให้เด็กจมน้ำเสียชีวิตได้ และการใส่เสื้อชูชีพ ขณะที่เดินทางทางน้ำ หรือทำกิจกรรมทางน้ำเป็นสิ่งจำเป็น30.00
ผู้เข้าร่วมโครงการรู้จักการช่วยเหลือเบื้องต้น
-
2.เพื่อสื่อสารให้ผู้ปกครอง รับรู้ว่ากลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 3 ปี เด็กต้องอยู่ในระยะที่คว้าถึง และหากเป็นกลุ่มเด็กอายุ 3 – 5 ปี เด็กต้องอยู่ในระยะที่มองเห็น และเข้าถึงทันเวลา30.00
ผู้เข้าร่วมโครงการมีทักษะ ความรู้ ความระมัดระวังในการดูแลเด็กได้ดีขึ้น
-
3.เพื่อสื่อสารให้ประชาชนทั่วไป รับรู้เกี่ยวกับความรู้เรื่องความปลอดภัยทางน้ำ30.00
มีความรู้และมีมาตราการในการป้องกันเด็กจมน้ำเสียชีวิตได้
-
4.เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็ก และประชาชนทั่วไปได้ถ่ายทอดแนวคิดทัศนคติ และวิสัยทัศน์ในการป้องกันการจมน้ำ30.00
มีความรู้และมีมาตราการในการป้องกันเด็กจมน้ำเสียชีวิตได้
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1.อบรมให้ความรู้แก่แก่ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็ก เรื่องปัญหาการจมน้ำในกลุ่มเด็ก 3 – 5 ปี
- ค่าอาหารสำหรับผู้เข้าอบรม จำนวน 30 คนๆละ 60 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มผู้เข้ารับการอบรม 30 คน มื้อๆละ 25 บาท จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 1,500 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 6 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท 4.ค่าป้ายไวนิล ขนาด 1.2 x 2.5 ตาราง เมตร X 250 บาท เป็นเงิน 750 บาท
- สมุด 27 เล่มๆละ 10 บาท เป็นเงิน 270 บาท
- ปากกา 27 ด้ามๆละ 5 บาท เป็นเงิน 135 บาท 7.ค่าเอกสารประกอบการอบรม 27 ชุดๆละ 10 บาท เป็นเงิน 270 บาท
- ค่ากระเป๋าพร้อมสกรีน จำนวน 27 คน ใบละ 75 บาท เป็นเงิน 2,025 บาท
ถึง10350.00 บาท -
2.กิจกรรมการตอบคำถาม ถามย้อนกลับได้ถูกต้องถึง0.00 บาท
-
3.การสาธิตหลังจากให้ความรู้ได้ถูกต้อง 100 เปอร์เซ็นต์ถึง0.00 บาท
-
4.สามารถตอบคำถามอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยทางน้ำและป้องกัน ร้อยละ 100ถึง0.00 บาท
- ผู้เข้าร่วมโครงการรู้จักการช่วยเหลือเบื้องต้นได้
- ผู้เข้าร่วมโครงการมีทักษะ ความรู้ ความระมัดระวังในการดูแลเด็กได้ดีขึ้น
- อัตราการเสียชีวิตจากการจมน้ำของเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีลดลง
