โครงการเกษตรกรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย ตำบลผดุงมาตร ประจำปี 2564
-
ร้อยละเกษตรกรตรวจเลือดอยู่ระดับไม่ปลอดภัยและเสี่ยงร้อย16.83
การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชนอกจากจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้วยังก่อให้เกิดปัญหาการได้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกายของเกษตรกรผู้ใช้ และยังมีสารพิษตกค้างในผลผลิตทางการเกษตรอีกด้วย การใช้สารเคมีทางการเกษตรนานๆ จนทำให้พืชผักมีพิษตกค้างจำนวนมาก ก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพของผู้บริโภคสามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์ และสัตว์ กล่าวคือ จะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมองผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และตาซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่า เราจะรับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้ จึงแสดงอาการต่างๆ ขึ้นมาเช่นโรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกันเป็นต้น จากการดำเนินงานเกษตรกรปลอดโรค ปี 2563 ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลผดุงมาตรกลุ่มเป้าหมายเกษตรกร จำนวน 100 คน ได้รับการเจาะเลือดตรวจคัดกรองโดยใช้กระดาษ Reactive paper จำนวน 100 คน พบว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง จำนวน 27 คน คิดเป็นร้อยละ 27.00 และกลุ่มไม่ปลอดภัย 7 คน คิดเป็นร้อยละ 7.00 จึงมีความจำเป็นจะต้องดูแลสุขภาพของเกษตรกรและผู้ใช้สารเคมีศัตรูพืชให้ปลอดภัยจากโรคภัยที่เกิดจากการสะสมสารเคมีในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็ง โรคเรื้อรัง ฯลฯ ไปพร้อมๆกับการส่งเสริมวิธีธรรมชาติในการกำจัดศัตรูพืชทดแทนสารเคมีให้มากขึ้น เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรมีความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน เกิดความตระหนัก และการดูแลสุขภาพตนเองโดยใช้วิธีธรรมชาติ เช่นการใช้สมุนไพรในการถอนพิษสารเคมี ทั้งนี้เพื่อให้เกษตรกรมีสุขภาพที่ดีพึ่งตนเองได้ และเพื่อผลผลิตทางการเกษตรที่ปลอดสารพิษคุ้มครองผู้บริโภคต่อไป โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลผดุงมาตร จึงได้จัดโครงการเกษตรกรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย ตำบลผดุงมาตร ปี 2564 นี้ขึ้น
-
1.เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการใช้สารเคมี50.0050.00
เกษตรกรมีความรู้ในการใช้สารเคมีที่ถูกต้อง
-
เพื่อให้เกษตรกรได้รับการคัดกรองหาสารเคมีในเลือด50.0050.00
เกษตรกรได้รับการประเมินความเสี่ยงในการทำงานจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช และเกษตรกรกลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจเลือดหาสารเคมีตกค้าง
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย
รายละเอียดกิจกรรม 1.ประชาสัมพันธ์รณรงค์โครงการตรวจสารเคมีในเลือดเกษตรกรในชุมชน 2.จัดอบรมให้ความรู้แก่อสม.และเกษตรกรในการประเมินความเสี่ยง 3.จัดอบรมให้ความรู้แก่อสม.และเกษตรกร เรื่องการใช้สมุนไพรในการล้างพิษสารเคมี 4.มีการประเมินความเสี่ยง โดยใช้แบบประเมินความเสี่ยงในการทำงานของเกษตรกรจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช 5.ให้บริการตรวจเลือดหาระดับเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรสในเกษตรกรกลุ่มเสี่ยงที่สัมผัสสารกำจัดศัตรูพืช โดยจัดหาชุดตรวจการแพ้พิษสารกำจัดศัตรูพืช และกระดาษทดสอบโคลีนเอสเตอเรส 6.จัดบริการรักษาพยาบาล และฟื้นฟูสุขภาพให้แก่เกษตรกรกลุ่มเสี่ยง โดยเจ้าหน้าที่รพ.สต.เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการให้คำแนะนำ งบประมาณ 1.ค่าจัดทำสื่อและป้ายประชาสัมพันธ์ ขนาด 1 เมตร x 3 เมตร จำนวน 1 ป้าย เป็นเงิน 690 บาท 2.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 50 คน x 25 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 1,250 บาท 3.ค่าวิทยากร 600 บาท X 3 ชั่วโมง เป็นเงิน 1,800 บาท 4.ค่าน้ำยาทดสอบโคลีนเอสเตอร์เรสในเลือด จำนวน 1 ชุด เป็นเงิน 1,300 บาท
1 มกราคม 2564 ถึง 30 เมษายน 2564เกษตรกรมีความรู้ในการใช้สารเคมีที่ถูกต้อง
5040.00 บาท -
ติดตามกลุ่มเสี่ยง
1.ติดตามกลุ่มเสี่ยงและเจาะเลือดกลุ่มเสี่ยงซ้ำ 2.สรุปผลการดำเนินงาน
1 มีนาคม 2564 ถึง 30 กันยายน 2564เกษตรกรได้รับการประเมินความเสี่ยงในการทำงานจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช และเกษตรกรกลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจเลือดหาสารเคมีตกค้าง
0.00 บาท
1.การใช้สารเคมีทางการเกษตรลดลง ลดรายจ่าย 2.เกษตรกรมีความรู้และมีความตระหนักในการทำเกษตรโดยไม่ใช้สารเคมีและได้บริโภคพืชผักที่ปลอดภัย 3.เกษตรกรมีสุขอนามัยดีขึ้น
