โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมความดันโลหิตสูงและเบาหวาน หมู่ที่ 4
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน30.00
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง62.00
โรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานเป็นภัยเงียบที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนหากไม่หลีกเลี่ยงหรือลดปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคก็จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาของร่างกายร่วมกับปัจจัยอื่นๆ ก่อให้เกิดกลุ่มอาการเมตาบอลิกได้แก่การมีไขมันในเลือดผิดปกติความดันโลหิตสูงมีภาวะดื้อฮอร์โมนอินซูลิน นอกจากนี้ยังมีภาวะผิดปกติอื่นๆ ในกระแสโลหิตมีแนวโน้มให้เกิดการอักเสบในผนังหลอดเลือดและเกิดลิ่มเลือดแข็งตัวได้ง่ายจนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพยาธิสภาพอย่างเงียบ ๆ ก่อให้เกิดโรคหลายอย่าง ซึ่งเป็นสาเหตุการตายในระดับต้นๆ สาเหตุที่ก่อให้กลุ่มอาการเมตาบอลิกได้แก่พฤติกรรมบริโภคอาหารที่ไม่ถูกต้อง รวมถึงการขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ภาวะความเครียด ดื่มสุราสูบบุหรี่ภาวะฮอร์โมนผิดปกติรวมถึงปัจจัยด้านอายุอายุเพิ่มมากขึ้นยิ่งมีผลต่อความเสี่ยงกลุ่มอาการเมตาบอลิกมากขึ้น ดังนั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค การออกกำลังกายเพื่อควบคุมและลดน้ำหนักตัว ควบคุมอารมณ์ งดการดื่มสุราและการสูบบุหรี่ จึงเป็นแนวทางแรกของ การต่อสู้ภาวะเมตาบอลิก ซึ่งทุกคนสามารถกระทำได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและการออกกำลังกายซึ่งสอดคล้องกับกระแสการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลสุขภาพโดยการพึ่งพาตนเองด้วยเหตุนี้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หมู่ที่ 4 จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นเพื่อนำกลุ่มเสี่ยงที่มีความเสี่ยงมาอบรมให้ความรู้ เพื่อได้นำความรู้ ไปปรับความคิดและพฤติกรรมการบริโภคอาหารและการออกกำลังกายที่มีการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพมีการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องนำไปสู่ภาวะสุขภาพ ที่ดี
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน30.0020.00
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง62.0050.00
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงลดลง
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง50
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง12
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
งบประมาณ
1.ค่าวิทยากร 5 ชม.ๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
2.ค่าอาหารกลางวันสำหรับกลุ่มเป้าหมายและวิทยากร จำนวน 63 คนๆละ 50 บาท 1 มื้อ เป็นเงิน 3150 บาท
3.ค่าอาหารว่างสำหรับกลุ่มเป้าหมายและวิทยากร จำนวน 63 คนๆละ 25 บาท 2 มื้อ เป็นเงิน 3150 บาท
4.ค่าเอกสารและอุปกรณ์ประกอบการอบรม (ปากกา สมุด เอกสาร กระเป๋าเอกสาร)62 ชุด เป็นเงิน 5000 บาท
5.ค่าป้ายไวนิล ขนาด 1*4 เมตร เป็นเงิน 800 บาท
6.เครื่องเจาะน้ำตาล แถบวัดน้ำตาลในเลือด จำนวน 2 กล่อง แอลกอฮอล์แพท จำนวน 5 กล่อง รวมเป็นเงิน 3000 บาท หมายเหตุ: ค่าใช้จ่ายสามารถถั่วเฉลี่ยได้
19 เมษายน 2564 ถึง 19 เมษายน 2564ประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานมากขึ้น
18100.00 บาท -
การออกกำลังกายเพื่อลดความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายที่เหมาะสมในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงและเบาหวานและผู้ที่เสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง
งบประมาณ
1.ค่าวิทยากร 5 ชม.ๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
2.ค่าอาหารกลางวันสำหรับกลุ่มเป้าหมายและวิทยากร จำนวน 63 คนๆละ 50 บาท 1 มื้อ เป็นเงิน 3150 บาท
3.ค่าอาหารว่างสำหรับกลุ่มเป้าหมายและวิทยากร จำนวน 63 คนๆละ 25 บาท 2 มื้อ เป็นเงิน 3150 บาท
หมายเหตุ: ค่าใช้จ่ายสามารถถั่วเฉลี่ยได้
20 เมษายน 2564 ถึง 20 เมษายน 2564ประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายเพื่อลดและป้องกันโรคความดันโลหิตและเบาหวานมากขึ้น
9300.00 บาท -
ติดตามและประเมินผลความดันโลหิตสูงและเบาหวานในกลุ่มเป้าหมาย 2 เดือน
การติดตามผลความดันโลหิตสูงและเบาหวานในกลุ่มเป้าหมาย และสรุปผลให้แก่กลุ่มเป้าหมาย
งบประมาณ
1.ค่าตอบแทนคณะทำงานติดตามกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 2 เดือนๆ ละ1 ครั้งๆ ละ 200 บาท จำนวน 12 คน เป็นเงิน 4800 บาท
1 พฤษภาคม 2564 ถึง 30 มิถุนายน 2564มีการติดตามผลความดันโลหิตสูงและเบาหวานในกลุ่มเป้าหมาย
4800.00 บาท
ค่าใช้จ่ายถัวเฉลี่ยทุกรายการ
1.กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานและการออกกำลังกายที่เหมาะสมมากขึ้น
2.กลุ่มเป้าหมายมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากขึ้น
3.สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปบอกต่อและแนะนำผู้อื่นได้
