โครงการพัฒนาศักยภาพคนพิการและผู้ดูแลคนพิการตำบลนาประดู่
-
ร้อยละคนพิการที่เข้าถึงบริการฟื้นฟูสมรรถภาพ60.00
-
ร้อยละของผู้ดูแลหรือญาติสามารถให้การดูแลผู้พิการได้30.00
-
ร้อยละของคนพิการมีภาวะเครียดหรือวิตกกังวล60.00
-
จำนวนนโยบาย ข้อตกลงของชุมชนต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ0.00
ปัจจุบันในเขตพื้นที่ตำบลนาประดู่ มีคนพิการทุกประเภท จำนวน 179 คน (เฉพาะที่ลงทะเบียนขอรับเบี้ยยังชีพคนพิการ) คนพิการเหล่านี้แม้ว่าในปัจจุบันจะมีหน่วยงานละองค์กรต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชนให้การช่วยเหลือ เช่น การให้การฟื้นฟูสมมรรถภาพคนพิการส่งเสริมทางด้านสุขภาพ อาชีพ การจัดสวัสดิการ การส่งเสริมและพิทักษ์สิทธิคนพิการโดยให้คนพิการเข้าถึงสวัสดิการด้านต่างๆของภาครัฐ แต่ภาระในการดูแลคนพิการเหล่านี้ ส่วนใหญ่ตกอยู่กับครอบครัว พ่อ แม่ และญาติพี่น้อง จากการสำรวจข้อมูลในตำบลนาประดู่พบว่าคนพิการและผู้ดูแลคนพิการยังขาดความรู้เข้าใจในการดูสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกาย ด้านจิตใจ และการดูแลคนพิการที่เกิดภาวะแทรกซ้อนด้านสุขภาพ ทำให้ผู้พิการบางคนมีความรู้สึกท้อแท้ เหนื่อยหน่ายต่อชีวิต ขาดกำลังใจในการดำรงชีวิต บางคนถึงกับไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป นอกจากนั้น คนพิการบางส่วนยังขาดความรู้ความเข้าใจด้านหลักประกันสุขภาพหรือระเบียบอันเป็นสิทธิประโยชน์ โดยเฉพาะสิทธิประโยชน์ในด้านการรักษาพยาบาลและการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ ถึงแม้ว่าปัจจุบันรัฐบาลจะได้กำหนดกฎระเบียบเกี่ยวกับการดูแลคนพิการแต่ก็มิได้เป็นหลักประกันว่าจะทำให้คนพิการมีคุณภาพชีวิตที่ขึ้น เนื่องจากคนพิการมีเพิ่มมากขึ้น และงบประมาณที่ค่อนข้างจำกัด จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือคนพิการซึ่งถือว่าเป็นผู้ด้อยโอกาสในสังคม กองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลนาประดู่จัดได้โครงการพัฒนาศักยภาพคนพิการและผู้ดูแลคนพิการขึ้น เพื่อให้ความรู้คำปรึกษาคำแนะนำด้านสุขภาพจัดกิจกรรมนันทนาการเพื่อสร้างเครือข่าย จัดสวัสดิการให้กับคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ ซึ่งได้เข้ามามีส่วนในการดูแลสร้างความเชื่อมั่น สร้างขวัญกำลังใจโดยการให้ความรู้ ทำความเข้าใจกับผู้ดูแลให้มากขึ้น เพื่อให้ผู้พิการไม่รู้สึกโดดเดี่ยว และมีกำลังใจพร้อมที่จะต่อสู้กับชีวิตด้วยสุขภาพจิตที่ดีขึ้นจึงได้จัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพคนพิการและผู้ดูแลคนพิการขึ้น
-
เพื่อเพิ่มคนพิการที่เข้าถึงบริการฟื้นฟูสมรรภาพ50.00
ร้อยละของคนพิการที่เข้าถึงบริการฟื้นฟู
-
เพิ่มศักยภาพผู้ดูแลหรือญาติสามารถดูแลคนพิการ50.00
ร้อยละของผู้ดูแลหรือญาติสามารถให้การดูแลผู้พิการได้
-
เพื่อลดปัญหาภาวะเครียดหรือวิตกกังวลของคนพิการ50.00
ร้อยละคนพิการมีภาวะเครียดหรือวิตกกังวล
-
เพื่อเพิ่มนโยบาย ข้อตกลงของชุมชนต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ3.00
จำนวนนโยบาย ข้อตกลงของชุมชนต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
-
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ60
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้อาสาสมัครดูแลคนพิการ
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 60 คน ๆ ละ 50 บาท/มื้อ จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน3,000.-บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 60 คน ๆ ละ 25บาท/มื้อ จำนวน 2 มื้อเป็นเงิน 3,000.-บาท
- ค่าป้ายไวนิลโครงการฯ ขนาด 1 x 4 เมตร ในราคาตารางเมตรละ 200 บาท เป็นเงิน 800.-บาท
- ค่าวัสดุในการอบรม (สมุด, กระเป๋า, ปากกา)เป็นเงิน 3,000.- บาท
- ค่าวิทยากร 1วันๆจำนวน 5 ชั่วโมงๆละ 600.-บาทเป็นเงิน3,000.- บาท
2 พฤศจิกายน 2563 ถึง 30 กันยายน 2564ผู้พิการและผู้ดูแลมีความรู้เรื่องสุขภาพและสวัสดิการเพิ่มมากขึ้น
12800.00 บาท -
ประชุมจัดตั้งชมรมคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ
ค่าถ่ายเอกสารใบสมัคร 60 ชุดๆละ 5 บาท เป็นเงิน 300.-บาท
ค่าอาหารว่าง จำนวน 60 คน ๆละ 1 มื้อๆละ25บาท เป็นเงิน 1,500.-บาท
ค่าอาหารกลางวัน 1 มื้อๆละ 50 บาท จำนวน 60 คน เป็นเงิน 3,000.-บาท
2 พฤศจิกายน 2563 ถึง 30 กันยายน 2564เพื่อให้มีการติดตามและดูแลผู้พิการ ช่วยแก้ปัญหาในการดำรงชีวิตต่างๆ
4800.00 บาท -
ติดตามสำรวจเยี่ยมผู้พิการในพื้นที่ จัดทำทะเบียนประวัติคนพิการ
- ค่าเดินทางคณะติดตามสำรวจคนพิการจำนวน 7 คนๆละ 160บาท/1วัน จำนวน 10 วัน เป็นเงิน จำนวน 11,200.-บาท
2 พฤศจิกายน 2563 ถึง 30 กันยายน 2564มีประวัติผู้พิการในพื้นที่ และสามารถติดตามดูพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วยได้
11200.00 บาท
ค่าใช้จ่ายสามารถถัวเฉลี่ยได้ทุกรายการ
- คนพิการ อาสาสมัคร และผู้ดูแล มีความรู้ทักษะในการฟื้นฟูคนพิการด้านสุขภาพ
- คนพิการอาสาสมัคร และผู้ดูแลคนพิการสร้างเครือข่ายการสร้างสังคมบูรณาการให้กับคนพิการได้
- คนพิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตามลำดับ และสามารถใช้ชีวิตร่วมกับสังคมได้อย่างมีความสุขและมีสุขภาพที่ดี
