พัฒนาศักยภาพการให้บริการงานทันตกรรมในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในรูปแบบ New normal (01-09)
เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศให้โรค COVID-19 เป็นโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 เพื่อรองรับปัญหาที่จะเกิดขึ้นและเป็นการรักษาความมั่นคงในระบบสาธารณสุขของประเทศ ทางกรมอนามัยออกหนังสือประกาศ เรื่องแนวทางการรักษาทางทันตกรรมในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ขึ้น ทั้งนี้ให้แต่ละหน่วยงานและพื้นที่พิจารณาให้การรักษาทาง
ทันตกรรมตามศักยภาพของหน่วยงานนั้น โดยคำนึงถึงประโยชน์และความปลอดภัยของผู้ป่วยและทันตบุคลากรเป็นหลัก ในแง่ของกระบวนการป้องกันโรคและควบคุมการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 จากสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้น ทาง รพ.สต.บ้านทรายแก้วได้หยุดให้บริการทันตกรรมแก่ประชาชนในพื้นที่เป็นการชั่วคราว ทำให้ประชาชนไม่สามารถรับการบริการรักษาทางทันตกรรมได้
ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ดีขึ้นตามลำดับ แต่ยังต้องดำเนินการแบบ New normal เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ต่อไป ทั้งนี้ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกือลองจึงได้จัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพการให้บริการงานทันตกรรมในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 โดยเริ่มจากการคัดกรองผู้ป่วย, การสวมใส่ชุดอุปกรณ์ป้องกันตนเองสำหรับทันตาภิบาลและผู้ช่วยในงานหัตถการที่ทำให้เกิดการฟุ้งกระจาย, การล้างมือให้สะอาดและถูกวิธีด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ, การเตรียมห้องก่อนการรักษา, การให้ผู้ป่วยบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากก่อนทำหัตถการ, การใช้มาตรการเสริมในการลดการฟุ้งกระจายและการดูแลพื้นผิวและบริเวณแวดล้อม เพื่อทำการปรับปรุงเกี่ยวกับระบบการให้บริการทางทันตกรรมแบบ New normal และสามารถเปิดให้บริการทันตกรรมแก่ประชาชนได้ปกติและปลอดภัย
-
เพื่อสร้างเสริมสุขภาพอนามัยช่องปากและส่งเสริมบริการป้องกันโรคฟันผุให้เด็กนักเรียนอายุ 6 - 12 ปี100.00
ร้อยละ 100 ของเด็ก 6-12 ปี ได้รับบริการตรวจสุขภาพช่องปาก
-
เพื่อให้บริการทันตกรรม การตรวจฟัน, complete case และเคลือบหลุมร่องฟันเด็กนักเรียน ประถมศึกษาตามเกณฑ์เพื่อให้บริการทันตกรรมเด็กนักเรียนประถมศึกษาที่มีปัญหาฟันแท้ผุและปัญหาเร่งด่วน60.00
ร้อยละของเด็ก 6-12 ปี ได้รับบริการทันตกรรม (คน) มีผลงานร้อยละ 60 ในรายที่มีปัญหา
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน390
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ตรวจสุขภาพช่องปากและทาฟลูออไรด์วานิช ให้ทันตสุขศึกษา
- ตรวจสุขภาพช่องปากและทาฟลูออไรด์วานิช
ให้ทันตสุขศึกษา
ให้บริการเคลือบหลุมร่องฟันและการรักษาอุดฟัน ขูดหินน้ำลาย ถอนฟันในรายที่มีปัญหาฟันแท้ผุและปัญหาเร่งด่วน (complete case) ให้แก่เด็กนักเรียน (6-12ปี) ในโรงเรียนที่รับผิดชอบ
ซื้อชุดตรวจฟัน 5 เกลอ จำนวน 10 ชุด x 690 บาท เป็นเงิน 6,900 บาท
ซื้อแผ่นเช็ดฆ่าเชื้อ จำนวน 6 กระปุก x 600 บาท
เป็นเงิน 3,600 บาท
3.ซื้อน้ำยาฆ่าเชื้อในช่องปาก Chlorhexidine 0.12% จำนวน 30 ขวด x 150 บาท
เป็นเงิน 4,500 บาท
4.ซื้อแผ่นผ้าทำความสะอาด โดยไม่ต้องใช้น้ำ(จำนวน 100 ชิ้น/กล่อง) จำนวน 4 กล่อง x 1,000 บาท
เป็นเงิน 4,000 บาท
5.ซื้ออุปกรณ์ RUBBER DAM KID จำนวน 1 ชุด
เป็นเงิน 12,000 บาท
6.ซื้อชุดอุปกรณ์ทำความสะอาดช่องปาก ประกอบด้วยแปรงสีฟันและยาสีฟัน จำนวน 390 ชุด x 50 บาท
เป็นเงิน 19,500 บาท
7.วัสดุในการเคลือบหลุมร่องฟัน อุดฟัน และถอนฟันขอสนับสนุนจาก รพ.
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 50,500 บาท
17 พฤศจิกายน 2563 ถึง 31 สิงหาคม 2564นักเรียน ป. 1 - 6 จำนวน 390 คน
50500.00 บาท - ตรวจสุขภาพช่องปากและทาฟลูออไรด์วานิช
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1.นักเรียนในเขตรับผิดชอบมีทัศนคติที่ดีและความตระหนักในการดูแลสุขภาพช่องปากมีความรู้ ทักษะการแปรงฟันที่ถูกวิธี
2.กลุ่มเด็กวัยเรียนได้รับบริการส่งเสริมทันตสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปาก
3.กลุ่มเด็กวัยเรียนได้รับบริการทันตกรรม การตรวจฟัน, completecase และเคลือบหลุมร่องฟันเด็กนักเรียนประถมศึกษาตามเกณฑ์
4.เด็กนักเรียนประถมศึกษาที่มีปัญหาฟันแท้ผุและปัญหาเร่งด่วน ได้รับบริการทันตกรรมและแก้ไขปัญหา
