โครงการปรับได้..เปลี่ยนได้...ห่างไกลโรคเรื้อรัง เบาหวานความดันโลหิตสูงควบคุมได้
ปัญหาสุขภาพของประชาชนในปัจจุบัน พบว่ามีความซับซ้อนมากขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และแบบแผนการดำเนินชีวิต ส่งผลทำให้เกิดการเจ็บป่วย ทั้งด้วยโรคที่สามารถป้องกันได้ และป้องกันไม่ได้ รวมทั้งโรคพื้นฐานที่ประชาชนสามารถดูแลตนเองได้ โรคบางอย่างเกิดจากพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่พึงประสงค์ เช่น การบริโภคอาหารที่ไม่ถูกต้อง ขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ขาดการจัดการความเครียด จากการสำรวจชุมชนพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ มีปัญหาการออกกำลังกาย และขาดความตระหนักในการดูแลสุขภาพของตนเอง ซึ่งส่งผลต่อภาวะสุขภาพของประชาชน จากผลการวิเคราะห์ปัญหาสาธารณสุขของอำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานีปัจจุบัน พบว่าโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญลำดับต้นที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน จากการสำรวจข้อมูลด้านการรักษาพยาบาลปี 2563 พบผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 3,964 คน จากจำนวนประชากร 40,695 คิดเป็นร้อยละ 9.74 ผู้ป่วยโรคเบาหวาน จำนวน 1,580 บาท จากจำนวนประชากร 40,695 คิดเป็นร้อยละ 3.88 อัตราป่วยโรคเบาหวานรายใหม่ ปี 2563 เท่ากับ 316.55 อัตราป่วยโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่ เท่ากับ 626.73 จากผลการคัดกรองความเสี่ยงประชาชนอายุ 35 ปี ขึ้นไป มีปัจจัยเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 918 คน คิดเป็นร้อยละ 7.14 มีปัจจัยเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคเบาหวาน จำนวน 194 คน คิดเป็นร้อยละ 1.28 ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี ปี 2563 เท่ากับ ร้อยละ 12.59 (เกณฑ์ร้อยละ 40) และผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมความดันโลหิตได้ดี ปี 2563 เท่ากับ 26.66 (เกณฑ์ร้อยละ 50) สาเหตุสำคัญคือ พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกต้องและการออกกำลังกายไม่สม่ำเสมอ จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและอสม. ยังขาดความต่อเนื่องในการให้การบริการในเชงรุกไปถึงระดับ ครอบครัว ชุมชน ทำให้การแก้ปัญหาได้แค่ระดับหนึ่ง จึงมีความจำเป็นที่จะต้องคิด และใช้วิธีก่ารที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ อีกทั้ง ในปีที่ผ่านมาการดำเนินงาน NCD คปสอ.ปะนาเระ ยังไม่ผ่านการประเมิน NCD Clinic plus ระดับดี ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญในการคับเคลื่อนการดำเนินงานและแก้ไขปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในพื้นที่ จากสถาพปัญหาดังกล่าว คณะทำงานโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเบาหวานความดันโลหิตสูงควบคุมได้ โดยเป็นการส่งเสริมสุขภาพ ทั้งในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วย และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานของตนเอง โดยการดำเนินงานกิจกรรมต้องสอดคล้องกับสภาพปัญหาของปัจเจกบุคคล ครอบครัว ศาสนา และวัฒนธรรมเพื่อให้มีการเปลี่ยนแบบแผนการดำเนินชีวิต มีความรู้ ความเข้าใจ และมีพฤติกรรมการดูแลตนเองที่ถูกต้องสามารถลดพฤติกรรมเสี่ยง ต่อการเกิดโรคเบาหวาน และ ความดันโลหิตสูง มีความห่วงใยต่อสุขภาพ ครอบครัวและชุมชน อย่างถาวร ส่งผลให้ทั้งกลุ่มเสี่ยง กลุ่มป่วยและประชาชนมีสุขภาพที่ดี มุ่งให้เกิดการพึ่ตนเองทางสุขภาพเป็นสำคัญ อีกทั้งยังเห็นความสำคัญของการขับเคลื่อนการดำเนินงาน NCD คปสอ.ปะนาเระ ให้ผ่านการประเมิน NCD Clinic plus ระดับดี เพื่อให้การแก้ไขปัญหาโรคเรื้อรังในระดับอำเภอประสบสำเร็จ
-
1.เพื่อลดอัตราป่วยรายใหม่จากกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง0.00
-
2.เพื่อให้กลุ่มสงสัยป่วยได้รับการวินิจฉัยโรคอย่างรวดเร็ว0.00
-
3.เพื่อให้กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มป่วยต่อโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงได้มีความรู้ และมีก่รปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร การออกกำลังกาย และการจัดการความเครียด0.00
-
4.เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ0.00
-
5.เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี0.00
-
6.เพื่อให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดี0.00
-
7.เพื่อสนับสนุนการจัดการตนเองของผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง0.00
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
โครงการปรับได้..เปลี่ยนได้...ห่างไกลโรคเรื้อรัง เบาหวานความดันโลหิตสูงควบคุมได้
-ค่าอาหารว่าง 2 มื้อ 25 บาท เป็นเงิน 2,000 บาท -ค่าอาหารกลางวัน 1 มื้อ 50 บาท 40 คนเป็นเงิน 2,000 บาท -ค่าพาหนะติดตามกลุ่มเสี่ยง 20 คน 50 บาทเป็นเงิน 1,000 บาท -ค่าวิทยากร 500 บาท 6 ชมเป็นเงิน 3,000 บาท -ค่าป้ายโครงการ เป็นเงิน 1,200 บาท -ค่าวัสดุโครงการ เป็นเงิน 2,500 บาท
1 มีนาคม 2564 ถึง 31 มีนาคม 256411700.00 บาท
- ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูงมีความรู้และทักษะในการดูแลตนเองในการป้องกันโรค สามารถประเมินและแก้ไขปัญหาภาวะสุขภาพของตนเอง ครอบครัว ชุมชนได้ 2.ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูงได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และมีพฤติกรรมการดูแลตนเองที่ถูกต้อง 3.อัตราผู้ป่วยโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่ลดลง 4.กลุ่มโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและระดับความดันโลหิตได้ดีขึ้น 5.ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้สมุนไพรในการรักษาและป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนทางเท้า และสามารถนำสามารถนำความรู้ไปปฏิบัติ เผยแพร่และสืบทอดต่อเนื่องได้
