โครงการเกษตรกรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย สมุนไพรล้างพิษ ปี 2564
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ)
ปัญหาผลกระทบต่อสุขภาพจากการสัมผัสสารเคมีของเกษตรกร ยังเป็นปัญหาสำคัญที่ควรตระหนัก เนื่องจากมีการนำเข้าของสารเคมีกำจัดแมลงสูงขึ้น และพบผู้ป่วยด้วยโรคสารกำจัดศัตรูพืช จากฐานข้อมูลการป่วยของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมได้รับผลกระทบต่อการสัมผัสสารเคมี ซึ่งในปี พ.ศ. 2556-2557 กรมควบคุมโรคได้ให้ความสำคัญต่อสุขภาพเกษตรกร โดยรูปแบบการบูรณาการงานของ ๔ กรมวิชาการ ได้แก่ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และกรมสุขภาพจิต โดยมีนโยบายภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาและร่วมมือกับเครือข่ายภายในและนานาชาติ ให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดำเนินงานจัดบริการอาชีวอนามัยให้แก่กลุ่มแรงงานในชุมชนโดยระยะแรกเริ่มดูแลเกษตรกร โดยมีการจัดตั้งคลินิกสุขภาพเกษตรกรในหน่วยบริการปฐมภูมิ
จากนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงสาธารณสุขในการดำเนินมาตรการยุติการใช้สารเคมีในเกษตรกร ปี 2563 รวมถึงการได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชจะเป็นพิษและอันตรายต่อสุขภาพ สามารถเกิดอาการแสดงเฉียบพลันตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนระดับรุนแรงถึงแก่ชีวิต ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของความเป็นพิษ และปริมาณที่ได้รับ นอกจากเกษตรกรจะได้รับอันตรายจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชแล้วยังมีประชาชนทั่วไปที่บริโภคผักและผลไม้ได้รับสารพิษที่ตกค้างอยู่ได้
ตำบลบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่หนึ่งที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเพาะปลูก ได้แก่ การทำนา ทำสวน ทำไร่จะเห็นได้ว่าเกษตรกรส่วนใหญ่จะใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืชโดยไม่ได้คำนึงถึงอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น ซึ่งสารเคมีกำจัดศัตรูพืชสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทางโดยการสัมผัสทางผิวหนังจากการไม่สวมถุงมือและไม่สวมรองเท้าป้องกันขณะทำงาน การสูดหายใจละอองที่ฟุ้งในอากาศ การรับประทานอาหารและน้ำดื่มที่มีสารเคมีปนเปื้อน พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนเป็นพฤติกรรมที่ส่งผลต่อสุขภาพเกษตรกรทั้งสิ้น ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านพรุ ซึ่งเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิ ได้เห็นถึงความสำคัญในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้จึงได้จัดทำโครงการเกษตรกรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย สมุนไพรล้างพิษ เพื่อดูแลสุขภาพเกษตรกรในชุมชน ประกอบด้วยการสำรวจข้อมูลเบื้องต้น การเจาะเลือดคัดกรองเพื่อสืบค้นความผิดปกติในระยะแรกเริ่ม ถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกรเกี่ยวกับอันตรายจากการใช้สารเคมีกำจัดศตรูพืช ตลอดจนการแนะนำวิธีการรักษาเบื้องต้นโดยใช้สมุนไพรในการล้างพิษ
-
เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชและสมุนไพรล้างพิษ100.0080.00
เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชและสมุนไพรล้างพิษ ร้อยละ 80
-
เพื่อเกษตรกรผู้ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่เข้าร่วมโครงการได้รับการตรวจคัดกรองสารพิษตกค้าง100.0080.00
เกษตรกรผู้ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่เข้าร่วมโครงการได้รับการตรวจคัดกรองสารพิษตกค้าง ร้อยละ 80
-
เพื่อลดการเจ็บป่วยและอันตรายที่เกิดขึ้นจากการใช้สารเคมีกำจัดศตรูพืช100.0080.00
เกษตรกรที่มีผลเลือดอยู่ในระดับมีความเสี่ยงและไม่ปลอดภัยมีผลการตรวจเลือดลดลงอยู่ในระดับปลอดภัยและปกติหลังจากทานสมุนไพรล้างพิษ ร้อยละ 80
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประเมินความเสี่ยงของเกษตรกร โดยใช้แบบประเมินความเสี่ยงในการทำงานของเกษตรกรจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
ค่าวัสดุ (ค่าแบบประเมินความเสี่ยง) จำนวน 50 ชุด ชุดละ 3 บาท = 150 บาท
1 ตุลาคม 2563 ถึง 30 กันยายน 2564ทราบถึงปัญหาความเสี่ยงของเกษตรกร
150.00 บาท -
ประเมินความรู้ก่อนรับการอบรม
ประเมินความรู้ก่อนรับการอบรม ค่าวัสดุ (แบบทดสอบก่อนได้รับความรู้) จำนวน 50 ชุด ชุดละ 2 บาท = 100 บาท
1 ตุลาคม 2563 ถึง 30 กันยายน 2564ได้รับข้อมูลความรู้เบื้องต้นของผู้เข้าร่วมโครงการ
100.00 บาท -
อบรมให้ความรู้เรื่องการใช้และการป้องกันอันตรายจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่ถูกต้อง แนะนำการใช้ยาสมุนไพรรางจืดล้างพิษแก่กลุ่มเกษตรกรในตำบลบ้านพรุ
-ค่าอาหารกลางวัน 75 บาท x 50 คน = 3, 750 บาท
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 2 มื้อ มื้อละ 25 บาท 50 x 50 คน = 2,500 บาท
-ค่าสมนาคุณวิทยากร ชั่วโมงละ 600 บาท x 2 ชั่วโมง 1 คน = 1,200 บาท
-ค่าวัสดุ (ค่าไวนิลโครงการวันอบรม) ขนาด1.2 x 2.4 เมตร 350 บาท x 1 ป้าย = 350 บาท
-ค่าคู่มือเกษตรกร (จำนวน 30 แผ่น) จำนวน 50 เล่ม เล่มละ 30 บาท = 1,500 บาท
-ค่า Roll up ให้ความรู้วิธีการล้างผักง่ายๆ ขนาด 80 * 200 เซนติเมตร จำนวน 1 ป้าย = 2,000 บาท
-ค่าปากกา 50 แท่ง แท่งละ 10 บาท = 500 บาท
-ค่าแฟ้มเอกสาร 50 แฟ้ม แฟ้มละ 15 บาท = 750 บาท
1 ตุลาคม 2563 ถึง 30 กันยายน 2564ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับความรู้
12550.00 บาท -
ประเมินความรู้หลังรับการอบรม
ค่าวัสดุ (ค่าแบบทดสอบหลังได้รับความรู้) จำนวน 50 ชุด ชุดละ 2 บาท = 100 บาท
1 ตุลาคม 2563 ถึง 30 กันยายน 2564ทราบถึงความรู้ของผู้เข้าร่วมโครงการหลังจากการอบรม
100.00 บาท -
ตรวจเลือดเกษตรกรที่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่เข้าร่วมโครงการ
-ค่าชุดทดสอบสารพิษในกระแสเลือด จำนวน 2 ชุด ชุดละ 600 บาท = 1,200บาท *ค่าวัสดุดำเนินงานตรวจเลือดเกษตรกร ประกอบด้วย -ค่าเข็มเจาะปลายนิ้ว 1 กล่อง ๆ ละ 900 บาท = 900 บาท -ค่าหลอดใส่เลือด 2 กล่อง ๆ ละ 95 บาท = 190 บาท
-ค่าถุงมือ 1 กล่อง ๆ ละ 150 บาท = 150บาท -ค่าสำลีแอลกอฮอล์สำเร็จรูป 25 แผง ๆ ละ 20 บาท = 500 บาท
-ค่าแผ่นสไลด์ 3 กล่อง ๆ ละ 100 บาท = 300 บาท
-ค่าแบบรายงานผลการเจาะเลือด จำนวน 100 ชุด ชุดละ 1 บาท = 100 บาท1 ตุลาคม 2563 ถึง 30 กันยายน 2564ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการตรวจเลือด เพื่อนำผลการตรวจไปให้แพทย์
3340.00 บาท -
จ่ายยาเกษตรกรที่มีสารพิษตกค้างในเลือดที่อยู่ในระดับไม่ปลอดภัย รับยาสมุนไพรรางจืด โดยแพทย์แผนไทยรพ.สต.บ้านพรุ พร้อมทั้งแนะนำการใช้ยาที่ถูกต้อง
ชาชงสมุนไพรรางจืด จำนวน 50 ห่อๆ ละ 40 บาท = 2,000 บาท
1 ตุลาคม 2563 ถึง 30 กันยายน 2564เกษตรกรที่มีสารพิษตกค้าง ได้รับการรักษา
2000.00 บาท -
นัดตรวจเลือดซ้ำสำหรับเกษตรกรที่ได้รับยาสมุนไพรรางจืด
นัดตรวจเลือดซ้ำสำหรับเกษตรกรที่ได้รับยาสมุนไพรรางจืดไปทาน 1 เดือน
1 ตุลาคม 2563 ถึง 30 กันยายน 25640.00 บาท -
สรุปผลและประเมินโครงการ1 กันยายน 2564 ถึง 30 กันยายน 25640.00 บาท
- เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชและสมุนไพรล้างพิษเพิ่มขึ้น
- เกษตรกรที่มีความเสี่ยงมีผลการตรวจเลือดปกติหลังจากทานสมุนไพรล้างพิษ
- เกษตรกรและผู้บริโภคปลอดภัยจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
