โครงการรณรงค์ต้านภัยโรคไข้เลือดออก ปี 2564
โรคไข้เลือดออกเดงกี เป็นโรคติดเชื้อไวรัสเดงกีที่มียุงลายเป็นแมลงนำโรค โรคนี้ได้กลายเป็นปัญหาสาธารณสุขในหลายประเทศทั่วโลก เนื่องจากโรคได้แพร่กระจายอย่างกว้างขวางและจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างมากใน 30 ปีที่ผ่านมา มากกว่า 100 ประเทศที่โรคนี้กลายเป็นโรคประจำถิ่น และโรคนี้ยังคุกคามต่อสุขภาพของประชากรโลกมากกว่าร้อยละ 40 (2,500 ล้านคน) โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะพบมากในประเทศเขตร้อนและเขตอบอุ่น ซึ่งในช่วงฤดูฝนมักมีการระบาดของโรคไข้เลือดออกเป็นจำนวนมากในทุกภาคของประเทศไทย สาเหตุของการเกิดโรคไข้เลือดออกเกิดจากเกิดจากเชื้อไวรัสเด็งกี่ (Dengue) เชื้อไวรัสชิคุนกุนย่า(Chikungunya) เป็นสาเหตุของโรคซึ่งปัจจุบันจากการตรวจสอบจากห้องปฏิบัติการพบว่าเชื้อไวรัสเด็งกี่มี 4 ชนิดเชื้อดังกล่าวสามารถทำให้เลือดออกรุนแรงได้ดังนั้นเมื่อเชื้อตัวใดตัวหนึ่งเข้าสู่ร่างกายจะทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต้านทานต่อเชื้อตัวนั้นอย่างถาวรและยังต่อต้านข้ามไปเชื้ออื่นๆอีก 3 ชนิดแต่อยู่ไม่ถาวรโดยทั่วไปอยู่ได้นาน 6-12 เดือน หลังระยะนี้แล้วคนที่เคยติดเชื้อเด็งกี่ชนิดหนึ่ง อาจติดเชื้อเด็งกี่ชนิดอื่นต่างจากครั้งแรกก็ได้ถือเป็นการติดเชื้อครั้งที่สอง การติดเชื้อซ้ำๆเชื่อกันว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคไข้เลือดออกโรคไข้เลือดออกถือว่าเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญมากเพราะมีผู้ป่วยป่วยและตายจำนวนมากในแต่ละปีเป็นโรคติดต่อที่มียุงลายเป็นพาหะการระบาดตลอดปีและพบมากในช่วงฤดูฝนยุงลายชอบวางไข่ในแหล่งที่มนุษย์สร้างขึ้น ชอบวางไข่ตามภาชนะที่มีน้ำขัง เช่น ยางรถยนต์ จานรองขาตู้กับข้าว เป็นต้น และยุงลายชอบออกหากินในเวลากลางวันตามบ้านเรือนและโรงเรียน กรมควบคุมโรค ฉบับที่ 270 ประจำสัปดาห์ที่ 28 (วันที่ 12-18 ก.ค. 2563) โดย นายแพทย์สุวรรณชัยวัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค “จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในปี 2563 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-8 ก.ค. 63 มีรายงานผู้ป่วยทั่วประเทศ 25,708 ราย เสียชีวิต 15 ราย กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ 15-24 ปี รองลงมาคือ 10-14 ปี และ 25-34 ปี ตามลำดับจากข้อมูลการกระจายของผู้ป่วย พบว่า ผู้ป่วยมีการกระจายทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย โดยภูมิภาคที่พบอัตราป่วยต่อประชากรแสนคนสูงสุด คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รองลงมาคือภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคใต้ ตามลำดับ ส่วนจังหวัดที่พบอัตราป่วยสูงสุด คือ ชัยภูมิ รองลงมาคือระยอง ขอนแก่น แม่ฮ่องสอน และนครราชสีมา ตามลำดับ” และสถานการณ์ไข้เลือดออกของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านพรุ ปี 2563มีผู้ป่วยไข้เลือดออกมาอย่างต่อเนื่อง กระจายในพื้นที่ หมู่ที่ 8 จำนวน 2 ราย และหมู่ที่ 9 จำนวน 1 ราย ไข้เลือดออกจึงเป็นปัญหาสาธารณสุขอีกโรคหนึ่งที่สำคัญ ต้องป้องกันและรณรงค์ให้ทุกคนตระหนักในการควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออก ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านพรุ ซึ่งมีพื้นที่รับผิดชอบทั้งหมด5 หมู่บ้าน ประชากรทั้งหมด 8,107 คนจำนวนหลังคาเรือนที่รับผิดชอบทั้งหมด 2,345 หลังคาเรือน ซึ่งเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิ ได้เห็นถึงความสำคัญในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้จึงได้จัดทำโครงการรณรงค์ต้านภัยโรคไข้เลือดออกปี ๒๕64 ขึ้นโดยมีกลวิธีการดำเนินงานที่สำคัญ คือ พัฒนากระบวนการ องค์ความรู้และทักษะในการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกการกำจัดลูกน้ำยุงลายและยุงลายซึ่งเป็นพาหนะนำโรคไข้เลือดออกเพื่อเป็นการป้องกันการระบาดของโรคไข้เลือดออกที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงเป็นการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการป้องกันโรคไข้เลือดออกและเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น จึงจำเป็นที่เราจะต้องป้องกันและรณรงค์ให้ทุกคนตระหนักในการควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออกโดยวิธีกำจัดลูกน้ำยุงลายและกำจัดตัวยุงลายทั้งวิธีกายภาพและชีวภาพและทางเคมีในบ้านวัดและโรงเรียนดังนั้นโอกาสที่จะเกิดไข้เลือดออกก็จะลดน้อยลงด้วย
-
เพื่อให้ประชาชนทุกครัวเรือน มีความรู้และตระหนักในควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออก100.0080.00
ประชาชนทุกครัวเรือน มีความรู้และตระหนักในควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออกร้อยละ 80
-
ค่าดัชนีความชุกลูกน้ำยุงลายของหมู่บ้าน/ชุมชน มีค่า HI 10 และโรงเรียน/ศูนย์เด็กเล็ก/สถานบริการสาธารณสุข มีค่า CI = 0100.0080.00
ค่าดัชนีความชุกลูกน้ำยุงลาย ร้อยละ 80 ของหมู่บ้าน/ชุมชน มีค่า HI 10 ร้อยละ 80 ของโรงเรียน/ศูนย์เด็กเล็ก/สถานบริการสาธารณสุขมีค่า CI = 0
-
อัตราป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกในประชากรทั้งหมดและกลุ่มเด็กวัยเรียนลดลง100.0080.00
อัตราป่วยด้วยไข้เลือดออกในประชากรทั้งหมดและกลุ่มเด็กวัยเรียนลดลงอย่างน้อย ไม่เกิน 50 ต่อแสนประชากรติดต่อกันอย่างยั่งยืนอย่างน้อย 2 ปี
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน78
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมสำรวจและทำลายแหล่งเพาะพันธ์ลูกน้ำยุงลาย (หมู่ที่ 3 ,8,9,10,11)
-ค่าโลชั่นกันยุงจำนวน 200 หลอด ๆ ละ 70 บาท เป็นเงิน 14,000 บาท
-ค่าสเปรย์ฉีดฆ่ายุงภายในบ้าน จำนวน 100 ขวด ๆ ละ 85 บาท เป็นเงิน 8,500 บาท
-ทรายกำจัดลุกน้ำยุงลาย 2 ถัง ๆ ละ 5,000 บาท เป็นเงิน 10,000 บาท -ค่าธงสี จำนวน 200 ผืน ๆ ละ 80 บาท เป็นเงิน 16,000 บาท
-ค่าวัสดุ (แบบสำรวจลูกน้ำยุงลาย) จำนวน 1,000 ชุด ๆ ละ 1 บาท = 1,000 บาท
กิจกรรมย่อยที่ 1.1 -แจกเอกสารแผ่นพับ สนับสนุนโลชั่นกันยุง สเปรย์ฉีดฆ่ายุง และพ่นสารเคมีกำจัดยุงลายในกรณีที่พบผู้ป่วยไข้เลือดออกในชุมชน (หมู่ที่ 3 หมู่ที่ 8 หมู่ที่ 9 หมู่ที่ 10 หมู่ที่ 11) -ใส่ทรายอะเบทในภาชนะที่มีน้ำขัง (ทรายอะเบท 1 กรัม ใส่ในน้ำ 10 ลิตร อัตราส่วน 1 กรัมต่อน้ำ 10 ลิตร หรือ 20 กรัม) เพื่อช่วยกำจัดลูกน้ำยุงลายอย่างได้ผล กิจกรรมย่อยที่ 1.2 ออกสุ่มและประเมิน โดยเจ้าหน้าที่ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านพรุ ร่วมกับ อสม. ในพื้นที่ เดือนละ 1 ครั้ง ต้องมีค่าHI ไม่เกิน 10 และค่า CI เท่ากับ 0 เพื่อผ่านเกณฑ์มาตรฐาน โดยกำหนดเกณฑ์ดังนี้ มอบธงเขียวแก่บ้านที่ปลอดลูกน้ำ และธงแดงสำหรับบ้านที่พบลูกน้ำยุงลาย1 ตุลาคม 2563 ถึง 30 กันยายน 2564ได้ข้อมูลแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย
49500.00 บาท -
กิจกรรมรณรงค์ต้านภัยไข้เลือดออกปี 2564 ในชุมชน (หมู่ที่ 3 หมู่ที่ 8 หมู่ที่ 9 หมู่ที่ 10 หมู่ที่ 11)
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 1 มื้อ มื้อละ 25 บาท 25 x 150 คน = 3,750บาท
-ค่าป้ายไวนิลเดินรณรงค์กำจัดลูกน้ำยุงลายขนาด 1.0 * 2.0 เมตร จำนวน 5 ผืน ๆ ละ 240 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท
1 ตุลาคม 2563 ถึง 30 กันยายน 2564ประชาสัมพันธ์วิธีการป้องกันและกำจัดยุงลาย
4950.00 บาท -
สรุปและประเมินผลโครงการ1 กันยายน 2564 ถึง 30 กันยายน 25640.00 บาท
- ประชาชนทุกครัวเรือนมีความรู้ความเข้าใจในการควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออก
- ค่าดัชนีความชุกลูกน้ำยุงลาย ของหมู่บ้าน/ชุมชน มีค่า HI 10 และโรงเรียน/ศูนย์เด็กเล็ก/สถานบริการสาธารณสุขมีค่า CI = 0
- อัตราป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกในประชากรทั้งหมดและกลุ่มเด็กวัยเรียนลดลง
- มีการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคในพื้นที่อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ
