โครงการส่งเสริมสุขภาพจิตโดยใช้หลักธรรมคำสอนของศาสนาตำบลบ้านนอก
-
นายมะรอบีโตะเวาะม๊ะ
-
นายสาอะบือราเฮง
-
นายยะโก๊ะเจะโกะ
-
นายยูนุ๊เจะเลาะ
-
นายสาการียาสาและ
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ) ปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจและสังคมไทยที่ผันแปรอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชากรต้องดำเนินชีวิตอย่างเร่งรีบ เนื่องจากมีการแข่งขันสูง ทำงานแข่งกับเวลา และค่าครองชีพสูงทำให้เกิดความเครียด ประกอบกับความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี ความสะดวกสบาย อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พฤติกรรมสุขภาพเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานจะมีภาวะเสี่ยงที่ทำให้เกิดความเครียดมากที่สุด ไม่มีเวลาในการดูแลสุขภาพ รวมไปถึงสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้คนในชุมชนต้องเผชิญกับปัญหาในการปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับสังคมในปัจจุบัน ทั้งในด้านความคิด ความเข้าใจ และค่านิยมต่างๆ ซึ่งก่อให้เกิดความเครียด ความขับข้องใจแยกตัวออกจากสังคม ขาดสัมพันธภาพกับสมาชิกในครอบครัวท้อแท้และเบื่อหน่ายในชีวิต ประกอบกับที่ต้องเผชิญกับรูปแบบการดำเนินชีวิตแบบใหม่ ต้องออกจากงาน มีรายได้ลดลง ภาวะสุขภาพเสื่อมลงมีโรคทางกายเพิ่มมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจคนในชุมชนทั้งสิ้น และหากคนในชุมชนไม่ได้รับการดูแลใจใส่จากบุคคลใกล้ชิดด้วยแล้วจะยิ่งส่งเสริมให้คนในชุมชนมีภาวะซึมเศร้าและความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองลดลงจนเกิดความรู้สึกสิ้นหวังแยกตัวออกจากสังคมเป็นผลให้เกิดความผิดปกติทางจิตใจที่รุนแรงและอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ จึงควรส่งเสริมสุขภาพจิต เพื่อให้เกิดการบำรุงรักษาสภาพจิตใจของตนเองให้เข้มแข็งสมบูรณ์อยู่เสมอ การใช้ชีวิตในชีวิตอยู่ในสังคมของมนุษย์จะต้องประสบทั้งความทุกข์และความสุขปะปนกันไป ดังนั้นการมีสุขภาพจิตที่เข้มแข็งย่อมจะสามารถดำรงตนอยู่ในสังคมได้ดียิ่งขึ้น จึงควรมีวิธีการส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดี รู้จักและทำความเข้าใจตัวเองให้ดีที่สุด ฝึกทำจิตใจให้สดชื่นแจ่มใส มองโลกในแง่ดี หาสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยึดถือคำสอนในศาสนาที่ตนเองนับถือ เพราะคำสอนในศาสนาจะเป็นเครื่องเหนี่ยวรั้งจิตใจให้สงบ เยือกเย็น มีสติปัญญา ไม่หลง โกรธ มัวเมาในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ สุขภาพจิตก็จะดีอยู่เสมอ และเมื่อมีปัญหาหรือความเครียดทางจิตใจควรหาโอกาสผ่อนคลายด้วยการฝึกบริหารจิตใจ ฝึกทำสมาธิ ทำจิตใจให้เข้ม สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีเหตุผล ดังนั้นทางมัสยิดนองเงง (หัวคลอง) จึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดโครงการส่งเสริมสุขภาพจิตโดยใช้หลักธรรมคำสอนทางศาสนาขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์สุขของประชาชนในการเห็นความสำคัญถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องและถูกวิธี รวมทั้งได้มีการจัดกิจกรรมโดยการนำหลักธรรมคำสอนทางศาสนาอิสลามมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้เป็นคนดี มีศีลธรรม และดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข
-
1 เพื่อให้ประชาชนตำบลบ้านนอกมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพจิต 2 เพื่อลดอัตราเสี่ยงที่ทำให้เกิดความเครียด 3 เพื่อสร้างความตระหนักในการสร้างความสุขภาวะจิต สุขภาวะทางสังคม และสุขภาวะทางจิตวิญญาณ 4 เพื่อให้ประชาชนตำบลบ้านนอกมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างสุขภาพจิต 5 เพื่อให้ประชาชนตำบลบ้านนอกรู้จักแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข0.00
ประชาชนตำบลบ้านนอกมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพจิตร้อยละ 80%
สามารถลดอัตราเสี่ยงที่ทำให้เกิดความเครียด ร้อยละ 80%
สามารถสร้างความตระหนักด้านสุขภาวะจิต สุขภาวะทางสังคม และสุขภาวะทางจิตวิญญาณ ร้อยละ 80%
ประชาชนตำบลบ้านนอกมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างสุขภาพจิต ร้อยละ 80%
ประชาชนตำบลบ้านนอกสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข ร้อยละ 80%
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพจิตโดยใช้หลักคำสอนทางศาสนาอิสลาม
ค่าวิทยากร 3 ชม.x 600 บ. = 1,800 บ.
ค่าอาหารว่าง 1 มื้อ x 25 บ. x 300 คน = 7,500 บ.
ค่าเช่าเครื่องเสียง เต็นท์ เวที เก้าอี้ = 6,000 บ.
ค่าใช้ตกแต่งสถานที่ = 5,000 บ.
ค่าทำความสะอาด = 2,000 บ.
1 พฤษภาคม 2564 ถึง 30 กันยายน 256422300.00 บาท
1.ประชาชนตำบลบ้านนอกมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพจิต 2.สามารถลดอัตราเสี่ยงที่ทำให้เกิดความเครียด 3.สามารถสร้างความตระหนักด้านสุขภาวะจิต สุขภาวะทางสังคม และสุขภาวะทางจิตวิญญาณ 4.ประชาชนตำบลบ้านนอกมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างสุขภาพจิต 5.ประชาชนตำบลบ้านนอกสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข
