โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ปี 2564
โรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังตลอดชีวิต หากไม่ได้รับการรักษาหรือได้รับการรักษาไม่ถูกต้องจะเป็นอันตรายต่อชีวิตผู้ป่วย จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าคนไทยที่มีความดันโลหิตสูงจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ประมาณ 3.7 เท่าของผู้ที่มีความดันโลหิตปกติและยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคไตวาย โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดส่วนปลาย และภาวะหัวใจล้มเหลวผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ไม่ได้รับการรักษาเกือบครึ่งหนึ่งจะตายด้วยโรคหัวใจ ส่วนโรคเบาหวาน จะเสี่ยงต่อการเกิดภาวะตาบอดไตวาย การถูกตัดอวัยวะ เป็นต้นปัญหาของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวานที่พบบ่อยที่สุด คือการบริโภคอาหารไม่ถูกต้อง ยังพบการบริโภคอาหารที่มีรสเค็มมัน และหวานสาเหตุ คือ ความเคยชิน , ต้องประกอบอาชีพนอกบ้านไม่มีเวลาในการประกอบอาหารเองจึงหาซื้ออาหารสำเร็จรูป รวมถึงขาดการออกกำลังกายและไม่สามารถปรับพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกหลักได้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ในปัจจุบัน โรคความดันโลหิตสูง/โรคเบาหวาน ในเขตบริการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาโอนจำนวน 479/154 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 12,749.53/4,099.01 ต่อแสนประชากร และจากการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ปี 2563 ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาโอน ตำบลรือเสาะ ประชากรกลุ่มเป้าหมาย ได้รับการตรวจคัดกรอง จำนวน 1,098 คน คิดเป็นร้อยละ 91.65 พบมีภาวะเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน (ค่าน้ำตาลในเลือด 110 MG% ขึ้นไป) จำนวน 120 คนและความดันโลหิตสูง (ค่าความดันโลหิตมากกว่า 140/90 มม.ปรอทจำนวน 279 คน รวม 399 คนดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาโอน และกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลรือเสาะ เล็งเห็นความสำคัญในการเฝ้าระวัง ป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในกลุ่มเสี่ยง จึงได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง เพื่อการป้องกันการเกิดโรคผู้ป่วยรายใหม่ขึ้น
-
1. เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงได้รับความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน0.00
- กลุ่มเสี่ยงได้รับความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานได้อย่างถูกต้อง
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง150
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้โรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน
อบรมกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน จำนวน 150 คน แบ่งเป็น 2 รุ่น
รุ่นที่ 1-ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 75 คนๆ 50 บาท x 1 วัน เป็นเงิน 3,750 บาท
-ค่าอาหารว่าง จำนวน 75 คนๆละ 25 บาท x 2มื้อ x 1 วัน เป็นเงิน 3,750 บาท
รุ่นที่ 2-ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 75 คนๆละ 50 บาท x 1 วัน เป็นเงิน 3,750 บาท
-ค่าอาหารว่าง จำนวน 75 คนๆละ 25 บาท x 2มื้อ x 1 วัน เป็นเงิน 3,750 บาท
คัดกรองความดันเบาหวานและให้ความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน จำนวน 150 คน แบ่งเป็น 2 รุ่นๆ ละ 75 คน
- ป้ายไวนิลโครงการฯ จำนวน 1 ผืน เป็นเงิน 800 บาท
วัสดุอุปกรณ์การอบรมโครงการ - ปากกา จำนวน 150 ด้ามๆ ละ 5 บาท เป็นเงิน 750 บาท - แฟ้มเอกสาร จำนวน 150 เล่มๆ ละ 20 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท - สมุดปกอ่อน จำนวน 150 เล่มๆ ละ 10 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
เอกสารให้ความรู้ จำนวน 150 ชุด - ถ่ายเอกสาร จำนวน 150 ชุดๆ ละ 5 บาท เป็นเงิน 750 บาท
วิทยากร อบรมให้ความรู้แก่กลุ่มเสี่ยงโรคความดันเบาหวาน - วิทยากร อบรมให้ความรู้แก่กลุ่มเสี่ยงโรคความดันเบาหวาน วิทยากร จำนวน 1 คน จำนวน 2 วันๆ ละ 3 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
1 มกราคม 2564 ถึง 31 ธันวาคม 2564กลุ่มเสี่ยงได้รับความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานเพิ่มมากขึ้นและถูกต้อง
25400.00 บาท -
ออกกำลังกายลดการเกิดโรค
- สาธิตการออกกำลังกายเพื่่อการลดโรคที่ถูกต้อง เพื่อลดการเกิดความดันโลหิตสูงและลดระดับน้ำตาลไขมัน ในคนที่มีความดันโลหิตและเบาหวานอยู่ในเกณฑ์ปกติ ลดการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ในการออกกำลังกายจะต้องระวังโรคแทรกซ้อนเช่นน้ำตาลต่ำ การเลือกวิธีออกกำลังจะขึ้นกับสุขภาพของแต่ละคน
1 กุมภาพันธ์ 2564 ถึง 31 ธันวาคม 2564กลุ่มเสี่ยงสามารถออกกำลังกายได้อย่างถูกต้องและอยู่ในเกณฑ์ปกติ
0.00 บาท
- กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูงเกิดความตระหนักและสนใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องเพิ่มขึ้นทำให้ทราบอันตรายที่อาจเกิดขึ้นและพฤติกรรมที่ควรปรับปรุง
- กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูงที่ป่วยเป็นโรคได้รับการดูแลรักษาตามมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ไม่มีภาวะแทรกซ้อนจากโรค
