โครงการคนบางปู รู้เท่าทัน เข้าใจการดูแลโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงอำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ปีงบประมาณ 2564
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน40.00
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง50.00
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA)2.00
-
ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย2.00
ปัจจุบันเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนเป็นอย่างมาก ประชาชนมีการแข่งขันสร้างความมั่นคงให้แก่ครอบครัว ความนิยมวัฒนธรรมตะวันตกก็มีมากขึ้น จึงทำให้วิถีชีวิต (Life style) มีการเปลี่ยนแปลง เช่น การเร่งรีบกับการทำงาน บริโภคอาหารโดยไม่ได้คำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการ มีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง ขาดการออกกำลังกาย ความเครียด การสูบบุหรี่ ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุขเป็นกลุ่มโรคที่มีปัจจัยสาเหตุการนำสู่โรคจากปัจจัยเสี่ยงร่วมและเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ซึ่งโรคนี้สามารถป้องกันได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการ และมีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสม จึงจะสามารถป้องกันโรคได้
จากการลงพื้นที่คัดกรองความเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในกลุ่มประชาชนอายุ 35 ขึ้นไปใน ตำบลบางปู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ตั้งแต่เดือน ตุลาคม - ธันวาคม 2563 พบว่า มีผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง มีมากกว่าร้อยละ 30 ซึ่งในกลุ่มเสี่ยงดังกล่าวพบว่า มีพฤติกรรมเสี่ยงหลายอย่าง เช่น ไม่ออกกำลังกาย กินคาร์โบไฮเดรตและไขมันเยอะเกิน สูบบุหรี่จัด ภาวะเครียด ส่วนปัจจัยด้านอื่นๆ ที่อาจมีความเกี่ยวเนื่องกันได้ ก็คือ พันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งพบว่าคนที่มีบิดา มารดา มีภาวะความดันโลหิตสูง เบาหวาน ก็มัก จะมีโอกาสเสี่ยงที่จะป่วยด้วยโรคเหล่านี้มากกว่าคนปกติทั่วไป อีกทั้ง ในกลุ่มประชากรทีมีภาวะเสี่ยงสูง กลุ่มแฝง ถ้าไม่ได้รับการดูแล/รักษาอย่างต่อเนื่อง หรือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสม อาจพัฒนาไปสู่การป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวาน ได้ในอนาคต เนื่องจากคนที่มีภาวะความดันโลหิตสูง หรือเบาหวานระยะแรกๆ ส่วนใหญ่ มักไม่ค่อยรู้ตัว ดังนั้นโอกาสจะเกิดโรคแทรกซ้อนก็มีมากตามไปด้วย โดยทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อหัวใจ ไต ตา และสมอง และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตได้ดังนั้นจึงเปรียบภาวะความดันโลหิตสูง และเบาหวาน ว่าเป็น “ภัยเงียบ” หรือ “ฆาตกรเงียบ” นั่นเอง
ดังนั้น ทีมสุขภาพโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางปู ร่วมกับชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน ตำบลบางปู ตระหนักถึงภาวะสุขภาพของประชาชนในกลุ่มดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการ “คนบางปู รู้เท่าทันโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ปี 2564” ขึ้น เพื่อให้ประชาชนทั่วไปและกลุ่มเสี่ยงสูง มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และสามารถดูแลสุขภาพตนเอง เลือกรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี ลดการเกิดโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวาน ส่วนในรายที่สงสัยป่วยใหม่ได้รับการส่งต่อ เพื่อการรักษาอย่างต่อเนื่องและช่วยลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน40.0030.00
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง50.0030.00
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงลดลง
-
เพื่อให้ทีมเครือข่ายสุขภาพในชุมชนมีความรู้ในการคัดกรองกลุ่มเสี่ยง สามารถให้คำแนะนำในการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของกลุ่มเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ73.0073.00
อสม.เข้าร่วมอบรมฟื้นฟูความรู้การคัดกรองและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง ร้อยละ ๘๐ และตอบคำถามหลังการอบรมถูกต้องร้อยละ 80
-
เพื่อให้ประชากรกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง มีความรู้ในการดูแลตนเองได้อย่างถูกต้อง50.0060.00
กลุ่มเสี่ยงความดันโลหิตสูงและเบาหวานได้รับความรู้เพิ่มขึ้นร้อยละ 50
-
เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม60.0065.00
กลุ่มเสี่ยงความดันโลหิตสูงและเบาหวานได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมร้อยละ 60
-
กลุ่มวัยทำงาน0
-
กลุ่มผู้สูงอายุ0
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง114
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง270
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน
-ค่าวัสดุสำนักงาน เป็นเงิน 2,500 บาท -ค่าอาหารกลางวันอสม. 35 บาทx68 คนเป็นเงิน 2,380 บาท -ค่าอาหารว่าง อสม. 68 คนx25 บาท x 2 มื้อเป็นเงิน 3,400 บาท รวมเป็นเงิน8,280 บาท
1 มกราคม 2564 ถึง 30 กันยายน 2564กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ได้รับความรู้เพิ่มขึ้นจำนวน 86 คน
8280.00 บาท -
อบรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
-ค่าวัสดุสำนักงาน 270 คน x 25 บาท
เป็นเงิน 6,750 บาท -ค่าอาหารกลางวัน กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานและผู้ดำเนินงาน40 บาท x 270 คน
เป็นเงิน 10,800 บาท -ค่าอาหารว่าง กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน 25 บาทx 270 คน x 2 มื้อ
เป็นเงิน 13,500 บาท รวมเป็นเงิน 31,050.-บาท1 มกราคม 2564 ถึง 30 กันยายน 2564กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ได้รับความรู้และมีทักษะเพิ่มขึ้น
31050.00 บาท -
ติดตามผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 2 ครั้ง
-ค่าวัสดุทางการแพทย์(เครื่องวัดความดัน) 3 เครื่อง x 2,500บาท x 8 ชุมชน เป็นเงิน60,000 บาท -ค่าวัสดุทางการแพทย์(เครื่องตรวจน้ำตาลในเลือด) 3 เครื่อง x 1,800 บาทx8ชุมชน เป็นเงิน 43,200 บาท -แถบตรวจน้ำตาลในเลือด 3 กล่องx 963บาท x 8 ชุมชนเป็นเงิน 23,112 บาท -เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอล 3 เครื่อง x 1,500 บาทx 8 ชุมชนเป็นเงิน 36,000 บาท -สายวัดตัว 3 เส้น x 10บาทx 8 ชุมชนเป็นเงิน 240 บาท -ค่าอาหารว่าง กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน 25 บาทx 270 คน x2 มื้อ (2 ครั้ง) เป็นเงิน 13,500บาท รวมเป็นเงิน 176,052.-บาท
1 มกราคม 2564 ถึง 30 กันยายน 2564กลุ่มเสี่ยงมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ดีขึ้น
176052.00 บาท -
อบรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ที่สามารถควบคุมได้และไม่มีภาวะแทรกซ้อน
-ค่าอาหารกลางวัน กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน (กลุ่มเหลือง,แดง)และผู้ดำเนินงาน 40 บาท x 120 คนเป็นเงิน 4,800 บาท -ค่าอาหารว่าง กลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน 25 บาทx120คนx2มื้อ เป็นเงิน 6,000 บาท รวมเป็นเงิน 10,800.-บาท
1 มกราคม 2564 ถึง 30 กันยายน 2564กลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ที่สามารถควบคุมได้และไม่มีภาวะแทรกซ้อน
10800.00 บาท
- ประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมีผลการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด/ระดับความดันโลหิต เปลี่ยนแปลงอยู่ในเกณฑ์ปกติ
- กลุ่มป่วยที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน สามารถควบคุมโรคได้ ลดอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อน
- มีเครือข่าย/แกนนำด้านสุขภาพในชุมชน
