กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

ผลการดำเนินโครงการ

สรุปผลการดำเนินโครงการ

ผลการดำเนินโครงการ/กิจกรรม:
บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
บรรลุตามวัตถุประสงค์บางส่วนของโครงการ
ไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ

 

ผลผลิตโครงการ

วัตถุประสงค์สถานการณ์เป้าหมายผลผลิตอธิบาย
1 เพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในผู้ใหญ่
ตัวชี้วัด : ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อยที่สุด 150 นาทีต่อสัปดาห์)
50.51 65.00 70.00

ร้อยละ 70 ของผู้ใหญ่อายุ 18 -64 ปี มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมากอย่างน้อยที่สุด 150 นาทีต่อสัปดาห์)

2 เพื่อให้คนในชุมชนมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในช่วงโควิด-19 เพิ่มขึ้น
ตัวชี้วัด : เพิ่มจำนวนคนในชุมชนมีกิจกรรมทางกายเพียงพอในช่วงโควิด -19
23.33 33.55 50.00

ร้อยละ 50 ของคนในชุมชนมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในช่วงโควิด-19

3 เพื่อลดค่าดัชนีมวลกายของกลุ่มเสี่ยงที่มีค่าดัชนีมวลกายเกินให้มีค่าลดลง
ตัวชี้วัด : ร้อยละของกลุ่มเสี่ยงที่มีค่าดัชนีมวลกายเกินมี่ค่าดัชนีมวลกายลดลง
39.53 20.00 80.00

ร้อยละ 80 ของกลุ่มเสี่ยงที่มีค่าดัชนีมวลกายเกินมีค่าดัชนีมวลกายลดลง

4 เพื่อให้กลุ่มเสี่่ยงมีพฤติกรรมการบริโภคที่ดีขึ้นลดการดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มรสหวานจัด
ตัวชี้วัด : ร้อยละของกลุ่มเสี่ยงมีพฤติกรรมการบริโภคที่ดีขึ้น สามารถลดการดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มรสหวานจัด
44.20 33.50 80.00

ร้อยละ 80 ของกลุ่มเสี่ยงมีพฤติกรรมการบริโภคที่ดีขึ้น สามารถลดการดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มรสร้อยละ 80 ของกลุ่มเสี่ยงที่มีค่าดัชนีมวลกายเกินมีค่าดัชนีมวลกายลดลงหวานจัด

ผู้เข้าร่วมโครงการ

กลุ่มเป้าหมายจำนวนที่วางไว้(คน)จำนวนที่เข้าร่วม(คน)
จำนวนกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 50
กลุ่มเป้าหมายจำนวนที่วางไว้(คน)จำนวนที่เข้าร่วม(คน)
กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน -
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน -
กลุ่มวัยทำงาน 50
กลุ่มผู้สูงอายุ 0
กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด -
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง -
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ -
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง -
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)] -

บทคัดย่อ*

พฤติกรรมและวิถีชีวิตมีผลอย่างมากต่อสุขภาวะของมนุษย์พฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ของแต่ละบุคคลเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเจ็บป่วยของบุคคลนั้นๆจากสถานการณ์ของคนไทยในปัจจุบันพบว่าโรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูงโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเจ็บป่วยและการตายในลำดับต้นๆ ปัจจุบันคนไทยมีภาวะอ้วนและอ้วนลงพุงมากขึ้นจากพฤติกรรมบริโภคที่ไม่เหมาะสม โดยหันมาบริโภคอาหารรสหวานมันเค็ม และอาหารแปรรูปมากขึ้น รับประทานผักผลไม้น้อยลงและขาดการออกกำลังกาย ในปี2551ผลการสำรวจภาวะอ้วนลงพุงในประชาชนอายุ15 ปีขึ้นไปทั่วประเทศของกรมอนามัยพบว่าเพศชายมีรอบเอวเกิน90เซนติเมตรร้อยละ34 และเพศหญิงมีรอบเอวเกิน 80เซนติเมตรร้อยละ 58 จากผลการคัดกรองสุขภาพในกลุ่มเสี่ยงของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดอนศาลา ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2560 - พ.ศ. 2564 พบว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อโรคอ้วนจำนวน 360, 278, 279 , 343 ,270 ราย ตามลำดับ คิดเป็นร้อยละ 52.71 ,40.70 ,40.84,56.23,39.53 ในปี พ.ศ. 2563 เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 170 รายคิดเป็นร้อยละ 20.43 และเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองจำนวน 97 รายคิดเป็นร้อยละ 57.06 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (COVID-19) การออกกำลังกายอย่างถูกต้อง เหมาะสมและต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยปกป้องที่สำคัญในการป้องกันโรค แต่เนื่องจากสถานการณ์ระยะนี้การที่ประชาชนจะออกกำลังกายในรูปแบบการรวมกลุ่มกันออกกำลังกาย หรือการออกำลังกายตามที่สาธารณะที่มีผู้คนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคโควิด 19 (COVID-19) และเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่กระจายโรคได้มากขึ้นซึ่งการปรับพฤติกรรมสุขภาพต้องใช้เวลานานพอสมควรจึงสำเร็จ ด้วยความตระหนักถึงความรุนแรงของโรคอ้วน โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือดที่คุกคามวิถีชีวิตและสุขภาวะของผู้ประกันตนในสถานประกอบการ ประชาชนในชุมชนและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดอนศาลา ร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดอนศาลา นอกจากจะช่วยส่งเสริมให้ประชาชนออกกำลังกายเพื่อมีสุขภาพที่แข็งแรง ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคโควิด 19 (COVID-19) แล้วโครงการนี้ยังการปลุกกระแสการสร้างสุขภาพโดยไม่จำเป็นต้องให้ประชาชนมารวมกลุ่มกันเพื่อทำกิจกรรม ซึ่งตอบโจทย์ของประเทศในการสร้างสุขภาพของคนไทยให้แข็งแรงมีภูมิต้านทานต่อโรค อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของโรค ทำให้การควบคุมการระบาดของโรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ประเทศไทยผ่านพ้นภาวะวิกฤตินี้ไปในเร็ววันได้ด้วยความร่วมมือ และความสามัคคีของทุกคนในชาติ จึงได้ทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องภายใต้โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรค ลดพุงหุ่นดีด้วย DPAC โดยได้รับการสนับสนุนเงินงบประมาณในการดำเนินกิจกรรมจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทั้งนี้ได้นำแนวคิดพฤติกรรมสุขภาพ3 อ 2 ส มาใช้เป็นหลักในการวางแผนการดำเนินกิจกรรมโดยการเพิ่มพลังอำนาจในตนเองให้เกิดความเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสามารถตัดสินใจเลือกวิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมได้อย่างเหมาะสมเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการเกิดความมั่นใจในการแก้ปัญหาพฤติกรรมที่ทำให้เกิดความมั่นใจในการเริ่มต้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพสูงขึ้นซึ่งจะส่งผลให้ผู้เข้าร่วมโครงการเกิดความตระหนักในการดูแลสุขภาพก่อนที่จะเกิดการเจ็บป่วยด้วยโรคที่เกิดจากการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้องและมีความเชื่อมั่นในความสามารถของตนรวมทั้งมีแนวทางและเกิดทักษะในการดูแลสุขภาพตนเองจะช่วยลดการพึ่งพิงการรักษาและค่าใช้จ่ายในระดับทุติยภูมิและตติยภูมิซึ่งจะเสริมให้ทรัพยากรบุคลเป็นทุนมนุษย์ที่แข็งแรงของหน่วยงานและสังคมและประเทศชาติต่อไปโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในผู้ใหญ่ (2) เพื่อให้คนในชุมชนมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในช่วงโควิด-19 เพิ่มขึ้น (3) เพื่อลดค่าดัชนีมวลกายของกลุ่มเสี่ยงที่มีค่าดัชนีมวลกายเกินให้มีค่าลดลง (4) เพื่อให้กลุ่มเสี่่ยงมีพฤติกรรมการบริโภคที่ดีขึ้นลดการดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มรสหวานจัด ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ (1) กิจกรรมประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการ (2) ประชุมชี้แจงประชาสัมพันธ์โครงการ อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญของการมีกิจกรรมทางกายและการบริโภคอาหารอาหารที่ปลอดภัยและคัดกรองผู้เข้าร่วมโครงการ และอบรมแกนนำในการออกกำลังกาย (3) ติดตามประเมินผล ครั้งที่ 1 (4) ติดตามประเมินผล ครั้งที่2 พร้อมสรุปผลการดำเนินงาน ข้อเสนอแนะ ได้แก่ (1) ...

หมายเหตุ *

  • บทคัดย่อ จะนำไปใส่ในส่วนบทคัดย่อของรายงานฉบับสมบูรณ์
  • หากต้องการใช้ค่าเริ่มต้นของบทคัดย่อ ให้ลบข้อความในช่องบทคัดย่อ ทั้งหมด แล้วกดปุ่ม Refresh