โครงการปรับพฤติกรรมลดโรคและลดภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน
โครงการปรับพฤติกรรมลดโรคและลดภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการปรับพฤติกรรมลดโรคและลดภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน | |
| รหัสโครงการ | ||
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะแพน | |
| วันที่อนุมัติ | 21 ธันวาคม 2565 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 22 พฤษภาคม 2566 - 25 พฤษภาคม 2566 | |
| งบประมาณ | 9,500.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายไชยวุฒิ ชนะพล | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลตะแพน อำเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง |
- ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ขนาด 19.02
- ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ขนาด 14.01
โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด นับเป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตผู้คนไปเป็นจำนวนมาก โดยคนไทยเจ็บป่วยและตายด้วยโรคไม่ติดต่อ จากผลการตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะแพนประจำปี 2565 พบผู้ป่วยที่มีภาวะเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 104 คนผู้ป่วยที่มีภาวะเสี่ยงโรคเบาหวาน จำนวน 167 คน กลุ่มเสี่ยงที่ได้รับวินิจฉัยเป็นผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่ 5 คน ผู้ป่วยโรคเบาหวานรายใหม่ จำนวน 3 คน (จำนวนผู้ป่วยเก่าโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 166 คน และโรคเบาหวานจำนวน 63 คน)สาเหตุมาจากการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้องเพิ่มขึ้น ได้แก่ การขาดการออกกำลังกายที่ถูกต้อง การรับประทานอาหารที่มันจัดเค็มจัด หวานจัดรวมทั้งผักและผลไม้ที่ไม่เพียงพอ ความเครียด การสูบบุหรี่และดื่มสุรา เป็นต้น ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ซึ่งโรคเหล่านี้เกิดจากการมีพฤติกรรมเสี่ยงร่วมที่ไม่ถูกต้อง จำเป็นต้องดำเนินการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทุกระดับรวมทั้งประชาชนอย่างจริงจัง เพื่อให้ประชาชนมีการออกกำลังกายสม่ำเสมอ สัปดาห์ละอย่างน้อย 3 วันๆละอย่างน้อย 30 นาที ร่วมกับการรับประทานผักสดและผลไม้สดวันละอย่างน้อย 5ขีดขึ้นไป(ครึ่งกิโลกรัม)และลดอาหารไขมันซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือดลงลดภาวะแทรกซ้อนในกลุ่มผู้ป่วย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตำบลตะแพน จึงจัดทำโครงการปรับพฤติกรรมลดโรคและลดภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ขึ้น โดยมุ่งเน้นส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชน มีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องในการออกกำลังกายสม่ำเสมอสัปดาห์ละอย่างน้อย ๓ -๕ วันวันละอย่างน้อย ๓๐ นาที ร่วมกับกินผักอย่างน้อยวันละครึ่งกิโลกรัม และลดอาหารไขมัน ตลอดจนมีส่วนร่วมในการจัดปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้ถูกต้อง อันจะนำไปสู่การลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรควิถีชีวิต และส่งผลให้ประชาชนมีการสร้างสุขภาพที่ยั่งยืนและมีสุขภาพแข็งแรง
- เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน
- 1.กลุ่มเสี่ยง รวบรวมข้อมูลกลุ่มเสี่ยงเข้าสู่กระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ - ดำเนินการสร้างแกนนำกลุ่มเสี่ยง จำนวน 50 คน เพื่อเข้าสู่กระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรค ตามกระบวนการคลินิก DPAC - ติดตามผลภายหลังเข้ากระบวนการคลีนิก DPAC เปร
- 2. กลุ่มผู้ป่วยเยี่ยมบ้านผู้ป่วยโรคเบาหวาน,โรคความดันโลหิตสูงที่มีภาวะแทรกซ้อนที่ควบคุมไม่ได้ จำนวน 10 คน
1.อัตราป่วยด้วยความดันโลหิตสูง เบาหวานรายใหม่ ไม่เกินร้อยละ 4 ของกลุ่มเสี่ยง 2.ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ มีภาวะแทรกซ้อนไม่เกินร้อยละ 10