โครงการปรับพฤติกรรมลดโรคและลดภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน
-
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน19.02
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง14.01
โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด นับเป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตผู้คนไปเป็นจำนวนมาก โดยคนไทยเจ็บป่วยและตายด้วยโรคไม่ติดต่อ จากผลการตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะแพนประจำปี 2565 พบผู้ป่วยที่มีภาวะเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 104 คนผู้ป่วยที่มีภาวะเสี่ยงโรคเบาหวาน จำนวน 167 คน กลุ่มเสี่ยงที่ได้รับวินิจฉัยเป็นผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่ 5 คน ผู้ป่วยโรคเบาหวานรายใหม่ จำนวน 3 คน (จำนวนผู้ป่วยเก่าโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 166 คน และโรคเบาหวานจำนวน 63 คน)สาเหตุมาจากการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้องเพิ่มขึ้น ได้แก่ การขาดการออกกำลังกายที่ถูกต้อง การรับประทานอาหารที่มันจัดเค็มจัด หวานจัดรวมทั้งผักและผลไม้ที่ไม่เพียงพอ ความเครียด การสูบบุหรี่และดื่มสุรา เป็นต้น ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ซึ่งโรคเหล่านี้เกิดจากการมีพฤติกรรมเสี่ยงร่วมที่ไม่ถูกต้อง จำเป็นต้องดำเนินการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทุกระดับรวมทั้งประชาชนอย่างจริงจัง เพื่อให้ประชาชนมีการออกกำลังกายสม่ำเสมอ สัปดาห์ละอย่างน้อย 3 วันๆละอย่างน้อย 30 นาที ร่วมกับการรับประทานผักสดและผลไม้สดวันละอย่างน้อย 5ขีดขึ้นไป(ครึ่งกิโลกรัม)และลดอาหารไขมันซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือดลงลดภาวะแทรกซ้อนในกลุ่มผู้ป่วย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตำบลตะแพน จึงจัดทำโครงการปรับพฤติกรรมลดโรคและลดภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ขึ้น โดยมุ่งเน้นส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชน มีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องในการออกกำลังกายสม่ำเสมอสัปดาห์ละอย่างน้อย ๓ -๕ วันวันละอย่างน้อย ๓๐ นาที ร่วมกับกินผักอย่างน้อยวันละครึ่งกิโลกรัม และลดอาหารไขมัน ตลอดจนมีส่วนร่วมในการจัดปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้ถูกต้อง อันจะนำไปสู่การลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรควิถีชีวิต และส่งผลให้ประชาชนมีการสร้างสุขภาพที่ยั่งยืนและมีสุขภาพแข็งแรง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน15.00
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ลดลง
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง10
-
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ0
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1.กลุ่มเสี่ยง รวบรวมข้อมูลกลุ่มเสี่ยงเข้าสู่กระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ - ดำเนินการสร้างแกนนำกลุ่มเสี่ยง จำนวน 50 คน เพื่อเข้าสู่กระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรค ตามกระบวนการคลินิก DPAC - ติดตามผลภายหลังเข้ากระบวนการคลีนิก DPAC เปร
กลุ่มเสี่ยง
อาหารกลางวันแกนนำกลุ่มเสี่ยง(อบรมให้ความรู้) 50 คน x 60 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
อาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มแกนนำกลุ่มเสี่ยง(อบรมให้ความรู้) 50 คน x 25บาท x 2มื้อเป็นเงิน 2,500 บาท
ค่าสมนาคุณวิทยากร 6 ชั่วโมง x 300 บาท x 1 วัน เป็นเงิน 1,800 บาท
22 พฤษภาคม 2566 ถึง 22 พฤษภาคม 2566กลุ่มเป้าหมายได้รับการอบรมให้ความรู้เรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 อัตราป่วยด้วยความดันโลหิตสูง เบาหวานรายใหม่ ไม่เกินร้อยละ 4 ของกลุ่มเสี่ยง
7300.00 บาท -
2. กลุ่มผู้ป่วยเยี่ยมบ้านผู้ป่วยโรคเบาหวาน,โรคความดันโลหิตสูงที่มีภาวะแทรกซ้อนที่ควบคุมไม่ได้ จำนวน 10 คน
1.ประชุมทีมสหวิชาชีพในการดำเนินงานเยี่ยมบ้าน -อาหารกลางวันทีมสหวิชาชีพ จำนวน 10 คน x 60 บาท เป็นเงิน 600 บาท -อาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มทีมสหวิชาชีพ จำนวน 10คน x 25 บาท x2 มื้อ เป็นเงิน 500 บาท 2.เยี่ยมบ้านผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงที่มีภาวะแทรกซ้อนควบคุมไม่ได้จำนวน 10 คน
3.สรุปผลการติดตามการเยี่ยมบ้านโดยทีมสหวิชาชีพ -อาหารกลางวันทีมสหวิชาชีพ จำนวน 10 คน x 60 บาท เป็นเงิน 600 บาท -อาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มทีมสหวิชาชีพ จำนวน 10คน x 25 บาท x2 มื้อ เป็นเงิน 500 บาท23 พฤษภาคม 2566 ถึง 25 พฤษภาคม 2566ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ มีภาวะแทรกซ้อนไม่เกินร้อยละ 10
2200.00 บาท
1.อัตราป่วยด้วยความดันโลหิตสูง เบาหวานรายใหม่ ไม่เกินร้อยละ 4 ของกลุ่มเสี่ยง 2.ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ มีภาวะแทรกซ้อนไม่เกินร้อยละ 10
