กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

directions_run

โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการออกกำลังกายและการบริโภคอาหารในกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน ตำบลยามู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ปี 2567

กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลยะหริ่ง

โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการออกกำลังกายและการบริโภคอาหารในกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน ตำบลยามู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ปี 2567

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการออกกำลังกายและการบริโภคอาหารในกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน ตำบลยามู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ปี 2567
รหัสโครงการ 67-L8284-02-08
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข
วันที่อนุมัติ 2 เมษายน 2567
ปี 2567
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 มีนาคม 2567 - 30 กันยายน 2567
งบประมาณ 36,600.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางแวสปีนะ มะมิง
พื้นที่ดำเนินการ กลุ่มเสียงในเขตเทศบาลยะหริ่ง
ประเด็น
แผนงานโรคเรื้อรัง , แผนงานกิจกรรมทางกาย
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
  1. ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ขนาด 14.03
  2. ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์) ขนาด 56.23
  3. ร้อยละของคนที่ออกกำลังกายในชุมชน ขนาด 65.00
  4. ร้อยละของการใช้ประโยชน์ของพื้นที่สาธารณะในการมีกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน ขนาด 60.00

ปัจจุบันการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่ออันเกี่ยวเนื่องมาจากพฤติกรรมและวิถีชีวิตมีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการมีพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง ทั้งการกิน การนอน การพักผ่อน การออกกำลังกาย และการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปตามความเจริญของโลกโรคเบาหวานติดอันดับ 1 ในปัญหาสาธารณสุขของโรงพยาบาลยะหริ่ง ในปี พ.ศ.2563-2566 โรงพยาบาลยะหริ่ง มีผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวาน 2959.96, 3060.58, 3082.08 และ 3333.90 ต่อแสนประชากร ตามลำดับ และมีผู้ป่วยรายใหม่จากกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ปี พ.ศ. 2563-2566คิดเป็นร้อยละ 0.67, 0.68, 0.81 และ 1.47 ตามลำดับ (ข้อมูลจาก HDC 6 กรกฎาคม 2566) และผลการสำรวจพฤติกรรมของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน พบว่า มีพฤติกรรมที่เสี่ยงทำให้เกิดโรค ได้แก่ การบริโภคอาหารหวาน(เครื่องดื่มที่มีรสหวาน เช่น น้ำหวาน น้ำอัดลม เป็นต้น) และมัน (อาหารที่มีไขมันสูง เช่น อาหารทอด แกงกะทิ เนื้อติดมัน เป็นต้น) ร้อยละ 73.00, 60.60ผลการประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมตามหลัก 3อ 2ส ของกลุ่มวัยทำงาน อายุ 15-59 ปี จำนวน 60 คน ในปี พ.ศ. 2566 พบว่าความรอบรู้สุขภาพโดยรวมอยู่ในระดับดี ร้อยละ 70.42 และพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3อ 2ส อยู่ในระดับพอใช้ ร้อยละ 60.57 ผลการวิเคราะห์ปัจจัยสาเหตุพฤติกรรมสุขภาพในกลุ่มเสี่ยง พบว่าปัจจัยนำ เกิดจากขาดความตระหนัก ขาดความรู้ที่จำเป็นในการเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ การไม่ออกกำลังกายหรือไม่รู้วิธีการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับตนเอง ปัจจัยเอื้อ เกิดจากสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการบริโภคมากขึ้น ร้านอาหาร ร้านขายข้าวแกง ร้านสะดวกซื้อ และร้านขายเครื่องดื่ม น้ำชา กาแฟ มีเพิ่มขึ้น หาซื้อง่ายและราคาถูกจึงไม่ต้องเสียเวลามาประกอบอาหารรับประทานเอง และไม่มีสถานที่เอื้อต่อการสร้างเสริมสุขภาพ และสถานที่ไม่เอื้อต่อการออกกำลังกาย(กลุ่มสตรี) ปัจจัยเสริมเกิดจาก งานเลี้ยงสังสรรค์ งานบุญต่างๆ งานประเพณี การโฆษณาจากสื่อต่างๆ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขไม่สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพของประชาชนได้ครอบคลุมทุกกลุ่มวัย ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ต้องสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อให้มีพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3อ 2ส ที่ดีขึ้น และป้องกันไม่ให้กลุ่มเสี่ยงเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน
  2. เพื่อเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในผู้ใหญ่
  3. เพื่อเพิ่มการออกกำลังกายในชุมชน
  4. เพื่อเพิ่มการใช้ประโยชน์พื้นที่สาธารณะที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. การประชุมคณะทำงาน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
  2. ประชุมเชิงปฏิบัตการ ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การรับประทานอาหารและ ออกกำลังกาย การรับประทานอาหาร-ประเมินภาวะสุขภาพ-.ให้ความรู้และฝึกทักษะเรื่องอาหาร-การบันทึกข้อมูลการ รับประทานอาหาร-นาฬิกาชีวิต-คู่บัดดี้ป้องกันโรค การออกกำลังกาย
  3. กำหนดข้อตกลงชุมชนและประกาศใช้
  4. การติดตามประเมินผล และถอดบทเรียน
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. ประชากรกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง มีความรู้ ความเข้าใจ สามารถดูแลตนเองตามหลัก 3อ2ส ได้อย่างถูกต้อง และเป็นแบบอย่างในการส่งเสริมสุขภาพให้กับชุมชนได้
  2. ประชากรกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้
  3. อัตราป่วยด้วยโรคเบาหวานรายใหม่ จากกลุ่มเสี่ยงลดลง