โครงการเกษตรกรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย ปีงบประมาณ ๒๕๖๙
| ชื่อโครงการ | โครงการเกษตรกรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย ปีงบประมาณ ๒๕๖๙ |
| ประเภทโครงการ | โครงการจากเงินเหมาจ่าย 45 บาท |
| รหัสโครงการ | 69-L3323-01-03 |
| ประเภทการสนับสนุน | ประเภท 1 สนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของ หน่วยบริการ/สถานบริการ/หน่วยงานสาธารณสุข |
| หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ | หน่วยบริการหรือสถานบริการสาธารณสุข เช่น รพ.สต. |
| วันที่อนุมัติ | 24 มีนาคม 2569 |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 เมษายน 2569 - 30 กันยายน 2569 |
| กำหนดวันส่งรายงาน | 30 กันยายน 2569 |
| งบประมาณ | 19,900.00 บาท |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลพนางตุง |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางศิรัญญา ทองประศรี |
| พี่เลี้ยงโครงการ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลพนางตุง |
| ละติจูด-ลองจิจูด | place |
(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน(คน) | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | ||
| กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง | 300 | keyboard_arrow_down |
กิจกรรมหลักตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง : |
||
| สถานการณ์ปัญหา | ขนาด |
|---|
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
การทำเกษตรในทศวรรษหน้า ผลผลิตสำหรับผู้บริโภคจะเน้นคุณภาพเป็นหลัก หรืออาหารปลอดภัย (Food Safety) การค้าจะเน้นด้านคุณภาพของผลผลิตมากขึ้น การทำเกษตรด้วยระบบอินทรีย์จะเข้ามามีบทบาททดแทนการใช้ปุ๋ยเคมีและการใช้สารเคมีทางการเกษตร ปัจจุบันการทำเกษตรของประเทศไทย มีการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีกำจัดศัตรูพืชจำนวนมาก ซึ่งมีราคาแพงขึ้นทุกปีตามภาวะราคาตลาดน้ำมันโลก สารเคมีที่ใช้มีการสะสมในดิน น้ำและผลผลิต เป็นอันตรายต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค และผลผลิตที่เป็นสินค้าส่งออกมีโอกาสที่จะถูกประเทศคู่ค้าส่งคืนกลับ จึงมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนระบบการผลิตใหม่ หันมาใช้สารอินทรีย์ทดแทนอย่างน้อยให้ปลอดภัยแก่ผู้บริโภค (อาหารปลอดสารพิษ) และพัฒนาไปสู่อาหารไร้สารพิษและเกษตรอินทรีย์ในที่สุด จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น
ตำบลพนางตุง เป็นตำบลหนึ่งที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรมโดยมีพื้นที่ ที่ใช้ในการเกษตร ซึ่งประกอบไปด้วย การทำนาปี ทำสวนยางพารา พืชล้มลุกทางการเกษตรอีกหลายชนิด ซึ่งมีการใช้สารเคมีเป็นประจำและส่งผลเสียทั้งตัวผู้ผลิตและผู้บริโภค ผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืชจึงกระจายและขยายเป็นวงกว้าง ยังอยู่ในระดับที่รุนแรง และสูง การใช้สารเคมีกำจัดศตรูพืชเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งมีพิษทั้งแบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรัง ตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนรุนแรงถึงแก่ชีวิตทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้น ความเป็นพิษ และปริมาณที่ได้รับสารเคมีเหล่านั้น สารเคมีสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทางโดยการสัมผัสทางผิวหนังที่ไม่สวมถุงมือและรองเท้าบู๊ทป้องกันขณะทำงานกับสารเคมี การสูดหายใจละอองที่ฟุ้งกระจายในอากาศ และการรับประทานอาหารและดื่มน้ำที่มีสารเคมีปนเปื้อน พฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัยทำให้เกษตรกรมีความเสี่ยงจากการได้รับอันตรายจากสารเคมีที่รั่วซึม ฉีดพ่นสวนทิศทางลมทำให้เสื้อผ้าเปียกชุ่มสารเคมีโดยไม่อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ซึมเปื้อนทันที เป็นต้น
จากการดำเนินการของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลพนางตุง ในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ มีการดำเนินกิจกรรมในเกษตรกรจำนวน ๑๙๗ คน โดยเป็นกิจกรรมให้ความรู้ กิจกรรมคัดกรองประเมินความเสี่ยง (แบบ นบก.1) กิจกรรมการเจาะเลือดตรวจคัดกรองโดยใช้กระดาษทดสอบโคลีนเอสเตอเรส พบว่าทั้งที่เป็นเกษตรกรและที่ไม่ได้เป็นเกษตรกรแต่ใช้สารเคมีศัตรูพืช ในจำนวน ๑๙๗ คน ได้มีการเจาะหาสารเคมีในเลือดด้วยกระดาษทดสอบโคลีนเอสเตอเรส พบว่าเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยง จำนวน ๗๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๓๙.๐๙ และพบว่าเป็นกลุ่มที่ไม่ปลอดภัย จำนวน ๖๓ คน คิดเป็นร้อยละ ๓๑.๙๘ จากการศึกษาอันตรายจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างกว้างขวางพบว่า สารเคมีกำจัดศัตรูพืชเหล่านี้สามารถถูกสะสมในร่างกายมนุษย์ได้เป็นเวลานาน ผ่านช่องทางต่างๆ ได้แก่การดูดซึมทางผิวหนัง ระบบทางเดินหายใจ และการรับประทานอาหาร จึงมีความจำเป็นจะต้องดูแลสุขภาพของเกษตรกรและผู้ใช้สารเคมีศัตรูพืชให้ปลอดภัยจากโรคภัยที่เกิดจากการสะสมสารเคมีในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็ง โรคเรื้อรัง ฯลฯ ไปพร้อมๆกับการส่งเสริมวิธีธรรมชาติในการกำจัดศัตรูพืชทดแทนสารเคมีให้มากขึ้น เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรมีความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน เกิดความตระหนัก และการดูแลสุขภาพตนเองโดยใช้วิธีธรรมชาติ เช่นการใช้สมุนไพรในการถอนพิษสารเคมี ทั้งนี้เพื่อให้เกษตรกรมีสุขภาพที่ดีพึ่งตนเองได้ และเพื่อผลผลิตทางการเกษตรที่ปลอดสารพิษคุ้มครองผู้บริโภคต่อไป โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลพนางตุง จึงได้จัดโครงการเกษตรกรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย ปี ๒๕๖๙ นี้ขึ้นเพื่อเฝ้าระวังและรักษาต่อไป
| วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จ | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี | |
|---|---|---|---|
| 1 | เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายได้รับการประเมินความเสี่ยงและตรวจเลือดคัดกรองความเสี่ยง จำนวน 300 คน
|
0.00 | |
| 2 | เพื่อให้เกษตรกรและผู้ใช้สารเคมีมีความรู้และความตระหนักในการหลีกเลี่ยงและใช้สารเคมีให้ น้อยลง เกษตรกรและผู้ใช้สารเคมีมีการใช้สารเคมีลดลงร้อยละ ๘๐ |
0.00 | |
| 3 | เกษตรกรที่มีผลการตรวจเลือดอยู่ในระดับความเสี่ยงและไม่ปลอดภัยได้รับการทานสมุนไพรรางจืดล้างพิษ เกษตรกรที่มีผลการตรวจเลือดหาสารเคมีอยู่ในระดับมีความเสี่ยงและไม่ปลอดภัย ได้รับการเจาะเลือดซ้ำและได้ทานสมุนไพรรางจืดล้างพิษ อย่างน้อยร้อยละ ๘๐ |
0.00 |
| hourglass_emptyไม่มีกลุ่มกิจกรรม | กลุ่มเป้าหมาย (คน) |
งบกิจกรรม (บาท) |
ทำแล้ว |
ใช้จ่ายแล้ว (บาท) |
คงเหลือ (บาท) |
||
| วันที่ | กิจกรรม | 0 | 19,900.00 | 0 | 0.00 | 19,900.00 | |
| 1 เม.ย. 69 - 30 ก.ย. 69 | กิจกรรมคัดกรองความเสี่ยงและตรวจเลือดประเมินความเสี่ยงในกลุ่มเป้าหมาย | 0 | 11,500.00 | - | - | more_vert | |
| 1 เม.ย. 69 - 30 ก.ย. 69 | กิจกรรมจ่ายยาสมุนไพรรางจืดเพื่อลดสารพิษตกค้างในเลือดแก่กลุ่มเสี่ยงสูง | 0 | 8,400.00 | - | - | more_vert | |
| รวมทั้งสิ้น | 0 | 19,900.00 | 0 | 0.00 | 19,900.00 | ||
1.เกษตรกรมีความรู้ความเข้าเกี่ยวกับการใช้สารเคมี การใช้สมุนไพรล้างพิษ 2. เกษตรกรและผู้บริโภคมีความปลอดภัยจากการใช้สารเคมี
โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2568 11:36 น.