กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

แบบรายงานการดำเนินงานฉบับสมบูรณ์

รายงานฉบับสมบูรณ์


โครงการ
“ โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดเสี่ยงลดโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ”
ต.ยะลา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา



หัวหน้าโครงการ
นางรุสนานี มามุ




ชื่อโครงการ โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดเสี่ยงลดโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน

ที่อยู่ ต.ยะลา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา จังหวัด ยะลา

รหัสโครงการ 69 - L4138 – 02 – 04 เลขที่ข้อตกลง 009/69

ระยะเวลาดำเนินงาน ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569

กิตติกรรมประกาศ

"โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดเสี่ยงลดโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน จังหวัดยะลา" สำเร็จได้ด้วยดี ด้วยความร่วมมือจาก สมาชิกในชุมชน ต.ยะลา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา

คณะทำงานโครงการฯ ขอขอบคุณ กองทุนสุขภาพตำบล อบต.ยะลา ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการฯ รวมทั้ง ภาคีเครือข่ายที่สำคัญระดับพื้นที่ ที่ให้การสนับสนุน ช่วยเหลือ ชี้แนะ สุดท้ายขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องที่มิได้ระบุชื่อไว้ในที่นี้ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้มีความยั่งยืนในพื้นที่ต่อไป

คณะทำงานโครงการ
โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดเสี่ยงลดโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน



บทคัดย่อ

โครงการ " โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดเสี่ยงลดโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน " ดำเนินการในพื้นที่ ต.ยะลา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา รหัสโครงการ 69 - L4138 – 02 – 04 ระยะเวลาการดำเนินงาน 1 มกราคม 2569 - 30 กันยายน 2569 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจำนวน 9,500.00 บาท จาก กองทุนสุขภาพตำบล อบต.ยะลา เพื่อใช้ในการดำเนินกิจกรรมโครงการ หลังจากสิ้นสุดระยะเวลาโครงการ ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานปรากฏดังนี้

โครงการนี้ยังไม่มีการเขียนหรือแก้ไขบทคัดย่อ

หมายเหตุ : รายละเอียดของบทสรุปคัดย่อการดำเนินงาน ให้ผู้รับผิดชอบโครงการเป็นผู้เขียนสรุปภาพรวมของโครงการใน "ผลลัพธ์โครงการ"


สารบัญ

กิตติกรรมประกาศ»
บทคัดย่อ»
   ความเป็นมา/หลักการเหตุผล»
   วัตถุประสงค์โครงการ»
   กิจกรรม/การดำเนินงาน»
   กลุ่มเป้าหมาย»
   ผลลัพธ์ที่ได้»
   การประเมินผล»
   ปัญหาและอุปสรรค»
   ข้อเสนอแนะ»
   เอกสารประกอบอื่นๆ»

ความเป็นมา/หลักการเหตุผล

สถิติโลก : องค์การอนามัยโลกได้ทำนายไว้ว่าในปี พ.ศ. 2573 ประชากรโลกจำนวน 23 ล้านคน จะเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจโดยร้อยละ 85 อยู่ใน ประเทศกำลังพัฒนา17.5 ล้านคนของ ประชากรทั้งโลกในปี 2005 เสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ ซึ่ง 80% อยู่ในประเทศกำลังพัฒนาและ เป็นประชากรกลุ่มวัยแรงงานประชากรโลกเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจถึง 17 ล้านคน หรือ คิดเป็น 48% ของการเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อทั้งหมด รองลงมา คือ โรคมะเร็ง 21% โรคถุงลมโป่งพอง รวมโรคปอดเรื้อรังและ หอบหืด 12% (4.2 ล้านคน) และ โรคเบาหวาน 4% (1.3 ล้านคน) สถิติประเทศไทย : ประเทศไทยมีภาระจากกลุ่มโรค NCDs ในสัดส่วนที่สูงกว่านานาชาติ โดยสาเหตุของ การเสียชีวิตถึง 300,000 กว่ารายในปี พ.ศ. 2552 หรือ คิดเป็น 73% ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยมีสถิติ การเสียชีวิตและผลกระทบจาก กลุ่มโรค NCDs มากกว่าทั้งโลก ผลการสำรวจในปี พ.ศ. 2552 กับกลุ่มเป้าหมาย ประชากรไทยวัยผู้ใหญ่ พบว่า 21.4% เป็นโรคความดันโลหิตสูง และที่น่าเป็นห่วงคือ อัตราการรับรู้ว่า ตนเองเป็น โรคความดันโลหิตสูง อัตราการเข้าถึงบริการ และอัตราการควบคุม โรคความดันโลหิตสูงได้นั้นค่อนข้างต่ำ 6.9% (3.2 ล้านคน) มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง อัตราการควบคุมได้ในกลุ่ม ผู้ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงยังอยู่ในเกณฑ์ ไม่น่าพอใจ โดยเฉพาะประชากร ชายที่มีน้ำตาลในเลือดสูง พบว่า 56.7% ที่รู้ตัว และมีเพียง 27.1% ที่สามารถ ควบคุมภาวะน้ำตาลในเลือดได้ 19.4% หรือเกือบ 9 ล้านคน มีภาวะไขมันคลอเรสเตอรอลสูง โดยผู้หญิงมีความชุก มากกว่าผู้ชาย ปี 2552 ประชากรไทยเกือบ 1 ใน 3 เข้าข่ายภาวะน้ำหนักเกิน ส่วนอีก 8.5% เข้าข่ายโรคอ้วน ข้อมูลการสำรวจสุขภาพและพฤติกรรมเสี่ยงของคนไทยที่อายุ 15 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ ยังพบว่ามีสัดส่วนผู้ที่เป็น โรคอ้วนในช่วง 20 ปี ที่ผ่านมา ในชาย เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  (ปี 2535-2552) ถึง 4 เท่า       สถานการณ์คนวัยทำงาน แม้ค่าสถิติการป่วยและเสียชีวิตจากกลุ่มโรค NCDs จะสูงมาก แต่แท้จริงแล้ว กลุ่มโรค NCDs นั้นสามารถ ป้องกันได้ เพราะ สาเหตุหรือปัจจัยเสี่ยงหลักนั้น เกิดจากพฤติกรรมเสี่ยงของตัวเรานั่นเอง อาทิซึ่งหาก เราสามารถ ลด หรือ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้ได้ ก็จะเป็นการลด โอกาสเสี่ยงในการเป็นกลุ่มโรค NCDs ได้ มากถึง 80% เลยทีเดียว ลดโอกาส ในการเป็นมะเร็งได้ 40% โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ และโรคเบาหวาน ประเภท ที่2 ได้ถึง 80% ดังนั้น กรมอนามัยจึงเล็งเห็นว่าการกระตุ้นให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จะเป็นวิธีลดอัตรา ผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตที่ต้นเหตุและ มีความยั่งยืนที่สุด ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนในสังคมยุคปัจจุบันนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงไปมาก ทำให้ ปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพของผู้คนได้เปลี่ยนแปลงไป สาเหตุของการเจ็บป่วยอาจไม่ได้มาจากเชื้อโรคเป็นหลัก แต่กลับเป็นสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตในแต่ละวันที่สะสมจนเกิดโอกาสเสี่ยงต่อโรค NCDs (Non-Communicable Diseases) หรือกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยปัจจุบัน 2 ใน 3 ของโรคที่เกิดขึ้นมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตและ ปัจจัยแวดล้อมทางสังคมที่ส่งผลต่อสุขภาพ ฉะนั้น จะดีกว่าไหม? ถ้าเราสามารถรู้ทิศทางสุขภาพล่วงหน้าได้ก่อน ช่วยให้มองเห็นแนวโน้มทิศทางของภาระโรคและการบาดเจ็บของคนไทยที่มีโอกาสเกิดขึ้นในช่วงปีนี้ เพราะการรู้ ล่วงหน้า ย่อมทำให้เราเตรียมตัวและสามารถจัดการกับสถานการณ์ได้ดีกว่า
    การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความชุก อุบัติการณ์ พยากรณ์แนวโน้มการเกิดโรค ไม่ติดต่อเรื้อรัง และศึกษาปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ของบุคลากรในโรงพยาบาลเบตง จังหวัดยะลา รูปแบบการศึกษาแบบ Retrospective Cohort Study กลุ่มตัวอย่าง คือ บุคลากรที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลเบตง เก็บข้อมูลทุติยภูมิโดยใช้ผลการตรวจสุขภาพประจำปี และทะเบียนผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังของบุคลากร ระหว่างปี พ.ศ. 2553 – 2562 ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างทั้งหมด จำนวน 624 ราย ระยะเวลาการทำงานเฉลี่ยในโรงพยาบาลแห่งนี้ประมาณ 11.62±9.68 ปี พบความชุกของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 3.64 ในปี 2553 เป็นร้อยละ 22.48 ในปี 2562 ส่วนอุบัติการณ์พบว่า ในปี 2554 มีอุบัติการณ์สูงสุด ร้อยละ 5.06 ตามด้วยปี 2556 และ ปี 2553 พบอุบัติการณ์ร้อยละ 3.75 และ 3.64 ตามลำดับ การพยากรณ์การเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังระหว่างปี 2563 – 2567 พบจำนวนบุคลากร
ปัจจุบัน ในพื้นที่รับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลยะลา พบอัตราป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานต่อพันประชากร ในปี พ.ศ. 2568 พบว่า อัตราป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง 13.45 และพบอัตราป่วยด้วยโรคเบาหวาน 3.74 ดังนั้น เพื่อลดอัตราการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในพื้นที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลยะลา จึงได้จัดทำแผนงาน/โครงการ โดยนำหลักการ ๓ อ. ๒ ส. ซึ่งประกอบด้วย ๓ อ. ได้แก่ ออกกำลังกาย อาหาร อารมณ์ ๒ ส. ได้แก่ สูบบุหรี่ สุรา และการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ ฐานความรู้ความเข้าใจการคำนวณ ปริมาณความต้องการต่อร่างกายในการบริโภคอาหาร จากครู ก และครู ข มาใช้เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ ควบคุมและป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน และสร้างความร่วมมือให้เกิดขึ้นในชุมชน

สถานการณ์

วัตถุประสงค์โครงการ

  1. เพื่อให้ประชากรกลุ่มเสี่ยงมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง และเบาหวาน
  2. เพื่อประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ

กิจกรรม/การดำเนินงาน

  1. อบรมให้ความรู้เชิงปฏิบัติการในประชากรกลุ่มเสี่ยง

กลุ่มเป้าหมาย

กลุ่มเป้าหมายจำนวนที่วางไว้
กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน
กลุ่มวัยทำงาน
กลุ่มผู้สูงอายุ
กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง 70
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.อัตราการเกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงลดลง
2.ประชาชนรู้ถึงวิธีการป้องกันโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง
3.มีเครือขาย / แกนนำด้านสุขภาพในชุมชน กลุ่มเสี่ยงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3อ 2 ส และมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องเหมาะสมอย่างต่อเนื่อง


ส่วนที่ 1 ผลการดำเนินงาน

วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ผลลัพธ์และตัวชี้วัดผลลัพธ์**
กิจกรรมของโครงการ
ผลผลิต*
ผลผลิตที่ตั้งไว้ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง

* ผลผลิต หมายถึง ผลที่เกิดขึ้นเชิงปริมาณจากการทำกิจกรรม เช่น จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม จำนวนผู้ผ่านการอบรม จำนวนครัวเรือนที่ปลูกผักสวนครัว เป็นต้น
** ผลลัพธ์ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่การแก้ปัญหา เช่น หลังอบรมมีผู้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจำนวนกี่คน มีข้อบังคับหรือมาตรการของชุมชนที่นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือสภาพแวดล้อม เป็นต้น ทั้งนี้ต้องมีข้อมูลอ้างอิงประกอบการรายงาน เช่น ข้อมูลรายชื่อแกนนำ , แบบสรุปการประเมินความรู้ , รูปภาพกิจกรรมพร้อมคำอธิบายใต้ภาพ เป็นต้น


ส่วนที่ 2 ประเมินความพึงพอใจต่อความสำเร็จและปัญหาอุปสรรคในการดำเนินโครงการในภาพรวม

ผลการดำเนินโครงการ

สรุปผลการดำเนินโครงการ

ผลการดำเนินโครงการ/กิจกรรม:
บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
บรรลุตามวัตถุประสงค์บางส่วนของโครงการ
ไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ

 

ผลผลิตโครงการ

วัตถุประสงค์สถานการณ์เป้าหมายผลผลิตอธิบาย
1 เพื่อให้ประชากรกลุ่มเสี่ยงมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง และเบาหวาน
ตัวชี้วัด : ผู้เข้ารับการการอบรมกลุ่มเสี่ยงมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมสุขภาพ ลดโรค 3 อ. 2 ส.
80.00

 

2 เพื่อประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
ตัวชี้วัด : ร้อยละประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่พึ่งประสงค์ เพิ่มหรือเท่าเดิม
95.00

 

ผู้เข้าร่วมโครงการ

กลุ่มเป้าหมายจำนวนที่วางไว้(คน)จำนวนที่เข้าร่วม(คน)
จำนวนกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 70
กลุ่มเป้าหมายจำนวนที่วางไว้(คน)จำนวนที่เข้าร่วม(คน)
กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน -
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน -
กลุ่มวัยทำงาน -
กลุ่มผู้สูงอายุ -
กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด -
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง -
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ -
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง 70
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)] -

บทคัดย่อ*

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อให้ประชากรกลุ่มเสี่ยงมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง และเบาหวาน (2) เพื่อประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ (1) อบรมให้ความรู้เชิงปฏิบัติการในประชากรกลุ่มเสี่ยง

ข้อเสนอแนะ ได้แก่ (1) ...

หมายเหตุ *

  • บทคัดย่อ จะนำไปใส่ในส่วนบทคัดย่อของรายงานฉบับสมบูรณ์
  • หากต้องการใช้ค่าเริ่มต้นของบทคัดย่อ ให้ลบข้อความในช่องบทคัดย่อ ทั้งหมด แล้วกดปุ่ม Refresh

ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ

ปัญหาและอุปสรรคสาเหตุข้อเสนอแนะ

 

 

 


โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดเสี่ยงลดโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน จังหวัด ยะลา

รหัสโครงการ 69 - L4138 – 02 – 04

ได้ดำเนินกิจกรรมตามที่เสนอไว้เสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว

................................
( นางรุสนานี มามุ )
ผู้รับผิดชอบโครงการ
......./............/.......

vertical_align_topไปบนสุด