การประยุกต์ใช้โยคะโดยครูพี่เลี้ยง เพื่อการพัฒนาความสามารถทางพหุปัญญาของเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
โครงการ
" การประยุกต์ใช้โยคะโดยครูพี่เลี้ยง เพื่อการพัฒนาความสามารถทางพหุปัญญาของเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก "
ตำบลบ้านพร้าว อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง
หัวหน้าโครงการ
ผศ.จิรพรรณ พีรวุฒิ
กันยายน 2563
ที่อยู่ ตำบลบ้านพร้าว อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง จังหวัด พัทลุง
รหัสโครงการ 63-L000-2-7
ระยะเวลาดำเนินงาน ตั้งแต่ 1 มกราคม 2563 ถึง 30 กันยายน 2563
กิตติกรรมประกาศ
"การประยุกต์ใช้โยคะโดยครูพี่เลี้ยง เพื่อการพัฒนาความสามารถทางพหุปัญญาของเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จังหวัดพัทลุง" สำเร็จได้ด้วยดี ด้วยความร่วมมือจาก สมาชิกในชุมชน ตำบลบ้านพร้าว อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง
คณะทำงานโครงการฯ ขอขอบคุณ กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลบ้านพร้าว ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการฯ รวมทั้ง ภาคีเครือข่ายที่สำคัญระดับพื้นที่ ที่ให้การสนับสนุน ช่วยเหลือ ชี้แนะ สุดท้ายขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องที่มิได้ระบุชื่อไว้ในที่นี้ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้มีความยั่งยืนในพื้นที่ต่อไป
คณะทำงานโครงการ
การประยุกต์ใช้โยคะโดยครูพี่เลี้ยง เพื่อการพัฒนาความสามารถทางพหุปัญญาของเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
บทคัดย่อ
โครงการ " การประยุกต์ใช้โยคะโดยครูพี่เลี้ยง เพื่อการพัฒนาความสามารถทางพหุปัญญาของเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก " ดำเนินการในพื้นที่ ตำบลบ้านพร้าว อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง รหัสโครงการ 63-L000-2-7 ระยะเวลาการดำเนินงาน 1 มกราคม 2563 - 30 กันยายน 2563 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจำนวน 15,790.00 บาท จาก กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลบ้านพร้าว เพื่อใช้ในการดำเนินกิจกรรมโครงการ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นสมาชิกในชุมชนจำนวน 13 คน หลังจากสิ้นสุดระยะเวลาโครงการ ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานปรากฏดังนี้
โครงการนี้ยังไม่มีการเขียนหรือแก้ไขบทคัดย่อ
หมายเหตุ : รายละเอียดของบทสรุปคัดย่อการดำเนินงาน ให้ผู้รับผิดชอบโครงการเป็นผู้เขียนสรุปภาพรวมของโครงการใน "ผลลัพธ์โครงการ"
สารบัญ
| กิตติกรรมประกาศ | » |
| บทคัดย่อ | » |
| ความเป็นมา/หลักการเหตุผล | » |
| วัตถุประสงค์โครงการ | » |
| กิจกรรม/การดำเนินงาน | » |
| กลุ่มเป้าหมาย | » |
| ผลลัพธ์ที่ได้ | » |
| การประเมินผล | » |
| ปัญหาและอุปสรรค | » |
| ข้อเสนอแนะ | » |
| เอกสารประกอบอื่นๆ | » |
ความเป็นมา/หลักการเหตุผล
มนุษย์ต้องพัฒนาศักยภาพตนเองเพื่อการปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก และสร้างความพร้อมเพื่อพัฒนาประเทศ เด็กปฐมวัยซึ่งมีอายุระหว่าง 3-6 ปี ถือเป็นอนาคตของชาตินั้น ควรที่จะเริ่มต้นได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านความสามารถด้านปัญญา เนื่องจากเป็นวัยที่สำคัญของการเจริญเติบโตงอกงามสำหรับชีวิต จากพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา จิตใจ สังคม และบุคลิกภาพ และการเรียนรู้ที่จะหล่อหลอมความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม จริยธรรม ภาษา และสติปัญญา โดยทั้งนี้การพัฒนาศักยภาพของมนุษย์จะขึ้นอยู่กับสมองของมนุษย์นั่นเอง การ์ดเนอร์ (Garder, 1983) ซึ่งเป็นนักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เชื่อว่าความสามารถหรือปัญญาแต่ละด้าน เป็นกระบวนการของจิตใจ หรือความสามารถที่จะค้นหา แก้ปัญหา และสร้างผลผลิตที่คุณค่าเป็นที่ยอมรับของสังคม โดยศักยภาพของความสามารถหรือปัญญามี 9 ด้าน ได้แก่ ความสามารถด้านภาษา (linguistic intelligence) ความสามารถด้านตรรกะและคณิตศาสตร์ (mathematical intelligence) ความสามารถด้านมิติ (spatial intelligence) ความสามารถด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว (bodily-kinesthetic intelligence) ความสามารถด้านดนตรี (musical intelligence) ความสามารถด้านความเข้าใจระหว่างบุคคล ((interpersonal intelligence) ความสามารถด้านความเข้าใจตนเอง (intrapersonal intelligence) ความสามารถด้านธรรมชาติ (naturalist intelligence) และความสามารถด้านอัตภวนิยม จิตนิยม หรือการดำรงคงอยู่ของชีวิต (existential intelligence) แม้มีสภาวะทางร่างกาย เพศ พันธุกรรม ที่จะส่งผลต่อความถนัดและเจตคติของแต่ละคน การรับรู้และเรียนรู้ที่แตกต่างกัน หรือมีศักยภาพทางปัญญาแต่ละด้านไม่เท่ากัน แต่ก็สามารถพัฒนาศักยภาพดังกล่าวได้ตามสมองของมนุษย์ซึ่งแบ่งออกเป็นส่วนๆ และแต่ละส่วนจะกำหนดความสามารถเป็นเรื่องๆ ตามสภาพแวดล้อมของตนเอง โยคะ เป็นศาสตร์หนึ่งของภูมิปัญญาตะวันออก เป็นการฝึกกายและใจให้เป็นหนึ่งเดียว โดยเป็นการฝึกควบคุมร่างกายและกล้ามเนื้อ ช่วยให้ร่างกายมีความแข็งแรง การฝึกด้านจิตใจช่วยให้เกิดความสงบ มีสมาธิ การฝึกที่ผสานลมหายใจเข้ากับท่วงท่าการเคลื่อนไหวร่างกาย ช่วยให้มีสติกับสิ่งที่เป็นอยู่ สำหรับการพัฒนาด้านสติปัญญานั้น เชื่อว่าโยคะช่วยในการบริหารสมองทั้งซีกซ้ายและซีกขวาให้มีความสมดุลและทำงานผสานสอดคล้องกัน ดังการที่เด็กมีการเคลื่อนไหวร่างกายทั้งด้านซ้ายและด้านขวา มีการทำงานของร่างกายอย่างประสานสัมพันธ์กัน (coordination) ระหว่างมือ ศีรษะ แขน ลำตัว และเท้า อีกทั้งยังเป็นการฝึกการเคลื่อนไหวที่เป็นจังหวะในทิศทางซ้ายและขวา หน้าและหลัง บนและล่าง ส่วนที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างสมองซีกซ้ายและขวาสามารถทำงานได้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น การประยุกต์ใช้โยคะ ด้วยการใช้ท่าทางฝึกซึ่งเลียนแบบสรรพสิ่งในธรรมชาติอย่างง่ายๆ และน่าสนใจ เช่น ท่าทางของสัตว์ต่างๆ สามารถส่งเสริมให้เด็กได้พัฒนาด้านจินตนาการและภาษา เด็กยังได้ออกกำลังกายพร้อมฝึกสมาธิไปด้วย กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่น สามารถเคลื่อนไหวและข้อต่อทุกส่วนในร่างกายได้อย่างคล่องแคล่ว นอกจากนี้การจัดรูปแบบของการสร้างบรรยากาศในการฝึกโยคะ เช่น เปิดเพลงบรรเลง จะช่วยให้เด็กรู้สึกผ่อนคลายความตึงเครียด หรือผสานการเล่น เล่านิทานร่วมด้วย จะทำให้เกิดเป็นกิจกรรมที่สนุกสนานเพลิดเพลิน หรือกำหนดนับตัวเลขขณะฝึกปฏิบัติก็จะเป็นการช่วยกระตุ้นการทำงานของร่างกายและสมอง ดังนั้นการประยุกต์ใช้โยคะสำหรับเด็กปฐมวัย จึงทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ที่ดี มีการเรียนรู้เมื่ออยู่ในกลุ่มเพื่อนด้วยกัน ในการเป็นผู้นำ ผู้ตาม เกิดการยอมรับตนเองและผู้อื่น ดังนั้น คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ จึงตระหนักและเห็นความสำคัญในคุณภาพการอบรมเลี้ยงดูและส่งเสริมศักยภาพของเด็กวัยนี้ และเป็นเรื่องที่ผู้เกี่ยวข้องกับเด็กทุกคนร่วมมือกันพัฒนา ส่งเสริม สนับสนุน เพื่อวางรากฐานทั้งด้านการนึกคิดและบุคลิกภาพ ให้เด็กเจริญเติบโตเป็นอนาคตที่ดีของชาติต่อไป ทั้งนี้ครูพี่เลี้ยงของเด็กปฐมวัย เป็นบุคคลหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเด็กอย่างใกล้ชิด โดยครูพี่เลี้ยงสามารถจัดประสบการณ์เรียนรู้ที่เหมาะสม ที่เป็นการจัดกิจกรรมตรง ผ่านการลงมือปฏิบัติ เกิดความสนุกสนานและมีประโยชน์ มีความผสมผสานศิลปะที่จะช่วยให้เด็กเข้าใจตนเองและผู้อื่น การสื่อความหมาย และการพัฒนาศักยภาพด้านร่างกาย โดยคำนึงถึงความแตกต่างศักยภาพด้านต่างๆ ของเด็กแต่ละคน จะช่วยให้เด็กพัฒนาศักยภาพความสามารถทางปัญญาได้เป็นอย่างดี คณะพยาบาลศาสตร์ จึงได้จัดให้มีโครงการการประยุกต์ใช้โยคะโดยครูพี่เลี้ยงเพื่อการพัฒนาความสามารถทางพหุปัญญาของเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขึ้นในครั้งนี้ เพื่อช่วยให้ครูพี่เลี้ยงของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมีการรับรู้ถึงความสามารถของตนเองในการประยุกต์ใช้โยคะเพื่อการพัฒนาความสามารถทางพหุปัญญาของเด็กปฐมวัยที่จะนำไปสู่การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยความมั่นใจ ก่อให้เกิดการพัฒนาความสามารถทางด้านปัญญาแก่เด็กปฐมวัยที่ตนเองรับผิดชอบดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
วัตถุประสงค์โครงการ
- วัตถุประสงค์ ข้อที่ 1 ครูพี่เลี้ยงร้อยละ 80 รับรู้ถึงความสามารถของตนเองในการประยุกต์ใช้โยคะเพื่อการพัฒนาความสามารถทางพหุปัญญาของเด็กปฐมวัย ข้อที่ 2 เด็กร้อยละ 80 มีความสามารถทางพหุปัญญาเพิ่มขึ้น
กิจกรรม/การดำเนินงาน
- กิจกรรมการอบรมครูพี่เลี้ยง
- กิจกรรมการประยุกต์ใช้โยคะพัฒนาเด็กเล็กของครูพี่เลี้ยงแต่ละศูนย์
- กิจกรรมประเมินการรับรู้ความสามารถของตนเองของครูพี่เลี้ยงในการประยุกต์ใช้โยคะเพื่อการพัฒนาความสามารถทางพหุปัญญาของเด็กปฐมวัย (หลังเสร้จสิ้นโครงการ)และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การสอนของครูพี่เลี้ยง
- กิจกรรมเตรียมการ
- กิจกรรมประเมินความสามารถทางพหุปัญญาของเด็กปฐมวัย ก่อนการสอนประยุกต์ใช้โยคะของครูพี่เลี้ยง
กลุ่มเป้าหมาย
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวนที่วางไว้ | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน | 100 | |
| กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน | ||
| กลุ่มวัยทำงาน | 13 | |
| กลุ่มผู้สูงอายุ | ||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | ||
| กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด | ||
| กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง | ||
| กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ | ||
| กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง | ||
| สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)] |
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1.ครูพี่เลี้ยงมีการรับรู้ถึงความสามารถของตนเองในการประยุกต์ใช้โยคะเพื่อการพัฒนาความสามารถทางพหุปัญญาของเด็กปฐมวัยอย่างต่อเนื่อง 2.เด็กปฐมมีความสามารถทางพหุปัญญาอันจะนำไปสู่การสร้างพื้นฐานที่ดีสำหรับการดำเนินชีวิตในอนาคต
ส่วนที่ 1 ผลการดำเนินงาน
| วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ผลลัพธ์และตัวชี้วัดผลลัพธ์** กิจกรรมของโครงการ | ผลผลิต* | |
|---|---|---|
| ผลผลิตที่ตั้งไว้ | ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง | |
1. กิจกรรมเตรียมการ |
||
วันที่ 2 มกราคม 2563กิจกรรมที่ทำ1.1 พัฒนาคู่มือสำหรับครูพี่เลี้ยงของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 1.2 ประสานงานกับครูพี่เลี้ยงเพื่อหาแนวทางในการออกแบบแผนการสอนแก่เด็กปฐมวัย 4 ศูนย์ -ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านบ่อทราย -ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านเนินทราย -ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านไสตอ -ศูนยืฑํฒนาเด็กเล็กบ้านหาดสูง 1.3 ประเมินการรับรู้ถึงความสามารถของตนเองของครูพี่เลี้ยงในการประยุกต์ใช้โยคะเพื่อการพัฒนาความสามารถทางพหุปัญญาของเด็กปฐมวัย (ก่อนอบรม) ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นผลการประเมินจากแบบทดสอบความรุ้และความเข้าใจเกี่ยวกับโยคะจากจำนวนผู้เข้าร่วมทั้งหมด 12 คน *ก่อนเข้าร่วมโครงการ ร้อยละ 77.83 *หลังเข้าร่วมโครงการ ร้อยละ 85.56 1.ครูพี่เลี้ยงมีการรับรู้ถึงความสามารถของตนเองในการประยุกต์ใช้โยคะเพื่อการพัฒนาเพื่อการพัฒนาความสามารถทางพหุปัญญาของเด็กปฐมวัยอย่างต่อเนื่อง 2.เด็กปฐมวัยมีความสามาถทางพหุปัญญาอันจะนำไปสู่การสร้างพื้นฐานที่ดีสำหรับการดำเนินชีวิตในอนาคต
|
18 | 0 |
2. กิจกรรมประเมินความสามารถทางพหุปัญญาของเด็กปฐมวัย ก่อนการสอนประยุกต์ใช้โยคะของครูพี่เลี้ยง |
||
วันที่ 1 พฤษภาคม 2563กิจกรรมที่ทำประเมินความสามารถทางพหุปัญญาของเด็กปฐมวัย ก่อนการสอนประยุกต์ใช้โยคะของครูพี่เลี้ยง ติดตามประเมินความสามาถทางพหุปัญญาของเด็กปฐมวัยหลังการสอนประยุกต์ใช้โยคะของครูพี่เลี้ยง ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น-คะแนนการรับรู้ถึงความสามารถของตนเองของครูพี่เลี้ยงในการประยุกต์ใช้โยคะเพื่อการพัฒนาความสามารถทางพหุปัญญาของเด็กปฐมวัยเพิ่มขึ้น -คะแนนความสามารถทางพหุปัญญาของเด็กปฐมวัยเพิ่มขึ้น
|
100 | 0 |
3. กิจกรรมการอบรมครูพี่เลี้ยง |
||
วันที่ 22 สิงหาคม 2563กิจกรรมที่ทำ-ประเมินการรับรู้ถึงความสามารถของตนเองของครูพี่เลี้ยงในการประยุกต์ใช้โยคะเพื่อการพัฒนาความสามารถทางพหุปญญาของเด็กปฐมวัย (หลังการอบรม) ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นผลการประเมินจากแบบทดสอบความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโยคะ จากจำนวนผู้เข้าโครงการทั้งหมด 12 คน -ก่อนเข้าร่วมโครงการ 77.83% -หลังเข้าร่วมโครงการ 85.56%
|
13 | 0 |
4. กิจกรรมการประยุกต์ใช้โยคะพัฒนาเด็กเล็กของครูพี่เลี้ยงแต่ละศูนย์ |
||
วันที่ 22 สิงหาคม 2563กิจกรรมที่ทำกิจกรรมการประยุกต์ใช้โยคะพัฒนาเด็กเล็กของครูพี่เลี้ยงแต่ศูนย์ ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น1 จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ ทั้งหมด 12 คน (ในวันแรก และเหลือ 11 คนในวันที่ 2 ของการเข้าร่วมโครงการ) มีอายุระหว่าง 27 - 56 ปี (เฉลี่ย 43.58 ปี ) มีประสบการณ์การเป็นครูพี่เลี้ยงแก่เด็กปฐมวัย ระหว่าง 2 - 20 ปี (เฉลี่ย 8.42 ปี) ส่วนใหย่มีสถานภาพสมรสคู่ ( 9คน) ไม่มีโรคประจำตัว (8 คน) ที่มีโรคประจำตัว ช่น ภูมิแพ้ (1 คน) หรือมีอาการไม่สุขสบาย เช่น ปวดเข่า เป็นต้น มีความรู้เกี่ยวกับโยคะมาก่อน ( 7 คน) มีผู้เข้าร่วมโครงการปฏิบัติโยคะอยู่ (10 คน) ประมาณสัปดาห์ละ 3 วัน โดยปฏิบัติแต่ละครั้งไม่เกิน 15 นาที (5 คน) จนถึงครั้งละประมาณ 15 - 30 นาที ( 5 คน)
|
13 | 0 |
5. กิจกรรมประเมินการรับรู้ความสามารถของตนเองของครูพี่เลี้ยงในการประยุกต์ใช้โยคะเพื่อการพัฒนาความสามารถทางพหุปัญญาของเด็กปฐมวัย (หลังเสร้จสิ้นโครงการ)และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การสอนของครูพี่เลี้ยง |
||
วันที่ 23 สิงหาคม 2563กิจกรรมที่ทำกิจกรรมประเมินการรับรู้ความสามารถของตนเองของครูพี่เลี้ยงในการประยุกต์ใช้โยคะเพื่อการพัฒนาความสามารถทางพหุปัญญาของเด็กปฐมวัย (หลังเสร้จสิ้นโครงการ)และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การสอนของครูพี่เลี้ยง ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นผลการประเมินจากแบบทดสอบความรุ้และความเข้าใจเกี่ยวกับโยคะจากจำนวนผู้เข้าร่วมทั้งหมด 12 คน *ก่อนเข้าร่วมโครงการ ร้อยละ 77.83 *หลังเข้าร่วมโครงการ ร้อยละ 85.56 1 จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ ทั้งหมด 12 คน (ในวันแรก และเหลือ 11 คนในวันที่ 2 ของการเข้าร่วมโครงการ) มีอายุระหว่าง 27 - 56 ปี (เฉลี่ย 43.58 ปี ) มีประสบการณ์การเป็นครูพี่เลี้ยงแก่เด็กปฐมวัย ระหว่าง 2 - 20 ปี (เฉลี่ย 8.42 ปี) ส่วนใหย่มีสถานภาพสมรสคู่ ( 9คน) ไม่มีโรคประจำตัว (8 คน) ที่มีโรคประจำตัว ช่น ภูมิแพ้ (1 คน) หรือมีอาการไม่สุขสบาย เช่น ปวดเข่า เป็นต้น มีความรู้เกี่ยวกับโยคะมาก่อน ( 7 คน) มีผู้เข้าร่วมโครงการปฏิบัติโยคะอยู่ (10 คน) ประมาณสัปดาห์ละ 3 วัน โดยปฏิบัติแต่ละครั้งไม่เกิน 15 นาที (5 คน) จนถึงครั้งละประมาณ 15 - 30 นาที ( 5 คน)
|
13 | 0 |
* ผลผลิต หมายถึง ผลที่เกิดขึ้นเชิงปริมาณจากการทำกิจกรรม เช่น จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม จำนวนผู้ผ่านการอบรม จำนวนครัวเรือนที่ปลูกผักสวนครัว เป็นต้น
** ผลลัพธ์ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่การแก้ปัญหา เช่น หลังอบรมมีผู้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจำนวนกี่คน มีข้อบังคับหรือมาตรการของชุมชนที่นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือสภาพแวดล้อม เป็นต้น ทั้งนี้ต้องมีข้อมูลอ้างอิงประกอบการรายงาน เช่น ข้อมูลรายชื่อแกนนำ , แบบสรุปการประเมินความรู้ , รูปภาพกิจกรรมพร้อมคำอธิบายใต้ภาพ เป็นต้น
ส่วนที่ 2 ประเมินความพึงพอใจต่อความสำเร็จและปัญหาอุปสรรคในการดำเนินโครงการในภาพรวม
ผลการดำเนินโครงการ
สรุปผลการดำเนินโครงการ
ผลการดำเนินโครงการ/กิจกรรม:
บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
บรรลุตามวัตถุประสงค์บางส่วนของโครงการ
ไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
1.1 จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ ทั้งหมด 12 คน (ในวันแรก และเหลือ 11 คนในวันที่ 2 ของการเข้าร่วมโครงการ) มีอายุระหว่าง 27 - 56 ปี (เฉลี่ย 43.58 ปี ) มีประสบการณ์การเป็นครูพี่เลี้ยงแก่เด็กปฐมวัย ระหว่าง 2 - 20 ปี
(เฉลี่ย 8.42 ปี) ส่วนใหย่มีสถานภาพสมรสคู่ ( 9คน) ไม่มีโรคประจำตัว (8 คน) ที่มีโรคประจำตัว ช่น ภูมิแพ้ (1 คน) หรือมีอาการไม่สุขสบาย เช่น ปวดเข่า เป็นต้น มีความรู้เกี่ยวกับโยคะมาก่อน ( 7 คน) มีผู้เข้าร่วมโครงการปฏิบัติโยคะอยู่ (10 คน) ประมาณสัปดาห์ละ 3 วัน โดยปฏิบัติแต่ละครั้งไม่เกิน 15 นาที (5 คน) จนถึงครั้งละประมาณ 15 - 30 นาที ( 5 คน)
ผลผลิตโครงการ
| วัตถุประสงค์ | สถานการณ์ | เป้าหมาย | ผลผลิต | อธิบาย |
|---|
ผู้เข้าร่วมโครงการ
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวนที่วางไว้(คน) | จำนวนที่เข้าร่วม(คน) | |
|---|---|---|---|
| จำนวนกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด | 113 | ||
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวนที่วางไว้(คน) | จำนวนที่เข้าร่วม(คน) | |
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | |||
| กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน | 100 | ||
| กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน | - | ||
| กลุ่มวัยทำงาน | 13 | ||
| กลุ่มผู้สูงอายุ | - | ||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | |||
| กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด | - | ||
| กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง | - | ||
| กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ | - | ||
| กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง | - | ||
| สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)] | - |
บทคัดย่อ*
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ (1) กิจกรรมการอบรมครูพี่เลี้ยง (2) กิจกรรมการประยุกต์ใช้โยคะพัฒนาเด็กเล็กของครูพี่เลี้ยงแต่ละศูนย์ (3) กิจกรรมประเมินการรับรู้ความสามารถของตนเองของครูพี่เลี้ยงในการประยุกต์ใช้โยคะเพื่อการพัฒนาความสามารถทางพหุปัญญาของเด็กปฐมวัย (หลังเสร้จสิ้นโครงการ)และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การสอนของครูพี่เลี้ยง (4) กิจกรรมเตรียมการ (5) กิจกรรมประเมินความสามารถทางพหุปัญญาของเด็กปฐมวัย ก่อนการสอนประยุกต์ใช้โยคะของครูพี่เลี้ยง
ข้อเสนอแนะ ได้แก่ (1) ...
หมายเหตุ *
ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ