โครงการวัยรุ่น วัยใส ปลอดบุหรี่
-
นายยามิงดามะ ประธานชมรมตาดีกา ตำบลท่ากำชำ
-
นายดือราแมดาเล็งรองประธานชมรมตาดีกา ตำบลท่ากำชำ
-
ว่าที่ รต.สือมาน สะแลแม เลขานุการชมรมตาดีกา ตำบลท่ากำชำ
-
นายยาแวสนิ คณะกรรมการชมรมตาดีกา ตำบลท่ากำชำ
-
นายอุสมานมะลี คณะกรรมการชมรมตาดีกา ตำบลท่ากำชำ
-
ร้อยละของการสูบยาสูบในเด็กและเยาวชนอายุ 15- 25 ปี ในชุมชน20.00
-
ร้อยละการได้รับควันบุหรี่มือสองที่บ้านของประชาชน40.00
การบริโภคยาสูบหรือการสูบบุหรี่ เป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาทางสุขภาพที่ร้ายแรง บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยเฉพาะนักเทคนิคการแพทย์ ได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างสำคัญ ในการรณรงค์เพื่อควบคุมการบริโภคยาสูบ มุ่งให้มีการลด/ละ/เลิกการสูบบุหรี่ เนื่องจากการงดบริโภคยาสูบหรือการหยุดสูบบุหรี่ จะทำให้อัตราการเสียชีวิตจากโรคที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคยาสูบหรือการสูบบุหรี่ลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ สุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิตของผู้ที่เลิกสูบบุหรี่ได้ ของสมาชิกในครอบครัว และของผู้อื่นในสังคมดีขึ้น ลดค่าใช้จ่ายของครอบครัวและประเทศชาติในการดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วย ที่มีสาเหตุแห่งความเจ็บป่วยมาจากการบริโภคยาสูบหรือการสูบบุหรี่ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ให้ความสำคัญและสนับสนุนการควบคุมการบริโภคยาสูบ หรือการเลิกสูบบุหรี่มาอย่างต่อเนื่อง โดยจัดให้มี “วันงดสูบบุหรี่โลก” (World No Tobacco Day) ขึ้นใน วันที่ 31 พฤษภาคม ของทุกปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 เป็นต้นมา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา องค์การอนามัยโลกได้มุ่งเน้นให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เข้ามามีส่วนร่วมในการควบคุมการบริโภคยาสูบ โดยสนับสนุนให้บุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุขทุกสาขาอาชีพ ร่วมมือกันก่อตั้ง “เครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่” อันประกอบไปด้วย 7 สาขาวิชาชีพ ในระยะแรก ได้แก่ แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล สาธารณสุข เภสัชกร เทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัด ซึ่งต่อมาเครือข่ายฯ ได้ขยายออกไปเป็น 17 วิชาชีพ ที่เพิ่มมาอีก 10 วิชาชีพ ได้แก่ หมออนามัย จิตวิทยาคลินิก แพทย์แผนจีน แพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ รังสีเทคนิค เวชนิทัศน์ สัตวแพทย์ เวชศาสตร์การกีฬา และศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ โดยมีเป้าหมายในการร่วมมือกันรณรงค์ต่อต้านพิษภัยควันบุหรี่ จัดกิจกรรมควบคุมการบริโภคยาสูบ และรณรงค์การลด/ละ/เลิกการสูบบุหรี่ เพื่อให้การต่อต้านพิษภัยควันบุหรี่ มีประสิทธิภาพ ต่อเนื่อง สัมฤทธิผล และนำไปสู่เป้าหมาย “สังคมไทยปลอดบุหรี่” ได้ในที่สุด จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก พบว่า แต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ประมาณ 5 ล้านคน ซึ่งเทียบเท่ากับเดือนละเกือบ 11,000 คน หรือวันละ 8 คน และในบุหรี่มีสารเคมี 4,000 กว่าชนิด เช่น formaldehyde (สารเคมีที่ใช้ดองศพ) carbon monoxide (เช่นเดียวกับควันจากท่อไอเสียเครื่องยนต์) สาร acetone (สารเคมีที่ใช้ล้างเล็บ) ซึ่งสารเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นอันตรายต่อสุภาพทั้งต่อผู้สูบเองและผู้ที่ได้รับควันบุหรี่มือสอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากผู้ที่ได้รับควันบุหรี่เป็นเด็ก ก็จะยิ่งเป็นอันตรายมากขึ้น เนื่องจากเด็กยังมีภูมิต้านทางโรคค่อนข้างต่ำ และยังไม่สามารถป้องกันตนเองจากการได้รับควันบุหรี่จากผู้ใหญ่ได้ นอกจากนั้น งานวิจัยยังพบว่า ในแต่ละปีมีคนไทยเสียชีวิต จากโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ ปีละ 52,000 คน หรือชั่วโมงละ 6 คน และผู้ที่ติดบุหรี่ส่วนใหญ่ร้อยละ 90 เริ่มสูบและติดบุหรี่ ตั้งแต่ยังอยู่ในวัยรุ่น ในช่วงอายุ 11-18 ปี โดยยังสูบต่อเนื่องไปจนอยู่ในวัยเยาวชน ในช่วงอายุ 19-25 ปี และผู้ใหญ่ตอนต้น ในช่วงอายุ 25-35 ปี ซึ่งชมรมตาดีกา ตำบลท่ากำชำ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ในฐานะที่มีความใกล้ชิดกับเยาวชนมากที่สุด ได้เห็นถึงความสำคัญในการจัดกิจกรรมจากการสำรวจเยาวชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ม.1 บ้านท่ากำชำ มีผู้สูบบุหรี่ เป็นประจำที่มีอายุไม่เกิน 25 ปี จำนวน 72 คน และ ม.5 บ้านบางราพา มีผู้สูบบุหรี่เป็นประจำที่มีอายุ ไม่เกิน 25 ปี จำนวน 84 คน ทางชมรมตาดีกา ตำบลท่ากำชำ จึงได้จัดทำ “โครงการวัยรุ่น วัยใส ปลอดบุหรี่” เพื่อให้เด็ก เยาวชน ห่างไกลจากการสูบบุหรี่ และรณรงค์ให้ผู้ที่กำลังสูบเลิกสูบบุหรี่ เนื่องจากการสูบบุหรี่นั้นเป็นอันตรายต่อผู้สูบบุหรี่และผู้ที่อยู่ใกล้กับผู้สูบบุหรี่ทั้งยังเป็นสาเหตุที่จะนำไปสู่การติดสิ่งเสพติดอื่นๆ
-
เพื่อลดการสูบยาสูบในเด็กและเยาวชนอายุ 15- 25 ปี ในชุมชน20.000.00
ร้อยละของการสูบยาสูบในเด็กและเยาวชนอายุ 15- 25 ปี ในชุมชน
-
เพื่อลดอัตราการได้รับควันบุหรี่มือสองที่บ้านของประชาชน40.0010.00
ประชาชนที่ไม่สูบยาสูบได้รับควันมือสองที่บ้านลดลงร้อยละ ... (ร้อยละ)
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน80
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ชุมชนปลอดบุหรี่
ไม่มีค่าใช้จ่าย
25 มกราคม 2564 ถึง 31 พฤษภาคม 25640.00 บาท -
พิษบุหรี่ และยาเสพติด
-ค่าอาหารกลางวัน 50 บาท x 40 คน x 2 วัน = 4,000 บาท
-ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม 25 บาท x 2 มื้อ x 40 คน x 2 วัน = 4,000 บาท
-ค่าตอบแทนวิทยากร 5 ชั่วโมงๆละ 300 บาท x 2 วัน = 3,000 บาท
10 กุมภาพันธ์ 2564 ถึง 11 กุมภาพันธ์ 2564เยาวชนสามรถปรับแนวคิดทัศนะคติไปในระดับหนึ่ง
11000.00 บาท -
สายใยรักครอบครัว
-ค่าอาหารกลางวัน 50 บาท x 40 คน x 4 วัน = 8,000 บาท
-ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม 25 บาท x 2 มื้อ x 40 คน 4 วัน = 8,000 บาท
-ค่าตอบแทนวิทยากรบุคคลต้นแบบ แนะนำการเลิกบุหรี่ จำนวน 5 ชั่วโมงๆละ 300 บาท x 4 วัน = 6,000 บาท
17 กุมภาพันธ์ 2564 ถึง 25 กุมภาพันธ์ 2564เกิดความรักความสามัคคีในกลุ่มเพื่อนและครอบครัว
22000.00 บาท -
แลกเปลี่ยนเรียนรู้และร่วมเดินประชาสัมพันธ์การต่อต้านการสูบบุหรี่
-ค่าอาหารกลางวัน 50 บาท x 80 คน = 4,000 บาท
-ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม 25 บาท x 80 คน = 2,000 บาท
-ค่าป้ายไวนิล ขนาด 1.2 x 2.4 เมตร = 1,000 บาท
21 เมษายน 2564 ถึง 21 เมษายน 2564เยาวชนเป็นต้นแบบชีวิตในด้านการพัฒนาเพิ่มขึ้น
7000.00 บาท
- เยาวชนสามรถปรับแนวคิดทัศนะคติไปในระดับหนึ่ง
- เยาวชนเป็นต้นแบบชีวิตในด้านการพัฒนาเพิ่มขึ้น
- เกิดความรักความสามัคคีในกลุ่มเพื่อนและครอบครัว
- เกิดบุคคลต้นแบบที่สามารถเลิกบุหรี่ได้
