โครงการชุมชนลดเค็ม ลดโรคความดันโลหิตสูงบ้านวังน้ำ
-
จำนวนประชาชนกลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วย และร้านค้า64.00
จากข้อมูลการสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงและการบาดเจ็บของสำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค ปี พ.ศ 2560 ในส่วนของการบริโภคเกลือ คนไทยส่วนใหญ่ยังมีความเข้าใจผิดว่า สิ่งที่ให้ความเค็มหรือเกลือโซเดียมมีอยู่ในเกลือหรือน้ำปลาเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันมีเครื่องปรุงรส เช่น ซอส ผงปรุงรส ผงชูรส รวมไปถึงอาหารกึ่งสำเร็จรูปต่างๆ เช่น บะหมี่-โจ๊กกึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ขนมกรุบกรอบ ล้วนมีสารให้ความเค็ม (เกลือโซเดียม) เป็นส่วนประกอบ ล่าสุดพบคนไทยบริโภคเกลือโซเดียมเฉลี่ย 4,351.7 มิลลิกรัมต่อวันหรือกว่า 2 ช้อนชา เกินกว่าที่องค์การอนามัยโลกคือ 2,000 มิลลิกรัมหรือ 1 ช้อนชาต่อวัน และกลุ่มอายุ 25-59 ปี เป็นกลุ่มอายุที่กินเค็มมากที่สุด โดยการบริโภคอาหารที่มีรสเค็มอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับ 2 ที่ทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง นำไปสู่โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคไตเรื้อรัง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน ที่มีแนวโน้มเพิ่งสูงขึ้น ซึ่งโรคดังกล่าวป้องกันได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคลดหวาน มัน เค็ม ในชุมชนบ้านวังน้ำ หมู่ 4 ตำบลวังยาง มีผู้ป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังจำนวน 8 คน มีผุ้ป่วยโรคเบาหวาน 44 คน โรคความดันโลหิตสูง 114 คน และมีประชากรกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน เสี่ยงความดันโลหิตสูง และเสี่ยงโรคไตอีกจำนวนหนึ่งด้วย โดยส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่พึงประสงค์ จากการบริโภคอาหาร การขาดการออกกำลังกาย ไม่ปฏิบัติตนที่ถูกต้องตามพฤติกรรม 3 อ. 2 ส. (ออกกำลังกาย อาหาร อารมณ์ สุรา สูบบุหรี่) ทำให้มีภาวะอ้วนลงพุง ปัญหารอบเอวเกินและขาดการตรวจสุขภาพเพื่อคัดกรองโรคประจำปี จึงทำให้เกิดโรคต่างๆตามมา ส่งในทำให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร จากโครงการชาวชุมชนคนไทดำวังน้ำส่งเสริมการดูแลสุขภาพเพื่อหลีกเลี่ยงโรคไม่ติดต่อ ปี 2563 ในการจัดทำโครงการได้ให้ผู้เข้าร่วมโครงการทำแบบทดสอบก่อน-หลังการอบรมและแบบประเมินความเสี่ยงนคร 2 ส.และตรวจค่าการกรองของไต (eGFR) ของผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 60 คน และในปีงบประมาณ 2564 ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลวังยางจึงจัดทำโครงการชุมชนลดเค็ม ลดโรคความดันโลหิตสูงบ้านวังน้ำ เพือคนข้อมูลจากการทำแบบทดสอบก่อนและหลังการอบรมและแบบประเมินความเสี่ยง นคร 2 ส. และผลการตรวจค่าการกรองของไต (eGFR) ให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 60 คน และได้เล็งเห็นความสำคัญของการบริโภคอาหารจึงมีการเชิญชวนร้านค้าจำนวน 4 ร้าน ในหมู่บ้านเข้าร่วมโครงการด้วย การส่งเสริมประชาชนในหมู่บ้นให้ปรับพฤติกรรมการบริโภคอาหารและเกลือ ออกกำลังกาย และการจัดการความเครียดรวมทั้งไม่สูบบุหรี่และไม่ดื่มสุราได้นั้นจะช่วยให้สามารถลดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังต่างๆ ได้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลวังยางเล็งเห็นความสำคัญของการแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพที่เกิดขึ้นโดยการป้องกันให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสามารถดูแตนเองเพื่อไม่ให้กลายเป็นกลุ่มป่วยและเพื่อให้กลุ่มป่วยสามารถควบคุมอาการตนเองและลดภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นได้โดยการดำเนินงานโดยภาคีเครือข่ายในระดับต่างๆ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ตื่นตัวในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพอย่างต่อเนื่องและสามารถขยายแนวทางการดำเนินงานให้กับหมู่บ้านอื่นต่อไป
-
1. เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีโซเดียมสูงในชุมชนบ้านวังน้ำ 2. เพื่อลดผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่ในกลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วยในชุมชนบ้านวังน้ำ 3. เพื่อเพิ่มการเข้าถึงระบบบริการ/การวินิจฉัยผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่ในกลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยในพื้นที่ชุมชนบ้านวังน้ำ 4.เพื่อส่งเสริมความรู้การปฏิบัติตนที่ถูกต้องตามพฤติกรรม 3 อ. 2 ส. 5.เพื่อให้หมู่บ้านเป็นตัวอย่าง หมู่บ้าน ลดเค็ม ลดเสี่ยง ลดโรคไม่ติดต่อ64.0052.00
1.ลดผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่ในกลุ่มเสี่ยงจำนวน 10 คน
2.มีผู้ปรับเปลี่ยนพฤติกรมมอาหารมากขึ้นจำนวน 10 คน
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง60
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
โครงการชุมชนลดเค็ม ลดโรคความดันโลหิตสูงบ้านวังน้ำ
- สร้างความเข้าใจ ความตระหนักรู้ (Awareness)
- ประชุมคณะกรรมการ/คณะทำงาน/ ที่ปรึกษา ระดับชุมชน ฯ- ค่าอาหารว่างเครื่องดื่มและอาหารกลางวัน
ค่าอาหารว่าง 25 บาท X 15 คน X 2 มื้อ 750 บาท ค่าอาหารกลางวัน 50 บาท x15 คน x 1 มื้อ750 บาท รวม 1,500บาท
- ประชุมคณะกรรมการ/คณะทำงาน/ ที่ปรึกษา ระดับชุมชน ฯ- ค่าอาหารว่างเครื่องดื่มและอาหารกลางวัน
- คืนข้อมูลสุขภาพสร้างความรู้และความตระหนัก แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วย และร้านค้าในชุมชน อบรมให้ความรู้การปรับสูตรอาหารลดเค็ม ลดโซเดียม สร้างความรู้การปฏิบัติตนที่ถูกต้องตามพฤติกรรม 3 อ.2ส. ประเมินพฤติกรรมการกินอาหารรสเค็มตรวจประเมินระดับความเค็มของอาหารที่รับประทานประจำวันโดยใช้เครื่องมือ Salt meter- ค่าอาหารว่างเครื่องดื่มและอาหารกลางวัน
ค่าอาหารว่าง 25 บาท X 64 คน X 2 มื้อ3,200 บาท ค่าอาหารกลางวัน 50 บาท x64 คน x 1 มื้อ3,200 บาท
- ค่าวิทยากร 600 บาท x 4 ชม.2,400 บาท
รวม 8,800บาท การปรับสูตรอาหาร(Reformulation) เพื่อลดการบริโภคเกลือและโซเดียมการใช้เครื่องมือวัดความเค็ม (salt meter) เพื่อเป็นข้อมูลสะท้อนกลับ (Biofeedback) 3. ประกวดเมนูชูสุขภาพ เมนูลดเค็ม การปรับสูตรอาหารประเมินติดตามภาวะสุขภาพของกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรม
ตรวจสุขภาพวัดระดับความดันโลหิต ประเมินการบริโภคเกลือโซเดียม เจาะเลือดเพื่อหาการกรองของไต(eGFR) จำนวนทั้งหมด 64 คนและคืนข้อมูลให้กับชุมชน - ค่าอาหารว่างเครื่องดื่มและอาหารกลางวัน
ค่าอาหารว่าง 25 บาท X 64 คน X 2 มื้อ3,200 บาท ค่าอาหารกลางวัน 50 บาท x64 คน x 1 มื้อ3,200 บาท
- ค่าวิทยากร 600 บาท x 4 ชม.2,400 บาท -ค่าจ้างเหมาเจ้าหน้าที่เจาะเลือด 600บาท x 3คน1,800 บาท รวม 10,600บาท 4 วัสดุ/อุปกรณ์
ค่าป้ายโครงการ ขนาด กว้าง 100 ซม.ยาว 400 ซม.จำนวน 1 ผืน
600 บาทx1 ผืน600 บาท
รวม 600 บาท ค่าชุดเล่มเอกสารผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 64 ชุด 25บาทx 64 ชุด 1,600 บาท
รวม 1,600 บาท เป็นเงิน 23,100 บาท1 กุมภาพันธ์ 2564 ถึง 31 สิงหาคม 25641 เกิดชุมชน ลดโรค ลดภัยสุขภาพ อย่างยั่งยืน 2 ร้านค้า/ร้านอาหารในชุมชนเข้าร่วมกิจกรรมเมนูอาหารลดเค็ม ลดโซเดียม
3 กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรมสามารถอ่านค่าโซเดียม และคำนวณโซเดียมที่ควรบริโภคต่อวันของตนเองได้23100.00 บาท - สร้างความเข้าใจ ความตระหนักรู้ (Awareness)
1 เกิดชุมชน ลดโรค ลดภัยสุขภาพ อย่างยั่งยืน
2 ร้านค้า/ร้านอาหารในชุมชนเข้าร่วมกิจกรรมเมนูอาหารลดเค็ม ลดโซเดียม
3 กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรมสามารถอ่านค่าโซเดียม และคำนวณโซเดียมที่ควรบริโภคต่อวันของตนเองได้
