โครงการรณรงค์ควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออก เขตเทศบาลตำบลบูเก๊ะตา ตำบลโละจูด อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ปี2564
-
นายนิอาแซ หะยีดอเลาะ
โรคไข้เลือดออกนับเป็นปัญหาสาธารณสุขไทยตลอดมาเพราะไข้เลือดออกเป็นโรคติดต่อที่สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและความสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจของประเทศทั้งที่ทุกฝ่ายได้ช่วยกันรณรงค์ป้องกันและควบคุมมาโดยตลอดและได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชนพบว่าปัญหาโรคไข้เลือดออกไม่ได้ลดลงมากนักยังคงเป็นปัญหาสำคัญในระดับประเทศเรื่อยมา ตำบลโละจูด เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีปัญหาการระบาดของโรคไข้เลือดออกมาอย่างต่อเนื่องโดยมีอัตราป่วยต่อแสนประชากรในปี 2560 – 2562 เท่ากับ 78.98 ,193.07 และ 131.64 ต่อแสนประชากร ตามลำดับไม่มีผู้ป่วยตาย จะเห็นได้ว่าอัตราป่วยเกิน 50 ต่อแสนประชากร การระบาดของโรคไข้เลือดออกส่วนมากจะพบผู้ป่วยในช่วงเดือนมกราคม – กันยายน ของทุกปีซึ่งตรงกับการเปิดภาคเรียนที่หนึ่งพอดีและชีวนิสัยของยุงชอบออกหากินเวลากลางวันจึงสันนิฐานได้ว่าการแพร่เชื้อและการกระจายโรค จะเกิดขึ้นได้ทั้ง ชุมชน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียน ด้วยเหตุนี้ การควบคุมโรคจะต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจาก ชุมชนมัสยิด โรงเรียนองค์การบริหารส่วนตำบลและหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกที่มีมาอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนแนวคิดในการแก้ไขปัญหา จากการตั้งรับไปสู่นโยบายเชิงรุกโดยใช้ยุทธศาสตร์การมีส่วนร่วมให้คนในชุมชนได้ตระหนักถึงสภาพปัญหาของโรคไข้เลือดออก เกิดความรับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนของตนเอง พร้อมทั้งหาวิธีการแก้ไข ซึ่งปัญหาของโรคไข้เลือดออกเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมดังนั้น การดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก จึงต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของโรคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเน้นให้ประชาชนเห็นความสำคัญและถือเป็นภารกิจที่ต้องช่วยกัน กระตุ้นและชักนำให้ประชาชน องค์กรชุมชน ตลอดจนเครือข่ายสุขภาพให้มีส่วนร่วมอย่างจริงจังและต่อเนื่อง จึงเป็นกิจกรรมสำคัญที่ต้องเร่งรัดดำเนินการ
-
1.เพื่อลดอัตราผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก5.002.00
1อัตรป่วยของโรคไข้เลือดออกไม่เกินตามตัวชี้วัดกำหนด
-
2.เพื่อกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และกำจัดยุงลายในนมัสยิด โรงเรียนและชุมชน10.565.25
2.อัตราความชุกของลูกน้ำยุงลายลดลง
-
3.เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกในบ้านตนเองอย่างต่อเนื่อง85.0090.00
3.การมีส่วนร่วมของประชาชนในการเข้าร่วมกิจกกรม
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
รณรงค์พ่นหมอกควันและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายในชุมชน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียนและสถานที่ราชการ
1.ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เทศบาล ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียน ชุมชน มัสยิดและอื่นๆร่วมกับวางแผนดำเนินการ 2.ให้สุขศึกษาประชาสัมพันธ์ เกี่ยวกับการควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออก และขอความร่วมมือให้ประชาชนทำลายแหล่งเพาะพันธุ์และกำจัดลูกน้ำยุงลาย 3.รณรงค์ให้มีการการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์และกำจัดยุงลาย โดยวิธั 3.1 ทางกายภาพ รณรงค์ให้ชุมชนร่วมกันดำเนิการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในชุมชน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียนและมัสยิด ค่าป้ายประชาสัมพันธ์โครงการขนาด 3 เมตรx 1.5 เมตร = 900บาท 3.2 ทางเคมี ใส่สารเคมีทรายอะเบทในภาชนะที่มีน้ำใช้ในครัวเรือนของชุมชน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียนและมัสยิด โดยอสม. พ่นสารเคมีกำจัดยุงลาย(พ่นหมอกควัน) แจกสเปรย์ฉีดยุงและโลชั่นทากันยุง ค่าตอบแทนจ้างเหมาคนพ่นหมอกควันจำนวน 1 คน x 200 หลังคาเรือน x หลังคาเรือนละ 15 บาท = 3000 บาท ค่าน้ำมันเชื่อเพลิง น้ำมันดีเซล 86.65 ลิตร x 26.8 บาท =2325 บาท น้ำมันเบนซิน 34.38 ลิตร x 28.79 บาท = 990 บาท ค่าน้ำยาพ่นยุง ขนาด 1 ลิตร จำนวน 1 ขวด =340 บาท ค่าสเปรย์พ่นยุง จำนวน 30 กระป๋อง x 50 กระป๋อง = 1500 บาท ค่าโลชั่นทากันยุง จำนวน 189 ซอง x 5 บาท =945 บาท 3.3 ทางชีวภาพ สนับสนุนให้ชุมชนปลูกพืชไล่ยุง เช่น ตะไคร้หอมไล่ยุง โหระพา เป็นต้น การเลี้ยงปลากินลูกน้ำ เช่น ปลาหางนกยูง 4.ติดตามประเมินผล
1 มิถุนายน 2564 ถึง 30 มิถุนายน 25641.อัตราป่วยของโรคไข้เลือดออกไม่เกินตามตัวชี้วัดกำหนด
2.อัตราความชุกของลูกน้ำยุงลายลดลง
3.ประชาชนมีส่วนร่วมในการเข้าร่วมกิจกรรม
10000.00 บาท
ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยกันได้
1.ลดอัตรป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก ไม่เกิน 50 คนต่อแสนประชากร 2.ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องโรคไข้เลือดออก 3.ประชาชนให้ความร่วมมือในการดำเนินการควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออก 4.ทำให้ประชาชนเกิดพฤติกรรมในการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ 5.ทำให้สามารถลดความชุกของลูกน้ำยุงลาย
