โครงการส่งเสริมความรู้การดูแลสุขภาพและป้องกันโรคในกลุ่มอาชีพ(แรงงานนอกระบบ)
-
นางวิลัยพร จำรูญศรี
ตามที่รัฐบาลได้มีการกำหนดนโยบายการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการทำงานและบริการอาชีวะอนามัยในสถานประกอบของไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 – 2564 ตลอดจนการพัฒนาด้านอาชีวะอนามัย ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุง แก้ไข พัฒนา และยกระดับมาตรฐานในด้านความปลอดภัยในการทำงานและการบริการอาชีวะอนามัยในสถานประกอบการสำหรับสถานที่ต่างๆ เช่น สถานที่ราชการ สถานที่ประกอบการเอกชน ตลาด ร้านอาหาร โรงงาน เป็นต้น เพื่อให้สถานที่ต่างๆได้รับการพัฒนาให้มีมาตรฐานตามที่กำหนด อันจะทำให้ประชาชนมีความปลอดภัยจากการบริการด้านความปลอดภัยในการทำงานและการบริการอาชีวะอนามัยในสถานประกอบการเพิ่มขึ้น
โรคที่เกิดจากการทำงาน หรือโรคจากการประกอบอาชีพเป็นปัญหาที่มีผลต่อภาวะเศรษฐกิจและสังคมทั้งส่วนบุคคลและครอบครัว ชุนชน และประเทศชาติ เมื่อเกิดกับบุคคลที่อยู่ในวัยทำงานและมีบทบาทความรับผิดชอบสำคัญต่อครอบครัว ย่อมส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อครอบครัวและสังคม ในทั้งทางเศรศฐกิจ คุณภาพชีวิต โดยเฉพาะอย่ายิ่งเมื่อเกิดกับผู้ประกอบอาชีพอิสระนอกระบบ เช่นเกษตรกร ประมง ร้านอาหาร/ขนม ซ่อมรถ ซ่อมเครื่องไฟฟ้า ก่อสร้าง เป็นต้น เพราะผู้ที่ประกอบอาชีพเหล่านี้เป็นเจ้าของกิจการเอง ไม่ได้รับค่าจ้างจากผู้อื่นในลักษณะของเงินเดือนหรือค่าแรงประจำ และรับผิดชอบต่อการดำเนินการทั้งในส่วนของกำไร หรือขาดทุน หากเกิดการเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุอันตรายไม่สามารถทำงานได้ ย่อมขาดรายได้ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในครัวเรือนแลพคุณภาพชีวิตของสมาชิกในครอบครัว ดังนั้นการส่งเสริมค่านิยมที่ถูกต้องด้านสุขภาพแลพการป้องการโรคให้กับผู้ประกอบอาชีพจึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตร สวนยางพารา สวนผลไม้ โดยพื้นที่การเกษตรเป็นพื้นที่ภูเขาและเชิงเขา อาจมีโอกาสเสี่ยงได้รับอันตรายในการประกอบอาชีพ ในพื้นที่หมู่ที่ 3 บ้านหินลูกช้าง ตามข้อมูล TCNAP พบว่า อาชีพทำไร่ มี 5 คน/ มีอาชีพ 197 คน / ทำสวน 148 คน (75.12 เปอร์เซ็น) และหมู่ที่ 4 บ้านคชศิลา อาชีพ 331 คน/ ทำนา 9 คน/ ทำไร่ 9 คน/ ทำสวน 182 คน (54.98 เปอร์เซ็น)
กลุ่มรับซื้อน้ำยาง ศิลานารีคชศิลา หมู่ที่ 4 ตำบลบาละ อำเภอกาบัง จังหวัดยะลา ตระหนักถึงปัญหาและผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจในครัวเรือนของผู้ประกอบอาชีพ จึงได้จัดโครงการส่งสริมความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคจากการทำงาน สนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรมการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรคและลดความเสี่ยงจากการทำงานให้กับกลุ่มอาชีพ
-
เพื่อสำรวจข้อมูลของกลุ่มแรงงานนอกระบบ0.00
-
เพื่อให้กลุ่มแรงงานนอกระบบมีความรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคจากการทำงานและสามารถนำไปปฏิบัติได้0.00
-
เพื่อสนับสนุนให้กลุ่มแรงงานนอกระบบได้รับการตรวจประเมินและคัดกรองความเสี่ยงทางสุขภาพ0.00
-
เพื่อสนับสนุนให้เครือข่ายกลุ่มแรงงานนอกระบบได้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมีการเฝ้าระวัง ลดความ-เสี่ยง0.00
-
กลุ่มวัยทำงาน80
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ค่าประชุมอบรมให้ความรู้ 1 ครั้ง
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มจำนวน 2 มื้อ 80 คน (คนละ 25 บาท)= 4,000 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน 1 มื้อ 80 คน (คนละ 60 บาท)=4,800 บาท
- ค่าวิทยากร ชั่วโมงละ 300 (5 ชั่วโมง) = 1,500 บาท
รวมเป็นเงิน 10,300 บาท
1 มกราคม 2564 ถึง 30 กันยายน 256410300.00 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มจำนวน 2 มื้อ 80 คน (คนละ 25 บาท)= 4,000 บาท
-
ค่าประชุมสาธิตกายภาพและสร้างเสริมสุขภาพ
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 2 มื้อ 80 คน (คนละ 25 บาท)= 4,000 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน 1 มื้อ 80 คน (คนละ 60บาท)= 4,800 บาท
- ค่าวิทยากรกลุ่ม ชั่วโมงละ 600 (5 ชั่วโมง)= 3,000 บาท
- ไวนิล 1 ป้าย= 720 บาท
- วัสดุ/อุปกรณ์ กระดาษ/ปากกาเคมี/เทปกาว = 500 บาท
- อุปกรณ์กายภา่พ = 2,000 บาท
- แบบประเมิน 80 ชุด ชุดละ 10 บาท = 800 บาท
- หน้ากากอนามัย 2 กล่อง กล่องละ 100 = 200 บาท
- แอลกอฮอล์เจล 1 ขวด ขวดละ 200 = 200 บาท รวมเป็นเงิน16,220 บาท
1 มกราคม 2564 ถึง 30 กันยายน 256416220.00 บาท
1.หน่วยงานในพื้นที่มีข้อมูลจำนวนแรงงานนอกระบบ 2.กลุ่มแรงงานนอกระบบได้รับการเฝ้าระวังโรคจากการทำงาน โดยกระบวนการมีส่วนร่วมหน่วยบริการและกลุ่มแรงงานนอกระบบ 3.กลุ่มแรงงานนอกระบบได้รับการสนับสนุนให้มีการจัดการและแก้ไขปัญหาสุขภาพจากการทำงานทั้งในระดับบุคคลและระดับกลุ่ม
