โครงการกลุ่มสตรีลางา 30-60 ปี ปลอดภัยห่างไกลจากมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูกภายใน ปี 2567 (5ปี)ประจำปี 2564 (ปีที่2)
-
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลางา
-
จำนวนหญิงวัยเจริญพันธุ์ที่มีได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม(คน)300.00
โรคมะเร็งเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตของประชาชนและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเป็นจำนวนมากโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งในประเทศไทยจากข้อมูลสถิติสาธารณสุขปี พ.ศ.2546(สถาบันมะเร็งแห่งชาติ, 2548) พบว่าอัตราตายจากโรคมะเร็งของประชากรไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นและโรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในประเทศไทยได้แก่มะเร็งตับมะเร็งปอดมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมตามลำดับสำหรับสตรีไทยโรคมะเร็งปากมดลูกมีอุบัติการณ์สูงเป็นอันดับหนึ่งของโรคมะเร็งทุกชนิด (สถาบันมะเร็งแห่งชาติ, 2548) นอกจากนี้ยังพบว่า การตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาผู้ที่มีความผิดปกติของปากมดลูกตั้งแต่ระยะก่อนเป็นมะเร็งตามขั้นตอน ที่ถูกต้องเหมาะสมสามารถลดอุบัติการณ์และอัตราการตายของโรคมะเร็งปากมดลูกได้เนื่องจากมะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่สามารถตรวจพบได้ตั้งแต่เซลล์เริ่มผิดปกติโดยการทำPapsmearหรือVIA (VisualInspectionofcervixwithAceticacid)ประกอบกับการดำเนินโรคเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปและสามารถรักษาให้หายขาดได้โดยการรักษาตามระบบและการจี้เย็น (Cryotherapy)
ในพื้นที่ตำบลลางาหญิงวัยเจริญพันธ์ อายุ 30 – 60 ปี มีจำนวน 1,126 คน ซึ่งทุกคนต้องได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกภายใน 5ปี ครบ100%(เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ2563 - 2567) โดยตั้งเป้าหมายให้มีการตรวจคัดกรอง ฯ ในแต่ละปีไม่ต่ำกว่าร้อยละ20 คิดเป็น 300 รายต่อปี จำนวนหญิงวัยเจริญพันธ์ที่ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ปีที่ 1 คือ ปีงบประมาณ 2563 คิดเป็น ร้อยละ 27.83
ระบุสถานการณ์ หลักการและเหตุผล หรือ ที่มาของการทำโครงการ เพิ่มเติม
-
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 สร้างเครือข่ายสุขภาพและทำความเข้าใจ
1.ชี้แจงเกี่ยวกับรายละเอียดโครงการให้กับเครือข่ายสุขภาพในชุมชน 2.ทำความเข้าใจในกระบวนการดำเนินงาน การลงพื้นที่ 3.การติดตามกลุ่มเป้าหมาย -ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 1 มื้อๆละ 25 บาท จำนวน 50 คน รวมเป็นเงิน 1,250 บาท
1 มีนาคม 2564 ถึง 31 มีนาคม 25641.ทีมเครือข่ายสุขภาพเกิดความเข้าใจในการดำเนินงาน 2.ทีมเครือข่ายมีการวางแผนและกำหนดการดำเนินงานในพื้นที่ร่วมกัน
1250.00 บาท -
กิจกรรมที่ 2 จัดเวทีเสวนาสร้างความตระหนักในการดูแลกลุ่มหญิงวัยเจริญพันธ์ 30-60 ปี
1.ลงพื้นที่ทำกลุ่ม เสวนา สร้างความตระหนักให้เห็นความสำคัญในการตรวจมะเร็งปากมดลูกแก่กลุ่มเป้าหมายหญิงวัยเจริญพันธ์ อายุ 30-60 ปีในพื้นที่ทั้ง 7 หมู่บ้าน 7 ครั้ง รวมเป้าหมายทั้งหมด 300 คน
-ค่าอาหารว่าง จำนวน 300 คน ๆ ละ 25 บาท จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 7,500 บาท1 มีนาคม 2564 ถึง 30 มิถุนายน 25641.กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่เกิดความตระหนัก และเห็นความสำคัญ 2.กลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจไม่ตำ่กว่าร้อยละ 20 ต่อปี (5ปี) 3.มีเครือข่ายสุขภาพ (อาสาสมัคร) ที่เข้มแข็งในการดูแลกลุ่มหญิงวัยเจริญพันธ์ 30 -60 ปี ร้อยละ100
7500.00 บาท -
กิจกรรมที่ 3 ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ในพื้นที่
ประชาสัมพันธ์เพื่อรณรงค์ให้หญิงวัยเจริญพันธ์มาตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
1 กรกฎาคม 2564 ถึง 30 กรกฎาคม 2564-ชุมชนได้รับข้อมูลข่าวสารด้านโรคมะเร็งปากมดลูกและมีส่วนร่วมในการป้องกันโรค -เกิดการทำงานร่วมกันในพื้นที่
0.00 บาท -
กิจกรรมที่ 4 ดำเนินการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกกลุ่มหญิงวัยเจริญพันธ์ อายุ 30-60ปี
ให้อสม.ติดตามกลุ่มเป้าหมาย หญิงวัยเจริญพันธ์อายุ30-60ปี แต่ละละแวกที่รับผิดชอบ เพื่อนำมาตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีpapsmearโดยเจ้าหน้าที่ ที่รพ.สต.ลางา
-ค่ายานพาหนะติดตามเยี่ยมบ้าน 7 หมู่บ้านอสม. 50 คน 50 บาทจำนวน 5 เดือนของปีงบ64= 50x50x5=12,500บาท -ค่าผ้าถุงเพื่อให้กับหญิงที่มาตรวจมะเร็งปากมดลูกเปลี่ยนขณะตรวจ เพื่อให้ถูกสุขลักษณะ จำนวน 300 ผืน ผืนละ 120 บาท เป็นเงิน 36,000 บาท1 พฤษภาคม 2564 ถึง 30 กันยายน 2564หญิงวัยเจริญพันธ์ อายุ 30-60 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกครบ 100 % ภายในระยะเวลา 5 ปี
48500.00 บาท
ผลจากการดำเนินโครงการท่านคาดว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร?
1.กลุ่มหญิงวัยเจริญพันธ์ 30 -60 ปี มีความรู้ มีความตระหนัก ในการดูแลสุขภาพตนเอง
2.มีเครือข่ายในการดูแลติดตามกลุ่มหญิงวัยเจริญพันธ์ 30 -60 ปี ที่เข้มแข็ง
3.กลุ่มหญิงวัยเจริญพันธ์ 30 -60 ปี ห่างไกลจากมะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก
