โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและเฝ้าระวังผู้ที่มีภาวะเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเชิงรุก ในชุมชนคลองเปล 2 ปี 2564
-
นางศิริ สังขชาติ
-
นางยุริน บัวแก้ว
-
นางจันทร ไชยสวัสดิ์
-
นางภัคพร แสงประดับ
-
นางนุกูล พุมริน
-
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน0.00
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง0.00
ปัจจุบันพบว่าคนในชุมชนป่วยเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งโรคนี้เป็น “ภัยเงียบ” รวมทั้งยังเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ ที่ส่งผลกระทบต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองเกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต ตามมา จากการดำเนินงานในการดูแลสุขภาพเชิงรุก โดยการตรวจคัดกรองและเฝ้าระวังสภาวะเสี่ยงต่อสุขภาพ สำหรับโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง โดยมีการจัดกิจกรรมเพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในกลุ่มเสี่ยง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานเพิ่มขึ้น และเพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นโดยเฉพาะอวัยวะที่สำคัญของร่างกายหลายระบบ เช่น ตา ไต หัวใจ เท้า เป็นต้น
จาก การดำเนินงานคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ในกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป ของชุมชนคลองเปล 2 ซึ่งมีประชาชนในกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป จำนวน 457 คนในปี 2563กลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรองโรคเบาหวาน 315 คน คิดเป็นร้อยละ 66.31 ผลการคัดกรองปกติ จำนวน 198คน คิดเป็นร้อยละ 62.85 อยู่ในกลุ่มเสี่ยง จำนวน 76 คนคิดเป็นร้อยละ 24.12 กลุ่มสงสัยป่วย 11 คน คิดเป็นร้อยละ 3.49 กลุ่มป่วย 30 คน คิดเป็น 9.52 และได้รับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 325 คน ผลการคัดกรองปกติ 206 คนคิดเป็นร้อยละ 63.38 อยู่ในกลุ่มเสี่ยง 75 คน คิดเป็นร้อยละ 23.07 กลุ่มสงสัยป่วย 14 คนคิดเป็นร้อยละ 4.30 กลุ่มป่วย 30 คน คิดเป็นร้อยละ 9.23 ตามลำดับจะเห็นได้ว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง มีแนวโน้มต่อการเพิ่มขึ้น เนื่องจากวิถีชีวิตและวัฒนธรรมในการดูแลสุขภาพ การบริโภคอาหารหวาน มัน เค็มและอาหารจานด่วนของคนในชุมชนคลองเปล 2 ซึ่งเป็นชุมชนกึ่งเมืองกึ่งชนบท มีสถานที่จำหน่ายอาหารที่หาได้ง่าย จากการสำรวจพฤติกรรมสุขภาพ พบว่ามีกลุ่มเสี่ยงที่มีพฤติกรรมการบริโภคอาหาร หวาน มัน เค็ม ร้อยละ 65 ไม่ออกกำลังกาย ร้อยละ55 มีการดื่มสุรา ร้อยละ 30 และสูบบุหรี่ ร้อยละ 25 ส่วนใหญ่นิยมรับประทานอาการแกงถุง อาหารนอกบ้าน และมีงานเทศกาลต่างๆ มากกมาย ทำให้ไม่มีเวลาในการออกกำลังกาย หรือดูแลตนเองไม่มีการคำนึงถึงพลังงานที่ควรได้รับ ส่งผลให้มีการสะสมไขมัน เกิดภาวะอ้วนลงพุงเกิดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงตามมาและในปี 2563ได้ดำเนินการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงไปแล้วทั้งหมด 50 คน พบว่า กลุ่มเสี่ยงมีพฤติกรรมด้านการรับประทานอาหารที่ดีขึ้น ร้อยละ 35 มีน้ำหนักลดลง ร้อยละ 45 มีการออกกำลังกายเพิ่มขึ้น ร้อยละ 52 มีระดับน้ำตาลในเลือดที่อยู่ในภาวะปกติเพิ่มขึ้นร้อยละ 25 มีการควบคุมริดับความดันโลหิตให้ดีขึ้น ร้อยละ 30 ซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่ดีต่อประชาชนในพื้นที่
จากข้อมูลดังกล่าว ของชุมชนคลองเปล2 ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลา พบว่าจำนวนกลุ่มเสี่ยงด้วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีแนวโน้มสูงขึ้นทั้งนี้เป็นผลจากการคัดกรองได้ครอบคลุมมากขึ้นแต่ขณะเดียวกัน หากผู้ที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคจากผลการคัดกรองไม่ตระหนักในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ดีอย่างต่อเนื่อง ทำให้แนวโน้มการเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น และเมื่อมีความเจ็บป่วยเพิ่มขึ้นทำให้ประชาชนเกิดความเครียด ซึ่งจะสามารถนำไปสู่การเจ็บป่วยทางด้านจิตใจได้ในอนาคต และในกลุ่มที่ป่วยแล้วต้องมีการดำเนินการไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่อไปจึงได้จัดโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและเฝ้าระวังผู้ที่มีภาวะเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเชิงรุกในชุมชนบ้านคลองเปล 2 ปีปี 2564 ซึ่งมีกิจกรรมหลักในการคัดกรองและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในกลุ่มเสี่ยงและเพิ่มทักษะการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี สำหรับกลุ่มประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปให้สามารถดูแลตนเองเพื่อป้องกันการเกิดโรคทั้งด้านร่างกายและจิตใจ และในกลุ่มที่เป็นโรคได้รับการดูแลและรักษาได้อย่างทันท่วงทีและได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง และมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี เพื่อเป็นการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นต่อไป
-
เพื่อติดตามและเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง0.00
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับการติดตามและคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 80 จำนวน 50 คน
-
เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของผู้ที่มีภาวะเสี่ยง ไม่ให้ป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง0.00
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมร้อยละ 90
-
เพื่อติดตามและสร้างแรงจูงในในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของกลุ่มเสี่ยง0.00
กลุ่มเสี่ยงทุกคนได้รับการดูแลและติดตามร้อยละ 100
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมคณะทำงานในการดำเนินงาน
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม
จำนวน 20 คนๆ ละ 25 บาท x 1 มื้อ = 500 บาท
1 เมษายน 2564 ถึง 30 กันยายน 2564500.00 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม
-
กิจกรรมเฝ้าระวังและติดตามกลุ่มเสี่ยงของโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
กิจกรรมประชาสัมพันธ์โครงการ
ค่าแผ่นพับประชาสัมพันธ์
จำนวน 50 ใบๆ ละ 5 บาท = 250 บาท
1 เมษายน 2564 ถึง 30 กันยายน 2564250.00 บาท -
กิจกรรมจัดหาวัสดุในการดำเนินงาน
- ค่าแถบตรวจน้ำตาลในเลือด
จำนวน 4 กล่องๆ ละ 800 บาท = 3,200 บาท
- ค่าเข็มเจาะเลือด
จำนวน 1 กล่องๆ ละ 800 บาท = 800 บาท
- ค่าสำลีแห้ง
จำนวน 1 ถุง ถุงละ 100 บาท = 100 บาท
- ค่าแอลกอฮอล์
จำนวน 2 ขวดๆ ละ 50 บาท = 100 บาท
- สมุดบันทึกการตรวจสุขภาพและบันทึกความรู้ 3 อ. 2 ส.
จำนวน 50 เล่มๆ ละ 20 บาท = 1,000 บาท
- ค่าวงล้อประเมินสุขภาพ
จำนวน 1 ชุดๆ ละ 1,500 บาท = 1,500 บาท
1 เมษายน 2564 ถึง 30 กันยายน 25646700.00 บาท - ค่าแถบตรวจน้ำตาลในเลือด
-
กิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่องอาหาร การออกกำลังกาย อารมณ์ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรา (3 อ. 2 ส) สำหรับกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม
จำนวน 50 คนๆ ละ 25 บาท x 1 มื้อ = 1,250 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากร
จำนวน 1 คนๆ ละ 3 ชม.ๆ ละ 600 บาท = 1,800 บาท
- ค่าไวนิลโครงการ
จำนวน 1 ผืน ขนาด 2 x 1.5 เมตรๆ ละ 150 บาท = 450 บาท
1 เมษายน 2564 ถึง 30 กันยายน 25643500.00 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม
-
กิจกรรมติดตามกลุ่มเสี่ยงหลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จำนวน 2 ครั้ง
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม
จำนวน 50 คนๆ ละ 25 บาท x 2 ครั้ง = 2,500 บาท
1 เมษายน 2564 ถึง 30 กันยายน 25642500.00 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม
-
ประชุมคณะกรรมการในการสรุปผลดำเนินงาน
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม
จำนวน 20 คนๆ ละ 25 บาท x 1 มื้อ = 500 บาท
- ค่าเอกสารสรุปผลการดำเนินงาน = 1,000 บาท
1 เมษายน 2564 ถึง 30 กันยายน 25641500.00 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม
- ประชากรกลุ่มเสี่ยง ได้รับการติดตามและฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพเพื่อป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 60
- ประชากรกลุ่มเสี่ยงมีความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เพิ่มขึ้นร้อยละ 80
- ประชากรกลุ่มเสี่ยงสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพได้ถูกต้องสม่ำเสมอ สามารถกลับสู่ภาวะปกติมากกว่าร้อยละ 20 และกลุ่มเสี่ยงทุกคนได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง
