โครงการส่งเสริมภาวะโภชนาการและพัฒนาการในเด็กปฐมวัยของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านทุ่งโดน เทศบาลเมืองคอหงส์
ตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 หมวด2 มาตรา 16 กล่าวว่า ให้เทศบาล เมืองพัทยา และองค์การบริหารส่วนตำบลมีอำนาจและหน้าที่ในการจัดระบบการบริการสาธารณะ เพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นของตนเองโดย (10)คือ การสังคมสงเคราะห์ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กสตรีคนชราและผู้ด้อยโอกาสและพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 อำนาจหน้าที่ของเทศบาลฯ มาตรา 54(4)ให้มีและบำรุง การสงเคราะห์มารดาและเด็กประกอบกับการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560 - 2564) มีเป้าหมายในการพัฒนาเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะเด็กปฐมวัยให้มีพัฒนาการเต็มศักยภาพโดยกำหนดตัวชี้วัดให้เด็กมีพัฒนาการสมวัย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ซึ่งในช่วงระยะเวลา 2 ปี ที่ผ่านมาตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือบูรณาการ 4 กระทรวงด้านงานเด็กปฐมวัย ปี พ.ศ. 2560 กระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมจัดทำมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติโดยได้นำมาตรฐานสาธารณสุขด้านเด็กปฐมวัย เช่น ให้เด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไปรับประทานอาหารที่ครบถ้วนในปริมาณที่เพียงพอและส่งเสริมพฤติกรรมการกินที่เหมาะสม มีการจัดการเพื่อส่งเสริมสุขภาพเฝ้าระวังการเจริญเติบโตของเด็ก และดูแลการเจ็บป่วยเบื้องต้น
ด้วยเหตุนี้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในสังกัดเทศบาลเมืองคอหงส์ทุกแห่งจึงได้วางแนวทางในการจัดทำแผนงาน/โครงการ ที่เกี่ยวกับการส่งเสริมภาวะโภชนาการขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นอาหารกลางวันและอาหารเช้าสำหรับนักเรียนทั้งนี้ในส่วนของการจัดอาหารเช้าให้กับนักเรียนทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดเทศบาลเมืองคอหงส์ทั้ง 4 แห่งต่างให้ความสำคัญกับมื้อเช้าของเด็กโดยเฉพาะ เด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการและเด็กที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเนื่องจากอาหารเช้าเป็นมื้อสำคัญที่ขาดไม่ได้จำเป็นอย่างยิ่งที่เด็กจะต้องได้รับประทานอาหารเช้ากอรปกับการที่เด็กจะต้องมาเรียนหนังสือซึ่งเป็นช่วงที่มีการใช้สมองอย่างมากเพื่อเป็นแหล่งพลังงานที่เด็กจะใช้ในการทำกิจกรรมต่าง ๆมีส่วนช่วยพัฒนาการต่อทั้งร่างกายและสมองซึ่งจะช่วยให้ร่างกายของเด็กทำงานได้ดีขึ้น มีพละกำลังในการทำกิจกรรมต่าง ๆรวมทั้งการพัฒนาสมองของเด็กพร้อมที่จะเรียนรู้อย่างมีสมาธิและมีความจำหากเด็กในวัยนี้ซึ่งเป็นวัยที่ซุกซน อยากรู้อยากเห็น หากไม่ได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนหรือไม่เพียงพอจะส่งผลเสียเนื่องจากต่อสุขภาพร่างกายกับระบบภูมิคุ้มกันอาจจะทำให้ป่วยง่ายพร้อมยังมีผลในเรื่องสติปัญญาจะทำให้เด็กเรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง และจำอะไรได้ไม่ค่อยดี
ซึ่งสอดรับกับข้อมูลของกรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุขที่เปิดเผยข้อมูลจากนักโภชนาการว่า มื้ออาหารเช้าสำหรับเด็ก ควรได้รับสารอาหารในกลุ่มประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
- อาหารในกลุ่มข้าวแป้ง ให้สารอาหารที่เรียกว่า “คาร์โบไฮเดรต” เป็นแหล่งพลังงานจึงควรเลือกข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้องหรือขนมปังโฮลวีท หรือไม่ก็เป็นอาหารเช้าที่ทำจากธัญพืชเพราะอาหารในกลุ่มนี้เป็นคาร์โบไฮเดรตที่มีใยอาหารช่วยให้เด็กมีพลังงานที่ค่อยย่อยและดูดซึม ซึ่งเป็นพลังงานที่ถูกปล่อยออกมาอย่างช้า ๆ ทำให้เด็กมีพลังงานอย่างต่อเนื่อง มีผลต่อสมาธิและอารมณ์
- อาหารในกลุ่มของเนื้อสัตว์ ให้สารอาหารที่เรียกว่า “โปรตีน” ช่วยให้เด็กมีสมาธิ และพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆดังนั้น ควรเลือกจำพวก ไข่ ปลา เนื้อหมู และเนื้อไก่
- นม และผลิตภัณฑ์จากนมต่าง ๆ นอกจากจะเป็นแหล่งของโปรตีนที่ดีแล้ว ยังเป็นแหล่งของแคลเซียม รวมถึงวิตามินต่าง ๆ จะช่วยบำรุงทั้งร่างกายและสมองอีกด้วย
จากข้อมูลสถานการณ์เด็กของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านทุ่งโดนเทศบาลเมืองคอหงส์ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563พบว่า จำนวนเด็กมีจำนวนทั้งสิ้น 72 คนเป็นเด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการด้อยโอกาสและเด็กที่มีภาวะเสี่ยงต่อการทุพโภชนาการ รวมจำนวน 27 คนคิดเป็นร้อยละ 37และสำหรับปี 2564 จำนวนเด็กกลุ่มเสี่ยงตามเป้าหมาย ดังนี้
1. เด็กเตี้ย 3 คน
2. เด็กค่อนข้างเตี้ย 4 คน
3. เด็กผอม 9 คน
4. เด็กค่อนข้างผอม 11 คน
5. เด็กที่มีภาวะเสี่ยงต่อการทุพโภชนาการ 0 คน
รวมทั้งสิ้น 27 คน
ทั้งนี้เด็กที่อยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการทุพโภชนาการหมายถึงเด็กที่มีฐานะยากจน และ/หรือเด็กที่ผู้ปกครองประกอบอาชีพกรีดยางในช่วงเช้ามืดและ/หรือเด็กที่ผู้ปกครองมีอาชีพไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจและหรือเด็กที่มีปัญหาครอบครัวและ/หรือเด็กที่มีปัญหาด้านสุขภาพ เช่น เป็นโรคทางพันธุกรรมโรคปากแหว่งเพดานโหว่เป็นต้น
ดังนั้นศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านทุ่งโดนเทศบาลเมืองคอหงส์จึงเล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมภาวะโภชนาการในเด็กปฐมวัยในการสนับสนุนอาหารเช้าให้กับนักเรียนจึงกำหนดจัดโครงการส่งเสริมภาวะโภชนาการและพัฒนาการในเด็กปฐมวัยของ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านทุ่งโดนฯประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564ขึ้นนั่นเอง
-
เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านทุ่งโดน เทศบาลเมืองคอหงส์ที่ทุพโภชนาการ มีอาหารเช้ารับประทาน อย่างเพียงพอ ส่งผลให้นักเรียนมีน้ำหนัก สมส่วนเพิ่มขึ้น0.00
ผู้ปกครองและผู้ที่เข้ารับการอบรมมีความรู้ด้านโภชนาการเพิ่มขึ้น ร้อยละ 90
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน27
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ชี้แจงสถานการณ์ปัญหาด้านสุขภาพให้กับผู้ปกครอง
- ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 1 คน รวม 1 ชั่วโมง = 600 บาท
1 เมษายน 2564 ถึง 30 กันยายน 2564600.00 บาท -
ดำเนินการจัดหาอาหารเช้าให้กับเด็กกลุ่มเสี่ยง
- ค่าจัดซื้ออาหารเช้า 27 คน x 20 บาท x 118 วัน = 63,720 บาท
1 เมษายน 2564 ถึง 30 กันยายน 256463720.00 บาท -
ติดตามประเมินผล
- ติดตามประเมินผลโดยการ
ชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูงเด็กเป็นประจำทุกเดือน
บันทึกภาวะโภชนาการรายบุคคลในสมุดรายงานประจำตัวเด็กปฐมวัย
จัดทำรายงานภาวะการเจริญเติบโต ของเด็กทุก 4 เดือน
1 เมษายน 2564 ถึง 30 กันยายน 25640.00 บาท -
จัดทำบอร์ดประชาสัมพันธ์ด้านโภชนาการ
- ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการจัดบอร์ดจำนวนเงิน 5,000 บาท
1 เมษายน 2564 ถึง 30 กันยายน 25645000.00 บาท
- นักเรียนของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านทุ่งโดนเทศบาลเมืองคอหงส์ที่ทุพโภชนาการ มีอาหารเช้ารับประทานอย่างเพียงพอ ส่งผลให้เด็กมีน้ำหนักสมส่วนเพิ่มขึ้น 2.ผู้ปกครองนักเรียนและผู้เกี่ยวข้องที่เข้ารับการอบรมมีความรู้ด้านโภชนาการเพิ่มขึ้น
