ใส่ใจ ห่วงใยสุขภาพ นำ 3 หมอประจำบ้านเยี่ยมบ้านพาสุข
การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ผู้พิการ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ และผู้พิการ ซึ่งผู้สูงอายุ และผู้พิการ สามารถทำคุณประโยชน์ต่อสังคมควบคู่ไปกับลูกหลานคนรุ่นหลังและเป็นแบบอย่างการใช้ชีวิตในอนาคตอย่างมีความสุขและเพื่อเตรียมความพร้อมกรณีประเทศไทยจะเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในปี 2568 การสร้างเครือข่ายการจัดการบริการผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยเรื้อรัง และผู้ด้อยโอกาสที่ทุพพลภาพ เข้าถึงการบริการด้านการแพทย์ตลอดทั้งปี ปัจจุบันพบว่าจำนวนผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาสที่ทุพพลภาพมีเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆทุกปี ในจำนวนนี้มีผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรัง และผู้พิการที่ถูกทอดทิ้ง ขาดการดูแล และผู้ด้อยโอกาสที่มีฐานะยากจนขาดการดูแลเอาใจใส่ในเรื่องความเป็นอยู่ สุขภาพที่ดี ส่งผลกระทบถึงร่างกาย จิตใจ และคุณภาพชีวิตทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ในเขตตำบลยะหา มีผู้ป่วยที่ต้องดูแลต่อเนื่องรายใหม่ ปี 2564 ตค-ธค63 จำนวน .15..คน ได้รับการดูแลต่อเนื่องร้อยละ 100 แต่พบว่ายังขาดอุปกรณ์ด้านการแพทย์ที่ต้องใช้ในการฟื้นฟูผู้ป่วยไม่เพียงพอกับจำนวนผู้ป่วย จึงขอความอนุเคราะห์สนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลยะหา เพื่อเป็นการติดตามอาการเยี่ยมเยียนผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสที่ทุพพลภาพอย่างต่อเนื่อง ไม่ให้เกิดความโดดเดี่ยวและมีกำลังใจพร้อมที่จะต่อสู้และมีสุขภาพจิต กายที่ดีขึ้น และเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสที่ทุพพลภาพในพื้นที่ตำบลยะหาต่อไป
-
ข้อที่ 1 เพื่อให้ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสที่ทุพพลภาพ ได้รับการดูแลช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง30.00
ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสที่ทุพพลภาพ ได้รับการรักษาต่ออย่างต่อเนื่องร้อยละ 100%
-
ข้อที่ 2 เพื่อให้ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการซ้ำซ้อนได้รับการช่วยเหลือและลดภาวะโรคแทรกซ้อนที่จะเกิดกับผู้ป่วย เช่นแผลกดทับ30.00
ครอบครัวของผู้ป่วยติดเตียง ได้เรียนรู้การฟื้นฟู การดูแลผู้ป่วยได้อย่างถูกต้อง ร้อยละ 100
ผู้ป่วยไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน ร้อยละ 100
หรือผู้ป่วยเกิดภาวะแทรกซ้อนไม่เกินร้อยละ 5
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. กิจกรรมจัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียงและผู้ดูแลผู้พิการ และ อสม.ประจำบ้าน ตำบลยะหา
1.อบรมญาติที่ดูแลเรื่อง การดูแลผู้ป่วยติดเตียง ป้องกันแผลกดทับ การให้ออกซิเจน การทำแผล
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มจำนวน 30 คน คนละ 2 มื้อ มื้อละ 25 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
ค่าอาหารกลางวัน 30 คน คนละ 1 มื้อ มื้อละ 50 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
รวมเป็นเงิน 3,000 บาท เมษายน 2564
12 มีนาคม 2564 ถึง 30 กันยายน 2564ผู้ป่วยติดเตียงและผู้ดูแลผู้พิการ และ อสม.ประจำบ้าน ตำบลยะหา มีความรู้ด้านสุขภาพ
3000.00 บาท -
2.เยี่ยมบ้านส่งเสริมสุขภาพ ร่วมกับ 3 หมอประจำบ้านและมอบคู่มือดูแลสุขภาพประจำตัว
1.เยี่ยมบ้านโดยสหวิชาชีพ นสค. และอสม.
2.มอบสมุดประจำตัวดูแลสุขภาพให้ผุ้ป่วย เพื่อบันทึกการติดตามดูแลต่อเนื่อง
เอกสารดูแลสุขภาพประจำตัวผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ จำนวน 30 เล่ม เล่มละ 50 บาท
เป็นเงิน 1,500 บาท
12 มีนาคม 2564 ถึง 30 กันยายน 2564ได้รับการดูแลต่อเนื่องร้อยละ 100
1500.00 บาท -
สนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยพิการติดเตียง ผู้ด้อยโอกาส (หน้ากากออกซิเจนครอบคอ/เครื่องผลิตออกซิเจน)
ทำทะเบียนเบิกยืมอุปกรณ์ทางการแพทย์
- มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วย
3.สนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยพิการติดเตียง ผู้ด้อยโอกาส (หน้ากากออกซิเจนครอบคอ/เครื่องผลิตออกซิเจน)
ทำทะเบียนเบิกยืมอุปกรณ์ทางการแพทย์
มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยพิการติดเตียง ผู้ด้อยโอกาส - หน้ากากออกซิเจนครอบคอ จำนวน 5 อัน อันละ 100บาท เป็นเงิน 500 บาท
เครื่องผลิตออกซิเจนจำนวน 2 เครื่อง เครื่องละ 10,000 บาท เป็นเงิน 20,000 บาท
หน้ากากออกซิเจน จำนวน 10 อัน อันละ 400 บาท เป็นเงิน 4,000 บาท
เบาะลมป้องกันแผลกดทับ พร้อมเครื่องปั๊มลมไฟฟ้า จำนวน 2 เครื่อง เครื่องละ 2,000 บาท เป็นเงิน 4,000 บาท
12 มีนาคม 2564 ถึง 30 กันยายน 2564ผู้ป่วยพิการติดเตียง ผู้ด้อยโอกาสได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เหมาะสม
28500.00 บาท
- เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพของคนพิการให้เหมาะสมตามสภาพร่างกายและลักษณะความพิการ
- เพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการในด้านสุขภาพ
- เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจสำหรับผู้พิการในการดูแลสุขภาพตนเอง
- คนพิการสามารถฟื้นฟูสมรรถภาพที่เหมาะสมกับสภาพความพิการ
- คนพิการสามารถดูแลสุขภาพของตนเอง รวมทั้งญาติและผู้ดูแลใกล้ชิดสามารถให้การดูแลช่วยเหลือคนพิการได้อย่างเหมาะสม
