พลัง อสม. ร่วมใจช่วยกันทำบ้านปลอดบุหรี่ เขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านไอร์ซือเร๊ะ ปี 2564
การสูบบุหรี่สร้างผลกระทบต่อระบบการหายใจหลายระบบด้วยกัน เรียกได้ว่าเป็นอันตรายระดับรุนแรงต่อ “ปอด” เมื่อสูบบุหรี่จะเกิดผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจส่วนต้นทั้งหมด ตั้งแต่ จมูก คอหอย หลอดลม คอ ไปจนถึงระบบการหายใจในทรวงอก ทางเดินหายใจส่วนปลาย และลงลึกไปที่ปอด และการสูบบุหรี่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคมะเร็งปอดและการเสียชีวิตมากกว่าสองในสามของผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดทั่วโลก การสัมผัสควันบุหรี่มือสองที่บ้านหรือในที่ทำงานยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปอด การเลิกสูบบุหรี่สามารถลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งปอดได้ การเลิกบุหรี่นาน 10 ปี ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งปอดลงได้ถึงประมาณครึ่งหนึ่งของผู้สูบบุหรี่ ทารกที่ได้รับสารพิษจากควันบุหรี่มือสองอันเกิดจากการสูบของมารดาในขณะตั้งครรภ์ เด็กเล็กที่สัมผัสกับควันบุหรี่มือสองมีความเสี่ยงต่อการเกิดและการกำเริบของโรคหอบหืด โรคปอดบวม โรคหลอดลมอักเสบ และการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่าง ทั่วโลกมีเด็กประมาณ 165,000 คน เสียชีวิตก่อนอายุ 5 ขวบ อันเกิดจากการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างที่เกิดจากควันบุหรี่มือสอง วัยผู้ใหญ่ยังคงได้รับผลกระทบต่อสุขภาพจากการได้รับควันบุหรี่มือสอง เนื่องจากการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างในวัยเด็กซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดปอดอุดกั้นเรื้อรังอย่างมีนัยสำคัญ พบว่า เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้าสู่วงจรการสูบบุหรี่สูงถึง 400,000 คน ซึ่งใน 10 คนที่สูบบุหรี่ 7 คน จะเลิกไม่ได้ตลอดชีวิต และ 3 คน จะติดการสูบบุหรี่เฉลี่ย 20 ปี ถึงจะเลิกได้ พฤติกรรมการสูบบุหรี่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของ ผู้สูบและคนใกล้ชิด และเป็นสาเหตุของการเกิดโรคร้าย แรงและการเสียชีวิตของประชากรทั่วโลก 6 ล้านคนต่อปี จำแนกเป็นผู้สูบกว่า 5 ล้านคน และผู้เสียชีวิตจากควัน บุหรี่มือสอง 6 แสนคน คาดการณ์ว่าในปี พ.ศ. 2573 จะ มีจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 8 ล้านคน (World Health Organization, 2015) ผู้สูบบุหรี่มีอายุสั้นลงเฉลี่ย 12 ปี อาจจะเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งมากกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ถึง 20 เท่า และอาจเจ็บป่วยรุนแรงก่อนเสียชีวิต 2 ปี (ศิริวรรณ พิทยรังสฤษฏ์, ปานทิพย์ โชติเบญจมาภรณ์ และปวีณา ปั้นกระจ่าง, 2559) ในประเทศไทย จำนวนผู้เสียชีวิตจาก โรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ เฉลี่ยวันละ 142 คน หรือชั่วโมงละ 6 คน (สำนักงานสถิติแห่งชาติ, 2557) การเสียชีวิตสร้าง ความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่เป็นภาระรายจ่ายด้านสุขภาพ ของประเทศถึง ร้อยละ 0.78 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายใน ประเทศแห่งชาติ (Bundhamcharoen, Aungkulanon, Makka, & Shibuya, 2016) ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านไอร์ซือเร๊ะเล็งเห็นถึงปัญหาการสูบบุหรี่ซึ่งยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก สมควรที่จะต้องดำเนินการแก้ไข จึงได้จัดทำโครงการขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายและการปฏิบัติในการควบคุมยาสูบ บุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงของการเสียชีวิตอันดับต้นของคนไทยที่สามารถป้องกันได้โดยการช่วยเหลือให้ผู้สูบบุหรี่เลิกสูบและป้องกันหรือลดจำนวนนักสูบหน้าใหม่ให้ห่างไกลจากการสูบบุหรี่
-
เพื่อรณรงค์และช่วยให้สมาชิกในชุมชนเลิกบุหรี่ได้18.000.00
อัตราความชุกของผู้สูบบุหรี่ของประชากรไทย อายุ 15 ปีขึ้นไป (น้อยกว่า)
-
เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้สูบบุหรี่รายใหม่ในชุมชน10.000.00
ร้อยละของผู้สูบบุหรี่รายใหม่ในชุมชนลดลง
-
เพื่อสร้างเครือข่ายเฝ้าระวัง ควบคุมการบริโภคยาสูบในชุมชน100.000.00
ร้อยละของเครือข่ายเฝ้าระวัง ควบคุมการบริโภคยาสูบในชุมชน จำนวน 4 เครือข่าย
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ให้ความรู้เกี่ยวกับอันตรายจากพิษภัยของบุหรี่ ให้กำลังใจ และคำแนะนำในการเลิกสูบบุหรี่ หรือเข้าระบบการบำบัด เพื่อการเลิกสูบบุหรี่
1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 1 มื้อๆ 25 บ. 100 คน เป็นเงิน 2,500 บ.
2.ค่าวิทยากร 3 ชั่วโมงๆละ 600 บ. เป็นเงิน 1,800 บาท
3.ค่าไวนิล เป็นเงิน 700 บาท
8 เมษายน 2564 ถึง 8 เมษายน 25645000.00 บาท -
ติดตามการเลิกสูบบุหรี่ต่อเนื่อง 1 เดือน 3เดือน และ 6 เดือน โดยไม่กลับมาสูบบุหรี่อีก9 เมษายน 2564 ถึง 15 กันยายน 25640.00 บาท
- เกิดเครือข่ายภาคประชาชนเพื่อร่วมดำเนินงานเฝ้าระวังควบคุมการบริโภคยาสูบในหมู่บ้าน/ชุมชน
- ผู้ที่สูบบุหรี่มีการลดจำนวนการสูบบุหรี่ลดลง
- ชุมชนในเขตตำบลช้างเผือก เป็นชุมชนที่ห่างไกลจากโรคภัยที่มาจากการสูบบุหรี่
