โครงการภัยร้ายใกล้ตัว มะเร็งปากมดลูกและเต้านม
-
ร้อยละ 20 ของสตรีอายุ 30-60 ปีได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมตามมาตรฐานที่กำหนด10.00
ในปัจจุบันโรคมะเร็งปากมดลูกเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ การควบคุมโรคมะเร็งปากมดลูก ต้องมีการค้นหา โดยการตรวจหาเซลล์มะเร็งให้พบตั้งแต่อยู่ในระยะเริ่มแรก และในระยะก่อนเป็นมะเร็ง ซึ่งสามารถรักษาให้หายได้ และเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการรักษาในระยะลุกลาม และจากการศึกษาขององค์การอนามัยโลก ได้พบว่าการคัดกรองด้วยการทำ pap smear ในสตรีกลุ่มอายุ 30 ปีขึ้นไป ทำให้ช่วยลดอัตราการเกิดโรคและอัตราการตายจากโรคมะเร็งปากมดลูกได้ สำหรับโรคมะเร็งเต้านมในสตรีไทย พบว่าสตรีทุก 16 คนมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมได้1 คนแม้ว่ามะเร็งเต้านม ทำให้เกิดความสูญเสียและเป็นสาเหตุการตายในอัตราที่สูง แต่ก็เป็นโรคที่สามารถรักษาได้ และการพยากรณ์โรคค่อนข้างดี ถ้าสามารถตรวจพบและให้การรักษาในระยะเริ่มแรก ซึ่ง 80 เปอร์เซ็นต์ของมะเร็งเต้านม สามารถตรวจพบได้โดยการตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำทุกเดือน เพื่อค้นหาความผิดปกติของเต้านม ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับการแนะนำให้ปฏิบัติมากที่สุด เนื่องจากเป็นวิธีที่ไม่ยุ่งยาก สามารถปฏิบัติได้ง่ายด้วยตนเอง โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องมือพิเศษใดๆช่วยในการตรวจ ประหยัดเวลา ไม่เสียค่าใช้จ่าย จากสถิติของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบว่าร้อยละ 60 ของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่มารับการรักษาเมื่อระยะของโรคลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองแล้ว ทั้งนี้เนื่องมาจากสตรีเหล่านี้ไม่เคยตรวจเต้านมด้วยตนเอง รวมทั้งการขาดความรู้ ความเชื่อมั่น ในการตรวจเต้านม ดังนั้นกลุ่มงานบริการปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลกาบัง จึงได้จัดทำโครงการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม 2564 ขึ้นเพื่อค้นหาผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมให้ได้รับการรักษาตั้งแต่ในระยะเริ่มแรก
-
เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายหญิงอายุ ๓๐-๖๐ ปี ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างน้อย ๑ ปี ๑ครั้ง10.0020.00
กลุ่มเป้าหมาย ได้รับการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างน้อย ๑ ครั้ง ต่อ ๑ ปี
-
เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายหญิงอายุ ๓๐-๖๐ ปี คัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยตนเองได้ และตรวจโดยเจ้าหน้าที่ ปีละ ๑ ครั้ง10.0020.00
กลุ่มเป้าหมาย ได้รับการคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยตนเองทุกเดือน และตรวจโดยเจ้าหน้าที่อย่างน้อย ๑ ครั้ง ต่อ ๑ ปี
-
กลุ่มวัยทำงาน83
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดอบรม/เดินรณรงค์/ตรวจเชิงรุก
กิจกรรมที่ ๑ จัดอบรมอาสาสมัครให้ความรู้เรื่องมะเร็งเต้านมและสามารถคัดกรองเต้านมได้
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน ๔๐ คน X ๒๕ บาท X ๑ มื้อ เป็นเงิน ๑,๐๐๐ บาท
ค่าวิทยากร ๓ ชั่วโมง X ๓๐๐ บาท X ๑ วัน เป็นเงิน ๙๐๐ บาท
กิจกรรมที่ ๒ เดินรณรงค์โดยอาสาสมัครตามหมู่บ้าน เพี่อให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้และตระหนักถึงความสำคัญของมะเร็ง
เต้านมพร้อมคัดกรองและสอนการตรวจเต้านมให้กลุ่มเป้าหมายได้
- ค่าเดินทางยานพาหนะอาสาสมัครจำนวน ๔๐ คน X ๕๐ บาท X ๑ วัน เป็นเงิน ๒,๐๐๐ บาท
กิจกรรมที่ ๓ กลุ่มเป้าหมายหญิงวัยเจริญพันธ์อายุ ๓๐ – ๖๐ ปี จำนวน ๔๓ คน
ช่วงเช้า จัดอบรมให้ความรู้
ช่วงบ่าย คัดกรองมะเร็งปากมดลูก
ค่าอาหารกลางวัน จำนวน ๔๓ คน X ๕๐ บาท X ๑ มื้อ เป็นเงิน ๒,๑๕๐ บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน ๔๓ คน X ๒๕ บาท X ๑ มื้อ เป็นเงิน ๒,๑๕๐ บาท
ค่าวิทยากร จำนวน ๖ ชั่วโมง X ๓๐๐ บาท X ๑ วัน เป็นเงิน ๑,๘๐0 บาท
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๑๐,๐๐๐ บาท
4 มกราคม 2564 ถึง 30 กันยายน 25641.เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายหญิงอายุ ๓๐-๖๐ ปี ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างน้อย ๑ ปี ๑ครั้ง /กลุ่มเป้าหมาย ได้รับการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างน้อย ๑ ครั้ง ต่อ ๑ ปี
2.เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายหญิงอายุ ๓๐-๖๐ ปี คัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยตนเองได้ และตรวจโดยเจ้าหน้าที่ ปีละ ๑ ครั้ง/กลุ่มเป้าหมาย ได้รับการคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยตนเองทุกเดือน และตรวจโดยเจ้าหน้าที่อย่างน้อย ๑ ครั้ง ต่อ ๑ ปี
10000.00 บาท
1.กลุ่มเป้าหมาย ได้รับการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างน้อย ๑ ครั้ง ต่อ ๑ ปี 2.กลุ่มเป้าหมาย ได้รับการคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยตนเองทุกเดือน และตรวจโดยเจ้าหน้าที่อย่างน้อย๑ ครั้ง ต่อ ๑ ปี
