โครงการควบคุมเบาหวานความดันเราทำได้
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน40.00
ร้อยละผู้ป่วยโรคเบาหวานความคุมได้ดี
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง50.00
ร้อยละผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงควบคุมได้ดี
จากการดำเนินงานคัดกรองตรวจสุขภาพ โรคความดันและเบาหวาน ในประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไปและจากการติดตามเยี่ยมบ้าน พบว่า ปัญหาส่วนใหญ่จากการควบคุมโรคได้ไม่ดี เกิดจากผู้ป่วยเบาหวานมีระยะเวลาในการเจ็บป่วยมากกว่า 10 ปี มีภาวะแทรกซ้อนทางไตและหลอดเลือด ในด้านการสร้างเสริมสุขภาพตนเอง พบว่า ผู้ป่วยเบาหวาน รู้สึกกลัวไม่กล้าเจาะน้ำตาลปลายนิ้วด้วยตนเอง ทั้งยังมีปัญหาทางเศรษฐกิจ ครอบครัว ไม่มีเครื่องตรวจน้ำตาลปลายนิ้วเนื่องจากมีราคาค่อนข้างสูง จึงทำให้ไม่สามารถตรวจติดตามระดับน้ำตาลในเลือดเพื่อสังเกตอาการของตนเองว่าเป็นภาวะน้ำตาลสูงหรือน้ำตาลในเลือดต่ำได้ในแต่ละวัน โดยปกติจะมีพยาบาลประจำในพื้นที่ลงเยี่ยมบ้าน อสม.ช่วยเจาะติดตามให้ทุกเดือน และในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง พบว่ามีความเบื่อหน่ายในการรับประทานยา เพราะเป็นโรคมานานหลายปี ต้องกินยาทุกวัน ซึ่งความดันโลหิตสูงเป็นโรคที่รักษาไม่หายขาดเหมือนโรคอื่นๆ จึงทำให้ ผู้ป่วยบางรายขาดยา รับประทานยาไม่สม่ำเสมอ ทำให้ควบคุมระดับความดันโลหิตได้ไม่ดี ประกอบกับการวัดความดันโลหิตแต่ละครั้งต้องเดินทางมายัง รพ.สต.ซึ่งไกลจากบ้าน ทำให้ไม่สามารถวัดความดันเองทุกวันได้ แม้จะมีเจ้าหน้าที่และอสม. มาช่วยวัดที่บ้านแล้ว แต่อุปกรณ์ก็ไม่มีเพียงพอนอกจากนี้ผลการดำเนินงานในเขตตำบลกาบัง ปี พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา พบว่า อัตราการควบคุมได้ในผู้ป่วยเบาหวานเพียงร้อยละ 24.25 (เกณฑ์มากกว่าร้อยละ 40) อัตราการควบคุมระดับความดันโลหิต เพียงร้อยละ 22.94 (เกณฑ์มากกว่าร้อยละ 50) ซึ่งไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดทั้งสองกลุ่มเป้าหมาย
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน40.0040.00
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง50.0050.00
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงลดลง
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง150
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดเตรียมกลุ่มเป้าหมายเพื่อประชุมเชิงปฏิบัติการการตรวจติดตามด้วยตนเอง เพื่อรู้ทันและควบคุมโรค
กิจกรรมที่ 1 การรู้ทันควบคุมโรค กิจกรรม 7 สัปดาห์รอบรู้สุขภาพและการลงบันทึก กิจกรรมที่ 2 แลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการความรู้ (Knowledge management : KM) ที่เน้นการจัดการตนเอง กิจกรรมที่ 3 อบรมเชิงปฏิบัติการการวัดความดันโลหิตและเจาะน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง
จากงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลกาบัง รายละเอียดดังนี้ - ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 150 คน * 60 บาท * 1 มื้อ เป็นเงิน9,000บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 150 คน * 25บาท * 2 มื้อเป็นเงิน7,500บาท - ค่าวิทยาการ จำนวน 4 ชั่วโมง ๆละ 300บาท * 3 วันเป็นเงิน3,600บาท - ค่าจัดจ้างทำไวนิลโครงการ ขนาด 2.0 ม.2.5 ม.250 บ.* 1ป้ายเป็นเงิน1,250บาท - ค่าจัดจ้างทำแบบบันทึกSMBP,SMBG จำนวน 150 ชุด ๆ ละ10 บาท เป็นเงิน1,500บาท - ค่าวัสดุในการอบรม 150 คน * 40 บาทเป็นเงิน6,000บาท
4 มกราคม 2564 ถึง 30 กันยายน 2564ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีความรู้และสามารถจัดการตนเองในการควบคุมโรค
ได้เพิ่มขึ้น
28850.00 บาท -
กิจกรรมที่ 4 ติดตามผลการวัดความดันโลหิตและเจาะน้ำตาลในเลือดด้วยตนเองโดยแกนนำ
- ค่าตอบแทนแกนนำออกติดตาม วันละ 4 คนคนละ 100 บาท 6 วัน เป็นเงิน 2,400บาท
4 มกราคม 2564 ถึง 30 กันยายน 2564ผู้ป่วยได้รับการติดตามหลังเสร็จสิ้นการอบรม
2400.00 บาท
1.ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงสามารถพัฒนาศักยภาพตนเองด้วยการสร้างเสริมสุขภาพและ
ป้องกันโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้
2.ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงสามารถให้การแนะนำ ช่วยเหลือการดูแลสุขภาพตนเองซึ่งกัน
และกันได้
3.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบันนังดามาสามารถพัฒนาแกนนำผู้ป่วยเบาหวานและความดัน
โลหิตสูงในการถ่ายทอดความรู้การดูแลสุขภาพตนเองสู่ชุมชนได้
