โครงการส่งเสริมการออกกำลังกายในชุมชน
-
ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์)10.00
-
ร้อยละของคนที่ออกกำลังกายในชุมชน10.00
ปัจจุบันปัญหาโรคไม่ติดต่อเป็นปัญหาสาธารณะสุขที่สำคัญของประเทศจากรางงานของกระทรวงสาธารณะสุขพบว่าโรคเป็นปัญหาในชุมชน 5 อันดับเเรกในกลุ่มโรคไม่ติดต่อ ได้เเก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคระบบกล้ามเนื้อเเละโครงร่างเเละไขมันอุดตันในเส้นเลือดผู้ป่วยที่พบส่วนใหญ่อยู่ในวัยเเรงงานเเละกลุ่มผู้สูงอายุ โรคดังกล่าวเิกดจากการมีพฤติกรรมการบริโภคเเละออกกำลังการที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นการดูเเลสุขภาพให้มีความเเข็งเเรงสมบูรณ์ ต้องประกอบไปด้วย การรับประทานอาหารที่ครบถ้วนตามหลักโภชนาการการมีสุขภาพจิตที่ดี เเละการออกกำลังกายที่เหมาะสมตามวัย สามารถส่งผลให้มีสุขภาพร่างกายเเข็งเเรงพึงปรารถนา เพาระโรคยางโรคสามารถป้องกันได้ด้วยการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันโรคที่ดีกว่าการรอให้เกิดการเจ็บป่วยเเล้วรักษา จะทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากรเเละงบประมาณในการดูเเลรักษาจำนวนมาก อีกทั้งการรวมกลุ่มออกกำลังกายของคนที่มีหลายกลุ่มวัยทำให้มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกันระหว่างวัยที่เเตกต่างกัน ทำให้เกิดความเข้าใจในพฤติกรรมของเเต่ละวัย การส่งเสริมการออกกำลังกายในชุมชนถือเป็นการจัดปัจจัยเอื้อที่สำคัญเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีพฤติกรรมการออกกำลังกายที่เหมาะสม ส่งผลให้มีสุขภาพที่เเข็งเเรง สุขภาพจิตดี ซึ่งจะเป็นภูมิคุ้มกันโรคได้อย่างดี ชมรมแอโรบิกตำบลพนมวังก์ จัดทำโครงการส่งเสริมการออกกำลังกายในชุมชนขึ้น เพื่อสร้างเสริมสุขภาพภาวะร่างกายของประชาชนในพื้นที่ เเละส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการออกกำลังกาย ให้มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์เเข็งเเรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บอันไม่พึงปรารถนา เกิดเป็นภาคีเครือข่ายสร้างสุขภาพ เเละส่งผลให้ประชาชนคุณภาพชีวิตที่ดี
-
เพื่อเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในผู้ใหญ่10.0020.00
ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อยที่สุด 150 นาทีต่อสัปดาห์)
-
เพื่อเพิ่มการออกกำลังกายในชุมชน10.0020.00
ร้อยละของคนที่ออกกำลังกายในชุมชน
-
กลุ่มวัยทำงาน40
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง40
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชาสัมพันธ์ เชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปหันมาให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายผ่านช่อทางโซเชียลมีเดียร์ต่างๆ
-จัดทำสื่อออนไลน์เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่สนใจเข้ามาร่วมกิจกรรมการออกกำลังกายตามช่วงวัน/เวลาที่กำหนด
26 เมษายน 2564 ถึง 30 เมษายน 2564ประชาชนทั่วไปได้รับทราบวัน เวลา สถานที่ในการเข้าร่วมกิจกรรมการออกกำลังกาย
0.00 บาท -
จัดหาเครื่องขยายเสียงเคลื่อนที่เพื่อใช้สำหรับการเปิดเพลงประกอบการเต้นแอโรบิกหรือเต้นประกอบจังหวะเพลงอื่นๆ (บาสโลบ)
- ค่าเครื่องขยายเสียงเคลื่อนที่ จำนวน 1 เครื่องเป็นเงิน 10,000 บาท
26 เมษายน 2564 ถึง 31 พฤษภาคม 2564ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีเครื่องขยายเสียงสำหรับเปิดเพลงประกอบจังหวะการเต้น
10000.00 บาท -
ออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิกหรือเต้นประกอบจังหวะเพลง (บาสโลบ)
ออกกำลังกายหลังเวลาเลิกงานเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป - ค่าเครื่องดื่มสมุนไพร (20 คน x 10 บาท x 60 วัน) เป็นเงิน 12,000 บาท
26 เมษายน 2564 ถึง 30 กันยายน 2564ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์โดยการเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย
12000.00 บาท -
ติดตามผลหลังการเข้าร่วมกิจกรรมการออกกำลังกายเมื่อเสร็จสิ้นโครงการ
เก็บข้อมูล น้ำหนัก ส่วนสูง เพื่อนำไปคำนวณค่าดัชนีมวลการ (ฺBMI Index) และเส้นรอบพุง ของผู้เข้าร่วมกิจกรรมตอนเริ่มโครงการ
เก็บข้อมูล น้ำหนัก ส่วนสูง เพื่อนำไปคำนวณค่าดัชนีมวลการ (ฺBMI Index) และเส้นรอบพุง ของผู้เข้าร่วมกิจกรรมตอนเสร็จสิ้นโครงการ
26 เมษายน 2564 ถึง 30 กันยายน 2564ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ทราบข้อมูลเพื่อนำไปใช้ในการประเมินภาวะสุขภาพของตนเอง
0.00 บาท
1.ผู้เข้าร่วมกิจกรรมการออกกำลังกาย มีสุขภาพร่างกายที่เเข็งเเรง ลดการเจ็บป่วยลง
2.ผู้เข้าร่วมกิจกรรมให้ความสยใจในการออกกำลังกายเพิ่มมากขึ้น เเละรู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
3.ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีความรู้ความสนใจเเละประโยชน์ในการออกกำลังกาย
4.ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความรู้รักสามัคคี
5.เป็นเเบบอย่างการส่งเสริมสุขภาพชุมชน
