โครงการ เกษตรกรบ้านมุงปลอดภัย ห่างไกลจากสารเคมี ปีงบประมาณ ๒๕๖๔
-
นางจิตราทักษณา
-
นายมณเฑียรทักษณา
-
นายสุชาติน้อยจันทร์
ในปัจจุบันการประกอบอาชีพเกษตรกรรมเริ่มประสบปัญหาผลผลิตตกต่ำอันเนื่องมาจากสภาพของดินที่เสื่อมสภาพและจากแมลงศัตรูพืชทำให้เกษตรกรหันมาใช้ปุ๋ยบำรุงดินและสารเคมีกำจัดศัตรูพืชมากขึ้นแม้ว่าทางราชการจะรณรงค์ให้มีการใช้พืชสมุนไพรแต่สมุนไพรก็ยังข้อจำกัดในการใช้หลายประการ อาทิ ไม่สะดวกเนื่องจากต้องใช้เวลาในการจัดหาหรือเตรียม ไม่สามารถใช้ได้ผลกับแมลงบางชนิด เป็นต้น จึงทำให้เกษตรกรยังนิยมที่จะใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืชมากกว่าซึ่งจะส่งผลให้เกิดอันตรายกับตัวเกษตรกรผู้ใช้เองและสภาพแวดล้อมหากว่าการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชไม่ถูกต้อง จากการเฝ้าระวังโรคจากการแพ้พิษสารเคมีกำจัดศัตรูพืชของกองอาชีวอนามัย กรมอนามัยพบว่าในปี พ.ศ.๒๕๔๒ เกษตรกรทั่วประเทศมีภาวะเสี่ยงและไม่ปลอดภัยร้อยละ ๑๓.๐๗ สิ่งที่น่าเป็นห่วงในลำดับแรกจากพิษภัยของสารเคมีกำจัดศัตรูพืชคือสุขภาพของเกษตรกรและสมาชิกในครอบครัว หรือแม้แต่ผู้ที่อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียงกับพื้นที่ ๆ มีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช หญิงตั้งครรภ์ ทารกในครรภ์ สัตว์เลี้ยง สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ในชุมชน เช่นสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ แหล่งน้ำและอาหาร และแน่นอนที่สุด คือผู้บริโภคผลผลิตทางการเกษตรที่มีสารเคมีตกค้างหรือปนเปื้อน บริษัทผู้ผลิตสารเคมีกำจัดศัตรูพืชมักกล่าวว่าการใช้สารเคมีอย่างถูกต้องจะปลอดภัย หรือโฆษณาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชว่าไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม คำกล่าวอ้างเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ผิด แท้จริงแล้วสารเคมีเป็นพิษและไม่มีทางที่จะปลอดภัยจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชได้เลย(นายศักดา ศรีนิเวศน์ , ๒๕๔๙) ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านมุง จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมให้ประชาชนตำบลบ้านมุงปลอดภัย ห่างไกลจากสารเคมี ปีงบประมาณ ๒๕๖4 ขึ้น เพื่อทำให้เกษตรกรทราบผลกระทบของการใช้สารเคมีในชีวิตประจำวันและเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีและนำไปสู่การใช้สารเคมีที่ถูกต้องปลอดภัยและตระหนักถึงผลกระทบที่มีต่อสุขภาพ
-
๑. เพื่อให้เกษตรตำบลบ้านมุงได้รับการตรวจคัดกรองสารเคมีในร่างกาย25.00
เกษตรตำบลบ้านมุงได้รับการตรวจคัดกรองสารเคมีในร่างกายมากกว่าร้อยละ ๘๐
-
๒. เพื่อให้เกษตรกรตระหนักถึงพิษภัยของสารเคมี50.00
เกษตรกรมีความรู้เรื่องพิษภัยของสารเคมีเพิ่มขึ้นร้อยละ ๘๐
-
๓. เพื่อให้เกษตรกรลดการใช้สารเคมี35.00
ประชาชนตำบลบ้านมุงมีการใช้สารเคมี ลดลง เมื่อเทียบจากปีงบประมาณ 2562 ลดลงร้อยละ 10 %
-
กลุ่มวัยทำงาน25
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
การเจาะหารสารเคมีตกค้างในะกระแสเลือด
๑. สำรวจประชาชนตำบลบ้านมุงที่มีอาชีพเกษตรกร เพื่อทราบจำนวนกลุ่มเป้าหมาย
๒. เขียนโครงการเพื่อขอความเห็นชอบและอนุมัติ
๓. ดำเนินการจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่เครือข่ายแกนนำอาสาสมัครสาธารสุข จำนวน 10๘ คน
3.1 ให้ความรู้กับ อาสาสมัครสาธารสุข พร้อมแจกคู่มือการปฏิบัติงาน
3.2 กิจกรรมกลุ่มสาธิตการเจาะเลือดจากปลายนิ้ว
๔. ตรวจหาสารเคมีในกระแสเลือดให้กับประชาชนที่มีอาชีพเกษตรกรในเขตตำบลบ้านมุงครั้งที่ ๑ โดยมีกิจกรรม
• ออกให้บริการเจาะเลือดประชาชนในเวลา ๑๗.๐๐ น. ซึ่งเป็นเวลาเลิกงานของประชาชน ตามหมู่บ้านทุกหมู่บ้าน
• ให้ความรู้ประชาชนที่มารับการเจาะเลือด เพื่อสร้างความรู้และความตระหนักให้แก่ประชาชน
• เจาะเลือดให้ประชาชนที่มารับบริการ เพื่อดูว่าอยู่ในระดับไหน
• แจ้งผลการเจาะให้ประชาชนทราบ ถ้าพบว่าใครเริ่มเป็นกลุ่มเสี่ยง จะได้ทำการนัดหมายมาเจาะเลือดครั้งที่ ๒
๕. แจกสมุนไพรให้กับเกษตรกรที่ตรวจพบสารเคมีในกระแสเลือด
๖. แจกเอกสารแผ่นพับเรื่องพิษภัยของสารเคมี ให้กับประชาชนที่มารับบริการ
๗. ตรวจหาสารเคมีในกระแสเลือดซ้ำให้กับเกษตรกรที่กินยาสมุนไพร
๘. ประเมินและสรุปผลการดำเนินโครงการ
1 กุมภาพันธ์ 2564 ถึง 15 กันยายน 2564๑. เกษตรตำบลบ้านมุงได้รับการตรวจคัดกรองสารเคมีในร่างกายมากกว่าร้อยละ ๘๐
๒. เกษตรกรมีความรู้เรื่องพิษภัยของสารเคมีเพิ่มขึ้นร้อยละ ๘๐
๓. ประชาชนตำบลบ้านมุงมีการใช้สารเคมี ลดลง เมื่อเทียบจากปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ลดลงร้อยละ ๑๐ %
45840.00 บาท
๑. ประชาชนตำบลบ้านมุงปลอดภัยจากสารเคมีที่ตกค้างในกระแสเลือด ๒. ประชาชนในตำบลบ้านมุงมีความตระหนักถึงพิษภัยของสารเคมี ๓. ประชาชนในตำบลบ้านมุงมีการใช้สารเคมีลดลง
