โครงการส่งเสริมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน เพิ่มไอโอดีน เพิ่มไอคิว
กรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข จัดงานวันไอโอดีนแห่งชาติ เพื่อเป็นการสนองพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ที่ต้องการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีนในหมู่คนไทยจากผลการสำรวจปริมาณไอโอดีนในปัสสาวะของหญิงตั้งครรภ์และความครอบคลุมเกลือไอโอดีนที่มาตรฐานระดับครัวเรือน ถึงแม้จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลกยังอยู่ระดับที่ไม่น่าไว้วางใจจึงยังต้องเพิ่มยุทธศาสตร์ในการดำเนินงานและต้องมีการทำอย่างต่อเนื่องให้ประชากรในพื้นที่ได้รับสารไอโอดีนเพียงพอกับความต้องการของร่างกายโรคขาดสารไอโอดีนเป็นปัญหาสาธารณสุขทางด้านโภชนาการที่สำคัญ เป็นต้นเหตุที่พบมากที่สุดของภาวะ ปัญญาอ่อนซึ่งป้องกันได้ พบได้ในทุกกลุ่มอายุ แต่จะมีผลร้ายแรงชัดเจนในทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จนอายุ 2-3 ปี โดยมี ผลลดความเฉลียวฉลาด หรือไอคิวของเด็กได้ถึง 10-15 จุด ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศโดยปกติร่างกายต้องการสารไอโอดีนทุกวัน วันละ 100-150 ไมโครกรัม ในส่วนของหญิงมีครรภ์หากขาดสารไอโอดีนจะทำให้ทารกตายตั้งแต่อยู่ในครรภ์หรือแท้งหรือพิการตั้งแต่กำเนิดเด็กที่เกิดจากแม่ที่ขาดสารไอโอดีนมีโอกาสที่จะเป็นปัญญาอ่อน เป็นใบ้ ช่วยตัวเองไม่ได้กลายเป็นเด็กเอ๋อ ส่วนในเด็กวัยเรียนที่ขาดสารไอโอดีนจะส่งผลให้เรียนรู้ช้า เฉื่อยชา เป็นคอพอกเพราะสารไอโอดีนมีความสำคัญมากต่อการพัฒนาสมองทารกที่อยู่ในครรภ์ต้องการสารไอโอดีนจากมารดาในการเพิ่มและขนาดเซลล์สมองและช่วยสร้างโครงข่ายใยประสาทที่ต่อเชื่อมถึงกันสร้างปลอกหุ้มเซลล์ใยประสาทอย่างต่อเนื่อง ส่วนในวัยผู้ใหญ่หากขาดสารไอโอดีนจะทำให้กลายเป็นคนเซื่องซึม เฉื่อยชาประสิทธิภาพการทำงานลดลง ดังนั้นกองสาธารณสุขฯอบต.บันนังสตาได้ตระหนักและเล็งเห็นความสำคัญของการดำเนินงานควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนที่ต่อเนื่อง และเฝ้าระวังติดตามอย่างมีคุณภาพ จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน เพิ่มไอโอดีน เพิ่มไอคิวซึ่งจะส่งผลทำให้ประชาชน องค์กรในระดับหมู่บ้านเกิดความเข้าใจ และร่วมมือกันพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนซึ่งจะส่งผลให้โรคขาดสารไอโอดีนลดลง กองสาธารณสุขฯองค์การบริหารส่วนตำบลตำบลบันนังสตา มีความประสงค์จะจัดทำโครงการส่งเสริมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนในปีงบประมาณ 2562 เพื่อเป็นการสนองพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ที่ต้องการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีนในหมู่คนไทยจากผลการสำรวจปริมาณไอโอดีนในปัสสาวะของหญิงตั้งครรภ์และความครอบคลุมเกลือไอโอดีนที่มาตรฐานระดับครัวเรือน กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนจึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนซึ่งจะส่งผลทำให้ประชาชน องค์กรในระดับหมู่บ้านเกิดความเข้าใจ และร่วมมือกันพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน
-
เพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการสุขภาพสร้างความเข้มแข็งในชุมชนพัฒนาชุมชน เพื่อเป็นหมู่บ้านไอโอดีนทุกหมู่บ้าน0.00
-
เพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็กอายุ 0-6ปี ให้มีพัฒนาการสมวัย0.00
-
เพื่อให้ประชาชนบริโภคเกลือเสริมไอโอดีนและอาหารเสริมไอโอดีนทุกหลังคาเรือน0.00
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้
ค่าป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1x3 เมตร เป็นเงิน 800บาท ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าอบรม
(25 x 2 มื้อ x 50 คน) เป็นเงิน2,500 บาท ค่าอาหารกลางวันพร้อมเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าอบรม
(50 x 1 มื้อ x 50 คน) เป็นเงิน2,500 บาท ค่าตอบแทนวิทยากรจำนวน 1 วันๆ ละ 6 ชั่งโมงๆ ละ 600 บาทเป็นเงิน3,600 บาท14 กรกฎาคม 2564 ถึง 14 กรกฎาคม 25649400.00 บาท -
ประชาสัมพันธ์สำหรับ อสม.
ค่าเอกสารประชาสัมพันธ์ 220 ชุดๆละ 20 บาท เป็นเงิน 4,400 บาท
15 กรกฎาคม 2564 ถึง 15 กรกฎาคม 25644400.00 บาท -
สนับสนุนเกลือไอโอดีน
ค่าจัดซื้อเกลือเสริมไอโอดีน(11 หมู่บ้าน)
จำนวน 4,093 หลังๆละ 3 ซองๆละ 3บาท เป็นเงิน 36,837บาท
15 กรกฎาคม 2564 ถึง 31 กรกฎาคม 256436837.00 บาท
