โครงการสูงวัยใส่ใจสุขภาพบ้านคลองขุด
-
นายไพโรจน์ สะอาด
-
นายน่าหยัน สมัน
-
นายวาหลาดสะอาด
-
นายหมูดงะหมาด
-
นายดินันท์โสธามาส
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของประเทศไทย ทำให้ประชากรในวัยผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นประกอบกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจและสังคมมีผลให้ลักษณะครอบครัวไทยเปลี่ยนจากครอบครัวขยาย ไปสู่ครอบครัวเดี่ยว ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัวลดลงจำนวนผู้ที่จะทำหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวลดลงมีเวลาให้ผู้สูงอายุลดลง ขาดการให้ความรักและความอบอุ่นผู้สูงอายุจึงถูกทอดทิ้งให้อยู่โดดเดี่ยว ดำเนินชีวิตเพียงลำพัง จากสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ผู้สูงอายุจึงต้องเผชิญกับปัญหาในการปรับตัว เพื่อให้สอดคล้องกับสังคมในปัจจุบัน ทั้งในด้านความคิดความเข้าใจและค่านิยม ต่าง ๆ เพื่อก่อให้ผู้สูงอายุเกิดความน้อยใจ ความเครียด และความคับข้องใจ แยกตัวออกจากสังคมขาดความสัมพันธภาพกับสมาชิกในครอบครัว ในปัจจุบันพบว่าผู้สูงอายุในพื้นที่บ้านคลองขุดยังขาดความเข้มแข็งในการดำเนินงานเพื่อเสริมสร้างสุขภาพผู้สูงอายุทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคมแม้มีการรวมตัวมานานแล้วแต่ขาดการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องให้แก่ผู้สูงอายุในชุมชน และพบว่ายังมีปัญหาอุปสรรคและต้องการการพัฒนาเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชมรมผู้สูงอายุบ้านคลองขุด ทั้งนี้ชมรมผู้สูงอายุบ้านคลองขุดได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุทั้งด้านร่างกาย จิตใจและสังคม โดยชุมชนผู้สูงอายุบ้านคลองขุดจะเป็นกลไกสำคัญในการดำเนินงาน ด้วยเหตุนี้จึงของบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลละงู เพื่อให้แกนนำผู้สูงอายุในชุมชนมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับวัย
-
เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนผู้สูงอายุบ้านคลองขุดมีศักยภาพในการเป็นกลไกสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพให้กับตนเองและผู้สูงอายุในชุมชน0.00
- เกิดแกนนำชมรมผู้สูงอายุในชุมชนที่เข้าใจเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพและร่วมกันออกแบบกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพได้
- ร้อยละ 80 ของแกนนำผู้สูงอายุมีความรู้ความตระหนักในการสร้างในการสร้างเสริมสุขภาพตนเอง
- ชมรมผู้สูงอายุมีความเข้มแข็งสามารถทำกิจกรรมได้ตามข้อตกลงและติดตามผลการดำเนินงานของชมรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ร้อยละ 80 ของแกนนำผู้สูงอายุมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพอย่างถูกต้อง
-
กลุ่มผู้สูงอายุ30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. ประชุมคณะทำงานโครงการจำนวน 4 ครั้ง เดือนละ 1 ครั้ง
ครั้งที่ 1 ประชุมชี้แจงโครงการแก่สมาชิกแกนนำผู้สูงอายุจำนวน ๓๐ คนเพื่อทำความเข้าใจแผนงานโครงการและแบ่งบทบาทหน้าที่
ครั้งที่ 2 เพื่อวางแผนและออกแบบกิจกรรมเสริมสร้างสุขภาพของแกนนำผู้สูงอายุให้สอคล้องกับข้อมูลสถานการณ์ผู้สูงอายุในชุมชน
ครั้งที่ 3 เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินกิจกรรมรวมถึงให้ข้อคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะในการดำเนินงาน
ครั้งที่ 4 เพื่อสรุปผลการดำเนินงานและจัดทำรายงานส่งกองทุน
4 กรกฎาคม 2564 ถึง 4 กันยายน 256414500.00 บาท -
2. ประเมินสุขภาพผู้สูงอายุก่อนและหลังการดำเนินโครงการโดยการ ชั่งน้ำหนัก วัดความดัน หาค่า BMI ประเมินสุขภาพโดยการใช้เครื่องมือประเมินความเสี่ยง Thai CV risk score ประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด(จำนวน 2 ครั้ง คือก่อนและหลังโครงการ)15 มิถุนายน 2564 ถึง 15 สิงหาคม 256411600.00 บาท
-
3. จัดอบรมให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่สมาชิกแกนนำผู้สูงอายุในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารและการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุในชีวิตประจำวัน
ช่วงเช้าให้ความรู้เรื่องโภชนาการ
ช่วงบ่ายให้ความรู้เรื่องการออกกำลังกายและฝึกปฏิบัติ
30 มิถุนายน 2564 ถึง 30 มิถุนายน 25645300.00 บาท -
4. ปฏิบัติการแกนนำผู้สูงอายุออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของตนเองอย่างต่อเนื่อง1 มิถุนายน 2564 ถึง 30 กันยายน 25640.00 บาท
-
5. ประชุมทีมคณะทำงานชมรมผู้สูงอายุร่วมกับภาคส่วนเพื่อร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินชมรมผู้สูงอายุและร่วมวางรูปแบบการทำงานและวางมาตรการในการขับเคลื่อนการทำงานของชมรมผู้สูงอายุบ้านคลองขุด ประกอบด้วยผู้แทนชมรมผู้สูงอายุ 30 คน ภาคีภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น อสม30 กรกฎาคม 2564 ถึง 30 กรกฎาคม 25641000.00 บาท
-
6. เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถอดบทเรียนการดำเนินงานโครงการ25 กันยายน 2564 ถึง 25 กันยายน 25645300.00 บาท
- ผู้สูงอายุและแกนนำผู้สูงอายุมีความรู้ด้านสุขภาพในการดูแลตนเองอย่างถูกวิธี ในด้านกายจิตสังคมและจิตวิญญาณ
- ผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพได้รับการดูแลรักษา / ส่งต่อ
- มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในผู้สูงอายุ
- ผู้สูงอายุมีความสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน
- ผู้สูงอายุสามารถดูแลสุขภาพตนเองได้ดีมากขึ้น
- เกิดชมรมผู้สูงอายุที่มีการทำกิจกรรมร่วมกัน และผู้สูงอายุติดสังคม ไม่มีภาวะซึมเศร้า
