โครงการควบคุมและเฝ้าระวังป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอกใหม่ ครั้งที่ 4
-
นางสาวนูรือมา ลายามุง ตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม รักษาราชการแทน
-
ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
สถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2563 เนื่องด้วยการะบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 ที่ติดต่อได้ง่ายและเป็นอันตรายอย่างมากต่อชีวิตของผู้ได้รับเชื้อ และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวเป็นคราวๆ ออกไปอย่างต่อเนื่อง และนายกรัฐมนตรีได้ลงนามในข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 17) ประกาศ ลงวันที่ 6 มกราคม 2564 โดยให้มีผลวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป ซึ่งได้กำหนดการยกระดับการบังคับใช้มาตรการป้องกันโรคและนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศ เรื่อง การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 11) ลงวันที่ 30 มีนาคม 2564 ซึ่งได้ตรวจสอบพบผู้ติดโรคจำนวนมาก สถานการณ์การระบาดของโรคจึงยังคงเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่เป็นภัยคุกคามความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยของประชาชน ความมั่นคงปลอดภัยด้านสาธารณสุข และระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ กรณีจึงมีความจำเป็นที่จะต้องคงไว้ซึ่งมาตรการที่เข้มขนและมีประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังและสอบสวนโรค รวมทั้งควบคุมการแพร่ระบาดของโรคเพื่อความมั่นคงปลอดภัยทางด้านสาธารณสุขของประเทศ จึงให้ขยายระยะเวลาการใช้บังคับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปควบคู่กัน ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2564จนถึงปัจจุบันประกอบกับคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 จังหวัดยะลา ที่ 28/2564 เรื่อง ปิดสถานที่เสี่ยง และกำหนดมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอกเมษายน ในพื้นที่จังหวัดยะลา พบผู้ติดเชื้อย่างต่อเนื่อง และจากการติดตามการสอบสวนโรคพบว่า มีการระบาดเป็นกลุ่มก้อน ซึ่งเกิดจากการสัมผัสบุคคลที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง การเข้าร่วมกิจกรรมที่มีการรวมตัวของคนจำนวนมาก การสังสรรค์ในกลุ่มเพื่อนกลุ่มเครือญาติ และการปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนา จึงมีความจำเป็นต้องบังคับใช้มาตรการที่เข้มงวดและเร่งด่วนเพื่อป้องกันและยับยั้งการระบาดของโรคมิให้แพร่ระบาดออกไปในวงกว้าง และกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน จึงออกมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ จำนวน 5 มาตรการรายละเอียดตามประกาศซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 ถึงปัจจุบัน
เพื่อเป็นการป้องกันดำเนินการ ให้มีการป้องกัน การควบคุม การแพร่ และการระงับการระบาดของโรคโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 ที่ติดต่อได้ง่ายและเป็นอันตรายอย่างมากต่อชีวิตของผู้ได้รับเชื้อ เนื่องจากตำบลบาละมีผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ และอาจกระจายออกสู่บุคคลอื่นเป็นวงกว้าง ซึ่งถือเป็นเหตุสาธารณภัยฉุกเฉิน ไม่อาจดำเนินการตามปกติได้ทัน
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง1000
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ใช้อาคารของโรงเรียนหรืออาคารเอนกประสงค์เพื่อการกักตัวบุคคลที่มีความเสี่ยงเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง
กิจกรรม ใช้อาคารของโรงเรียนหรืออาคารเอนกประสงค์เพื่อเป็นสถานที่กักตัวบุคคลที่สงสัยเดินทางจากพื้นที่มีความเสี่ยง และบุคคลที่สัมผัสผู้ติดเชื้อ ค่าใช้จ่าย ดังนี้
1.ค่าจัดบริการกักตัวบุคคลที่สงสัยเดินทางจากพื้นที่มีความเสี่ยง เป็นเงิน 4,800.-บาท
2.ค่าเบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่ ที่มาปฏิบัติงาน ณ ศูนย์กักตัว เป็นเงิน 10,560.-บาท 3.น้ำดื่มสะอาด ชนิดขวด เป็นเงิน 2,880.-บาท
4.จ้างเหมาบริการค่าทำความสะอาด เป็นเงิน 22,000.-บาท
5.ค่าอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการกักตัวของบุคคลเสี่ยงเป็นเงิน 18,920.-บาท
6.ค่าวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ เป็นเงิน 40,840.-บาท
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 100,000.-บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน)
หมายเหตุ:ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยได้21 มิถุนายน 2564 ถึง 30 กันยายน 2564เกิดระบบการกักตัวผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิด 19
ผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิด 19 ได้รับการกักตัว 100 %
100000.00 บาท
- เกิดระบบการกักตัวผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19
- ผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิด 19 ได้รับการกักตัว 100 %
