พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ ได้กำหนดการจัดการศึกษาต้องยึดหลักการว่านักเรียนทุกคนมีความสามารถในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่านักเรียนมีความสำคัญที่สุดในกระบวนการ จัดการศึกษาต้องส่งเสริมสุขภาพและการพัฒนาตามธรรมชาติเเละเต็มตามศักยภาพ เพื่อการดำรงสุขภาพ และการสร้างเสริมสุขภาพเเละการพัฒนาคุณภาพของบุคคลภายในครอบครัว และชุมชนให้ยั่งยืน พืชผักและผลไม้เป็นอาหารที่คนไทยนิยมนำมารับประทานกันมากเนื่องจากคุณค่าทางอาหาร ทั้งวิตามินและเเร่ธาตุต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายสูง แต่ค่านิยมในการบริโภคผักและผลไม้นั้นมักจะเลือกบริโภคผักและผลไม้ที่สวยงามไม่มีร่องรอยการทำลายของหนองและเเมลงศัตรูพืช จึงทำให้เกษตรที่ปลูกผักจะต้องใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดแมลงฉีดพ่นในปริมาณที่มาก เพื่อให้ได้ผักที่สวยงามตามความต้องการของตลาดเมือผู้ซื้อนำมาบริโภคแล้วอาจได้รับอันตรายจากสารพิษที่ตกค้างอยู่ในพืชผักและผลไม้นั้นได้ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านปูยุดจึงเล็งเห็นคุณค่าของผักและผลไม้ที่นำมาบริโภคจึงทำแนะนำการปลูกผักและผลไม้ปลอดภัยจากสารพิษ เอาวิธีการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชหลายวิธีมาประยุกต์ใช้ร่วมกัน เป็นการทดแทนหรือลดปริมาณการใช้สารเคมีให้น้อยลง เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนผูบริโภคและสิ่งแวดล้อม ทางศูนย์พัฒนาบ้านปุยุด ได้เล็งเห็นความสำคัญของหนูน้อยที่มาเรียนและในชุมชนจึงได้จัดหาวิทยากรมาบรรยายให้ความรู้ให้กับชุมชนและผู้ปกครองในการผลิตอาหารให้กับครอบครัวได้เรียนรู้ในการเลือกซื้อพืชผักผลไม้มารับประทาน และได้ช่วยปลูกพืชผักผลไม้ที่มีในชุมชนที่ไม่มีสารพิษมารับประทาน จึงจัดการสาธิตในการประกอบอาหารให้สวยงาม น่ารับประทาน และได้ประโยชน์ต่อสุขภาพ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านปูยุด สังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลธารโต ได้ร่วมกับกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลธารโต เพื่อดูแลสุขภาพของหนูน้อยปฐมวัย จึงคิดค้นจัดการส่งเสริมโภชนาการของเด็กให้มีความสมบูรณ์ เพื่อการเจริญเติบโตสมวัยของหนูน้อย มีสุขภาพและอนามัยที่ดี และได้จัดกิจกรรมร่วมกัน โดยสอดแทรกกับการเรียนรู้ เพื่อให้เด็กและผู้ปกครองมีความสนุกสนานพร้อมกับการเรียนรู้ การปฏิบัติตัวในชีวิตประจำวัน เช่น ร่วมกันทำอาหารกลางวัน และสามารถที่จะสร้างเครือข่ายในการดำเนินกิจกรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่หนูน้อยปฐมวัย ต่อไป
-
เพื่อให้ผู้ปกครองรู้จักวิธีเลือกซื้อผักและผลไม้ปลอดสารพิษมาบริโภคประกอบอาหารสวยงามน่ารับประทาน0.00
เด็กนักเรียนสามารถรับประทานผัก และผลไม้ที่มีประโยชน์ประมาณ 90% ของเด็กนักเรียนทั้งหมด
-
ส่งเสริมให้นักเรียนผู้ปกครองมีความรู้ ความสามารถ ในการประกอบอาหารหรือผลิตอาหารสำหรับหนูน้อยเเละสามารถเลือกผลไม้ที่มีประโยชน์และมีสุขภาพแข็งเเรง เพื่อส่งเสริมโภชนาการเเละเพิ่มพัฒนาการที่สมวัยครบทั้ง 4 ด้าน0.00
เด็กนักเรียนรู้จักเลือกกินผัก ผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพได้ดียิ่งขึ้น
-
เพื่อลดโอกาสเสี่ยงในเรื่องการขาดสารอาหารในเด็กเล็กและผู้ปกครองสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้0.00
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน50
-
กลุ่มวัยทำงาน50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ให้ความรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพหนูน้อย
-ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการสาธิตการประกอบอาหารและเลือกซื้อพืชผักผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย=3500 บาท -ค่าตอบแทนวิทยากร1คน(3ชั่วโมงๆละ600 บาท) =1,800 บาท -ค่าอาหารว่างสำหรับผู้ร่วมเข้าฝึกอบรมพร้อมวิทยากรจำนวน100 ชุด ราคาชุดละ35บาท=3500 บาท -ค่าป้ายไวนิลประชาสัมพันธ์โครงการ จำนวน 1 ป้าย = 1,000 บาท
1 มกราคม 2565 ถึง 30 กันยายน 25659800.00 บาท
1.เด็กปฐมวัยได้รับการบริโภคผักและผลไม้ที่ปลอดภัยจากสารพิษได้รับการประเมินโภชนาการ พร้อมพัฒนาการสมวัยคิดเป็นร้อยละ ๙๐ 2.เด็กปฐมวัยสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาและใช้ในการดำรงชีวิตต่อไปได้ มีภาวะโภชนาการตามเกณฑ์ คิดเป็นร้อยละ ๘๐ 3. ให้เด็กปฐมมีพัฒนาการที่สมวัยทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ จิตใจ เเละสังคม คิดเป็นร้อยละ๘๕ 4.เด็กปฐมวัยรู้จักและเห็นความสำคัญของพืชผักสวนครัวและผลไม้รวมถึงพัฒนาการที่ล่าช้าให้ได้รับการกระตุ้นพัฒนาการให้มีพัฒนาการสมวัย และได้รับการรักษาที่ถูกต้องในรายที่มีความผิดปกติมาก 5.ผู้ปกครอง และครูดูแลให้มีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการส่งเสริมโภชนาการและพัฒนาการเด็กปฐมวัย 6.ผู้ปกครอง นักเรียน และครูดูแลได้เรียนรู้ในเรื่่องโภชนาการเพื่อสุขภาพ 7. นักเรียนมีภาวะโภชนาการที่ดีและสามารถลดภาวะโภชนาการ การขาดสารอาหารในเด็กนักเรียน 8. ผู้ปกครองสามารถนำความรู้ที่ได้รับในการร่วมกิจกรรมไปปัฏิบัติใช้ในชีวิตประจำวันวันได้อย่างถูกวิธี 9.ผู้ปกครองและครูผู้ดูแลได้เรียนรู้ในการเลือกซื้ออุปกรณ์ในการปรุงอาหารที่ปลอดภัยจากสารพิษในอาหาร
