โครงการคัดกรองผู้มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Covid-19) เทศบาลเมืองคลองแหประจำปี 2565
-
ร้อยละของคนในชุมชนที่มีความรู้ ความเข้าใจเรื่องโควิด-19 จนสามารถปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโควิด-19 เช่น การล้างมือ การสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า การเว้นระยะห่างทางสังคม กินร้อน ช้อนส่วนตัว ไม่ใช้สิ่งของร่วมกัน ได้ถูกต้อง85.46
-
ร้อยละของคนที่มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโควิด-19 ที่ได้รับการดูแล ป้องกัน เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหอบหืดและระบบทางเดินหายใจ)79.40
-
ร้อยละความครอบคลุมในการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงในชุมชน65.13
-
ร้อยละของคนในชุมชนที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอในช่วงโควิด-1952.19
-
ร้อยละของสถานที่ในชุมชน (ตลาด ศาสนสถาน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียน สนามกีฬา และสถานที่ทำงาน) ที่ใช้มาตรการป้องกันโควิด-1969.10
-
จำนวนมาตรการทางสังคม เช่น ข้อตกลง ธรรมนูญ/มาตรการชุมชนเพื่อป้องกัน/แก้ปัญหา/และฟื้นฟูโควิด-19 (เช่น มาตรการของตลาด มาตรการทำกิจกรรมทางศาสนา มาตรการสวมหน้ากากอนามัย มาตรการจัดงานพิธีต่างๆ)98.22
-
ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์)50.20
-
ร้อยละของสำนักงานหรือหน่วยงานราชการ ที่มีกิจกรรมส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เช่น การออกกำลังกาย การมีการเคลื่อนไหวระหว่างการทำงาน35.00
ตามที่รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ในปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ 26 มีนาคม 2563 และตามมติคณะรัฐมนตรีได้ขยาย ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ออกไปถึง 30 กันยายน 2564 และในปี256๔ เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2564 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ 11/2564 เรื่อง พื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด และพื้นที่ควบคุม ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ประกาศระบุว่า ตามที่ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2563 และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไปเป็นคราวที่ 13 จนถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2564 นั้น สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ทวีความรุ่นแรงมากยิ่งขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศโดยเฉพาะในกรุงเทพฯและปริมณฑล รวมถึง 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ซึ่งขณะนี้มีพื้นที่จังหวัดที่ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดถึง 29 จังหวัด เนื่องจากมีการติดเชื้อแบบกลุ่มใหม่ๆในการระบาดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ระบบสาธารณสุขที่ให้บริการรักษาเข้าสู่ภาวะวิกฤตในการให้การดูแลผู้ป่วย ทั้งขาดแคลนอุปกรณ์ที่จำเป็นบุคลากรและสถานที่ที่ให้การรักษามีอัตราครองเตียงสูงมากยิ่งขึ้น มีผลกระทบขยายวงกว้างไปยังทุกจังหวัดในประเทศ ซึ่งจังหวัดสงขลาอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดด้วย อีกทั้งยังมีรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นเพื่อเป็นการร่วมมือหยุดการแพร่ระบาด เพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาเชิงรุกและการป้องกันไม่ให้เกิดผู้ติดเชื้อรายใหม่ ซึ่งมาจากการปฏิบัติตนไม่ถูกต้องของบุคคลทั่วไปและผู้ที่มีสุขภาพอ่อนแอ โดยมีภาวะโรคประจำตัวที่มีความเสี่ยงสูงใน 7 กลุ่มโรค เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง และโรคทางเดินหายใจ กลุ่มผู้สูงอายุ เด็ก หญิงตั้งครรภ์และผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่แพร่ระบาดเสี่ยงสูง หรือผู้สัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วย ตามนิยามผู้สัมผัสใกล้ชิดที่มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อสูง ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขจึงต้องกำหนดมาตรการควบคุมป้องกัน ตามหลัก New Normal และ DMHTT อย่างเข้มงวดเพียงพอต่อการควบคุมโรคอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้จากข้อมูลการแพร่ระบาดในปัจจุบัน ผู้ติดเชื้อโควิด19 ของตำบลคลองแหมีผู้ติดเชื้อจำนวน1,483คน ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการรักษา จำนวน 591 คน และหายดีกลับบ้านได้แล้ว จำนวน889 คน มีผู้เสียชีวิตจำนวน 3คนและมีมาตรการกักตัวเพื่อเฝ้าระวังในสถานที่กลางที่จัดตั้งขึ้น (Local Quarantine) จำนวน 20คนกักตัวที่พักอาศัยของผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่แพร่ระบาดเสี่ยงสูง หรือผู้สัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วย ตามนิยามผู้สัมผัสใกล้ชิดที่มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อสูง ซึ่งมีการคัดกรองโดยทีมสอบสวนโรค Home Quarantine จำนวน1,161คนซึ่งขณะนี้มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เทสบาลเมืองคลองแหได้มีความร่วมมือกับหน่วยบริการในพื้นที่โดยมีความพร้อมในการจัดตั้งศูนย์พักคอย Community Isolationและ Home Isolation เพื่อรองรับกับผู้ป่วยอาการไม่รุนแรง รวมถึงประสานการส่งต่อการตรวจยืนยัน RT-PCR กรณีที่มีการตรวจคัดกรองขั้นต้นด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) ให้ผลเป็นบวก ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการค้นหาและรักษาผู้ป่วยได้อย่างคลอบคลุมมากยิ่งขึ้น ซึ่งการใช้ ATK ในการคัดกรองเป็นที่ยอมรับว่าให้ผลดีและรวดเร็ว โดยดำเนินการตามมาตรฐานของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการกำหนดแนวทางในการตรวจและควบคุมโรคนี้ ในการนี้รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาและองค์การเภสัชกรรมร่วมกันจัดหาชุด ATK เพื่อให้หน่วยงานสาธารณสุขนำไปให้ประชาชนในการตรวจคัดกรองตนเองและตรวจเชิงรุกเพิ่มมากยิ่งขึ้น แต่ยังอยู่ในช่วงการจัดหาและจัดระบบการกระจายซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาอีกพอสมควร ซึ่งอาจไม่ทันต่อการระงับยับยั้งตามสถานการณ์ปัจจุบันในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ดังนั้นเพื่อเป็นการดำเนินการเชิงรุกในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (Covid-19) ให้ทันต่อสถานการณ์ ตามบทบาทหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ในการป้องกันและควบคุมและระงับโรคติดต่อ ประกอบกับหนังสือซักซ้อมแนวทางการดำเนินการและการใช้จ่ายงบประมาณในการดำเนินการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19)ที่ มท.0808.2 /ว4116 ลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2564เทศบาลเมืองคลองแหจึงได้จัดทำโครงการคัดกรองผู้มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Covid-19) ขึ้น
-
เพื่อเพิ่มให้คนในชุมชนที่มีความรู้ ความเข้าใจเรื่องโควิด-19 จนสามารถปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโควิด-19 ได้ถูกต้อง85.4695.00
ร้อยละของที่มีความรู้ ความเข้าใจเรื่องโควิด-19 จนสามารถปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโควิด-19 ได้ถูกต้อง
-
เพิ่มการดูแล ป้องกัน คนที่มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโควิด-19 เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหอบหืดและระบบทางเดินหายใจ)79.4090.00
ร้อยละของคนที่มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโควิด-19 ที่ได้รับการดูแล ป้องกัน เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหอบหืดและระบบทางเดินหายใจ)
-
เพื่อเพิ่มความครอบคลุมในการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงในชุมชน65.1380.00
ร้อยละความครอบคลุมในการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงในชุมชน
-
เพื่อให้คนในชุมชนที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอในช่วงโควิด-19 เพิ่มขึ้น52.1985.00
ร้อยละของคนในชุมชนที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอในช่วงโควิด-19
-
เพื่อให้สถานที่ในชุมชนที่ใช้มาตรการป้องกันโควิด-19 มีเพิ่มขึ้น69.1090.00
ร้อยละของสถานที่ในชุมชนที่ใช้มาตรการป้องกันโควิด-19
-
เพื่อเพิ่มมาตรการทางสังคม เช่น ข้อตกลง ธรรมนูญ/มาตรการชุมชนเพื่อป้องกัน/แก้ปัญหา/และฟื้นฟูโควิด-19 (เช่น มาตรการของตลาด มาตรการทำกิจกรรมทางศาสนา มาตรการสวมหน้ากากอนามัย มาตรการจัดงานพิธีต่างๆ)98.22100.00
จำนวนมาตรการทางสังคมเพื่อป้องกัน/แก้ปัญหา/และฟื้นฟูโควิด-19
-
เพื่อเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในผู้ใหญ่50.2075.00
ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อยที่สุด 150 นาทีต่อสัปดาห์)
-
เพื่อเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายในสถานที่ทำงาน35.0075.00
ร้อยละของสำนักงานหรือหน่วยงานราชการ ที่มีกิจกรรมส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เช่น การออกกำลังกาย การมีการเคลื่อนไหวระหว่างการทำงาน
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน350
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน1500
-
กลุ่มวัยทำงาน6000
-
กลุ่มผู้สูงอายุ3500
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง900
-
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ150
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง9000
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมสมาชิก(ทีมงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง) จนท.หน่วยบริการ อสม. และแกนนำชุมชน เพื่ออบรมชี้แจงกระบวนการและมาตรการป้องกันโรคโควิด19 นำไปดำเนินการตามโครงการ
จัดประชุมชี้แจง และอบรมมาตรการการทำงานในการป้องกันโรคโควิด 19
ผู้เข้าร่วมอบรม20คนคณะทำงานวิทยากร จำนวน 5 คน
ค่าไวนิลโครงการขนาดกว้าง 1.5 x 2.5 เมตรจำนวน 3 ตารางเมตรๆละ 120 บาท เป็นเงิน 450บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 25 คน X 25 บาท X 1 มื้อ เป็นเงิน 625 บาท
เอกสารประกอบการอบรม ( แฟ้ม สมุด ปากกา ) จำนวน 25 ชุดละ 60 บาท เป็นเงิน 1,500บาท
27 มกราคม 2565 ถึง 27 มกราคม 2565ผู้เข้าร่วมการอบรม สามารถตรวจ ATK และแปรผล พร้อมทั้งสามารถให้คำแนะนำได้ถูกต้อง และสามารถตรวจคัดกรองเบื้องต้นในกลุ่มเสี่ยงได้
อสม. / แกนนำมีความรู้เรื่องการใช้ชุดทดสอบ ATK
เกิดแผนการคัดกรอง ATK ในชุมชน
2575.00 บาท -
คัดกรอง ATK ให้กับกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่
กิจกรรมคัดกรองกลุ่มเสี่ยงสูงในพื้นที่ และบุคลากรในที่ทำงาน
- ค่าวัสดุทางการแพทย์และเวชภัณฑ์
ค่าน้ำยาพ่นฆ่าเชื้อเชื้อไวรัสโคโรนา(COVID - 19 ) จำนวน10 ขวดๆละ 1,950 บาท เป็นเงิน 19,500 บาท
ค่าถุงมือทางการแพทย์ จำนวน 5 กล่องๆละ 260 บาท เป็นเงิน 1,300บาท
สเปรย์แอลกอฮอล์ ขนาด 450 ml จำนวน 10 ขวดๆละ 120บาท เป็นเงิน 1,200บาท
เจลแอลกอฮอล์ ขนาด 450ml จำนวน10ขวดๆละ 120 บาท เป็นเงิน 1,200บาท
2.ค่าตอบแทนและค่าอาหารและเครื่องดื่ม
-ค่าตอบแทนพนักงานเทศาบาล บุคลากรสาธารณสุข แกนนำชุมชน อสม. เจ้าหน้าที่หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง
ค่าตอบแทน เจ้าหน้าที่ และภาคีเครือข่ายในการปฏิบัติงาน บริเวณจุดคัดกรองตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา ( Covid -19 ) อัตราวันละ 300บาท
ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ในการรับ -ส่งผู้ติดเชื้อ เข้ารับการรักษาพยาบาลอัตราวันละ 300 บาท
รวมเป็นเงินเป็นเงิน48,000 บาท-ค่าน้ำดื่มสำหรับเจ้าหน้าที่และผู้รับบริการตรวจคัดกรองวันละ 300 บาทจำนวน 31 วันเป็นเงิน 9,300 บาท
- ค่าวัสดุสำนักงาน และค่าสื่อไวนิลประชาสัมพันธ์
ค่าป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1.5เมตร x 2.5 เมตร รวม 3.75 ตารางเมตรๆ 120 บาท เป็นเงิน 450 บาท
4.ค่าเช่าเต๊นท์ ขนาดกลางวันละ 900 บาทเป็นเงิน 14,400บาท
17 มกราคม 2565 ถึง 31 มีนาคม 2565ประชากรกลุ่มเสี่ยงได้รับการคัดกรองร้อยละ 90
95350.00 บาท - ค่าวัสดุทางการแพทย์และเวชภัณฑ์
-
ส่งเสริมการเพิ่มกิจกรรมทางกายใน อสม. บุคลากร และพนักงานเทศบาล
ส่งเสริมให้ แกนนำสุขภาพ มีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น โดย
-ส่งเสริมให้มีจุดจอดรถและให้เดินและขึ้นบันไดในการทำงาน
-ให้จอดรถ และให้เดินมายังที่มีการจัดอบรม
-ให้มีจุดจอดรถและให้เจ้าหน้าที่ อสม. เดินมายังจุดที่ให้บริการตรวจคัดกรอง ATK
-จัดให้มีการเคลื่อนไหวหรือออกกำลังกาย ในช่วงพักเบรคของการจัดอบรมทุกๆโครงการ
- เอกสาร/สมุดประจำตัวในการบันทึกการนับก้าว จำนวน 30 เล่มๆละ 30บาท เป็นเงิน900 บาท
17 มกราคม 2565 ถึง 31 มีนาคม 2565พนักงานเทศบาล อสม. แกนนำสุขภาพ มีกิจกรรมเพิ่มขึ้น ร้อยละ 90
900.00 บาท -
ประชุมสรุปผลการดำเนินกิจกรรมตามโครงการ
คณะทำงาน คณะผู้บริหารพนักงานเทศบาลจำนวน20คน
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มจำนวน 30 คนๆละ 25บาทเป็นเงิน 750 บาท
27 มิถุนายน 2565 ถึง 30 มิถุนายน 2565มีเอกสารรูปเล่มสรุปผลการดำเนินกิจกรรมโครงการ
750.00 บาท
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูง ได้รับการเฝ้าระวัง คัดกรองเบื้องต้นด้วย ATK ติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด ได้รับความรู้ด้านระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 เพื่อไม่ให้เป็นพาหะนําโรคระบาด ในชุมชน
ชุมชนปลอดโรค ไม่มีการระบาดเพิ่มในพื้นที่
