โครงการรณรงค์ตรวจมะเร็งปากมดลูก ประจำปี 2565
ความสำคัญของโรคมะเร็งปากมดลูกนั้น มี 3 ประการดังนี้ คือ เป็นสาเหตุการตายในผู้หญิงเป็นอันดับหนึ่งในประเทศไทยสถานการณ์ของโรคมะเร็งปากมดลูกเป็นปัญหาทางสาธารณสุขของโลก โดยเฉพาะในประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างประเทศไทย และโรคมะเร็งปากมดลูกเป็นโรคมะเร็งที่พบเป็นอันดับหนึ่งในสตรีไทย มีผู้ป่วยรายใหม่ประมาณปีละ 6,300 ราย พบมากที่สุดระหว่างอายุ 45 - 50 ปีซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้มีนโยบายการตรวจคัดกรอมะเร็งปากมดลูก เพื่อค้นหาผู้ป่วย และสามารถเข้ารับการรักษาทันเวลา และถูกวิธี โดยเน้นให้ประชาชนเข้าถึงบริการทั้งข้อมูลข่าวสาร การใช้บริการตรวจคัดกรอง (ทั้งวิธี VIA และ PAP’s smear)
การดำเนินงานป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกในปีที่ผ่านมา พบประเด็นที่ต้องพัฒนา คือ ผลการดำเนินงานไม่บรรลุเป้าหมาย เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายมีความกลัวเจ็บ รับไม่ได้ถ้าหากรู้ว่าตนเองเป็นโรคมะเร็งจริงๆคิดว่าไม่เป็นโรค ยังไม่ตระหนักถึงความอันตรายของโรค และมีความอายในการมาตรวจกับเจ้าหน้าที่ๆรู้จักกัน ในรายที่ตรวจที่คลินิกเอกชนก็ไม่สามารถเก็บข้อมูลได้ทั้งหมด นอกจากนี้ความแตกต่างทางวัฒนธรรมวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่ยิ่งทำให้การดูแลสุขภาพกลายเป็นเรื่องที่มีมิติทางความรู้สึกที่ซับซ้อนมาก ดังนั้น การดำเนินงานด้านสุขภาวะในพื้นที่ จึงเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะในสตรีมุสลิม ประกอบกับตามประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่องการกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อสนับสนุนให้ อปท. ดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ พ.ศ.2557 ลงวันที่ 19 ก.พ.2557 ข้อ 7 กำหนดโครงการนี้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนตามข้อ 7 (1) เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการสาธารณสุขของหน่วยบริการหรือสถานบริการหรือหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ โดยเน้นเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพและฟื้นฟูสมรรถภาพแก่กลุ่มหญิงอายุ 30 – 60 ปี สารมารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
จากการดำเนินงานตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบุดี ผลงานตั้งแต่ปี 2563ของกลุ่มเป้าหมายการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกมีจำนวน 636 คน ตรวจคัดกรองได้222 คน คิดเป็นร้อยละ 34.91ซึ่งการดำเนินงานโครงการมะเร็งปากมดลูกดังกล่าว ยังไม่บรรลุเป้าหมายเนื่องจากการประชาสัมพันธ์ที่ยังไม่ทั่วถึงกลุ่มเป้าหมายยังไม่ตระหนักถึงโทษภัยของโรคมะเร็งปากมดลูกและยังไม่เห็นความสำคัญของการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเท่าที่ควร โดยผู้ที่ได้รับการตรวจคัดกรองก็จะเป็นผู้ที่เข้ารับการอบรมเป็นสวนใหญ่ซึ่งต้องต้องเร่งรัดให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายตามตัวชี้วัดของกระทรวงสาธารณสุขต่อไป
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบุดี ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้กับสตรี จึงได้จัดทำโครงการรณรงค์ตรวจมะเร็งปากมดลูก ประจำปี 2565
-
สตรีอายุ 30 - 60 ปี มีความรู้เรื่องอันตรายจากมะเร็งปากมดลูก0.00
ร้อยละ 80 สตรีอายุ 30 - 60 ปี มีความรู้เรื่องมะเร็งปากมดลูก
-
สตรีอายุ 30 - 60 ปี มีได้รับการตรวจมะเร็งปากมดลูก0.00
ร้อยละ 80 ผู้ได้รับการอบรมได้รับการตรวจมะเร็งปากมดลูก
-
สตรีอายุ 30 - 60 ปี ได้รับการตรวจมะเร็งปาก มดลูกสตรีที่ตรวจพบความผิดปกติได้รับการส่งต่อเพื่อรับการรักษา0.00
ร้อยละ 100 สตรีอายุ 30 - 60 ปี ได้รับการตรวจมะเร็งปากมดลูกที่ตรวจพบความผิดปกติได้รับการส่งต่อพบแพทย์
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้เรื่องมะเร็งปากมดลูก
ทดสอบความรู้ก่อนเข้ารับการอบรม
เรื่องความรู้เรื่องมะเร็งปากมดลูก ทดสอบความรู้หลังเข้ารับการอบรม
ตรวจมะเร็งปากมดลูก
-ออกให้บริการตรวจมะเร็งปากมดลูกแก่กลุ่มเป้าหมายตามกลุ่มบ้าน
งบประมาณ
-ค่าอาหารกลางวัน 60 บ. x 50 คน x 2 รุ่น เป็นเงิน 6,000 บาท
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 30 บ. x 50คน
x 2 มื้อ x 2 รุ่น เป็นเงิน 6,000 บาท
ค่าตอบแทนวิทยากร 300 บ. x 5 ชม. x 2วัน เป็นเงิน 3,000 บาท
ค่าจัดซื้อผ้าถุงสำหรับเปลี่ยนในการตรวจมะเร็งปากมดลูกเพื่อป้องกันการติดเชื้อ จำนวน 100 ผืน x 120 บาท เป็นเงิน 12,000 บาท
1 มีนาคม 2565 ถึง 30 กันยายน 256528500.00 บาท
1.ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้เรื่องอันตรายจากมะเร็งปากมดลูก ร้อยละ 80 2.ผู้เข้ารับการอบรมได้รับการตรวจมะเร็งปากมดลูกร้อยละ 80 3. ร้อยละ 100 ของสตรีที่ตรวจพบความผิดปกติได้รับการส่งต่อเพื่อรับการรักษา
