โครงการกินอยู่อย่างไร ห่างไกล Stroke ชุมชนตันหยงมะลิ ประจำปี 2565
-
นางจิราวรรณ ศุลกะนุเคราะห์โทร 081-5408321
-
นายอาซูวัลย์ สะแลแม นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ เบอร์โทร 0879687458
โรคหลอดเลือดสมองหรือโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญระดับโลก องค์การอัมพาตโลก (World Stroke Organization: WSO) รายงานว่าโรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 2 ของโลก มีจำนวนผู้ป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองทั่วโลก 17 ล้านคน และเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมองจำนวน 6.5 ล้านคน สถิติผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มารับบริการที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก ปี พ.ศ. 2562-2564 พบจำนวน๕๒๑, 504 และ 450 ราย ตามลำดับ ร้อยละผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเสียชีวิตปี พ.ศ.2562-2564 พบร้อยละ 6.14 (32/521), 3.8 (19/504) และ 9.99 (42/450) ตามลำดับ ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ร้อยละผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มาทันเวลา 3 - 4.5 ชั่วโมง ปี พ.ศ. 2562-2564 ร้อยละ ๓๕.๔๒ ๓๘.๒๔ และ 39.21 ตามลำดับ ซึ่งยังมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการนี้ได้ทันเวลา เนื่องจากขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรค อาการเตือน และการจัดการหรือการตระหนักถึงการป้องกันปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ การสูบบุหรี่ รวมทั้งภาวะไขมันในเลือดสูง และการปฏิบัติตัวที่เหมาะสม ให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เป็นความเสี่ยงต่อความเจ็บป่วยของโรคหลอดเลือดสมองในการป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง การรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับ Stroke Fast Track การฉีดยาละลายลิ่มเลือดในเวลา 4.5 ชั่วโมง ลดอัตราตายและความพิการได้
ในเขตรับผิดชอบของศูนย์แพทย์ใกล้ใจ 2 มีผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูง จำนวน 1,862 ราย โรคเบาหวาน จำนวน 767 ราย โรคความดันโลหิตสูงร่วมกับเบาหวาน 612 และโรคหลอดเลือดสมอง จำนวน 84 ราย และมารับการตรวจรักษาและรับยาที่ศูนย์แพทย์ใกล้ใจ 3 จำนวน 100 ราย/สัปดาห์ (ในวันคลินิกเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง) และในชุมชนตันหยงมะลิ มีผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูง 98 ราย โรคเบาหวาน 12 ราย ความดันโลหิตสูงร่วมกับโรคเบาหวาน 39 ราย และโรคหลอดเลือดสมอง จำนวน 2 ราย ผู้ป่วยติดเตียง 1 ราย ซึ่งสอดคล้องกับปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งพบว่ากลุ่มที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงเป็นกลุ่มที่มีมากที่สุด และจากการสำรวจข้อมูลในชุมชนนี้พบว่ามีอุบัติการณ์และความชุกของผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดเลือดสมองยังสูง และคนในชุมชนไม่ทราบแนวทางและการป้องกัน เมื่อมีบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง เมื่อมีอาการแสดงเกิดขึ้น ซึ่งถ้าการช่วยเหลือมีความล่าช้า จะส่งผลให้ภาวะโรคมีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความพิการได้
ดังนั้นเพื่อให้ภาวะสุขภาพของประชาชนในกลุ่มดังกล่าวได้รับการส่งเสริม ป้องกันและควบคุมโรค โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย สอดคล้องกับปัญหาในพื้นที่ ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น งานการพยาบาลชุมชน ฝ่ายสุขศึกษาและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก เจ้าหน้าที่ศูนย์แพทย์ใกล้ใจ 2 ร่วมกับ อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้านชุมชนตันหยงมะลิ จึงจัดทำโครงการกินอยู่อย่างไร ห่างไกล Stroke ชุมชนตันหยงมะลิ ปี 2565 ขึ้น
-
เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวานที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง อาการเตือน และการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง0.00
- ร้อยละของประชาชนมีระดับคะแนนความรู้ความเข้าใจของโรคหลอดเลือดสมองอาการเตือน และการป้องกันโรคเพิ่มขึ้น ร้อยละ 80
-
เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวานมีการจัดการตนเอง มีทักษะเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ถูกต้อง0.00
- ร้อยละของกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยมีการจัดการตนเองมีทักษะเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ถูกต้องเพิ่มขึ้น ร้อยละ 80
-
เพื่อให้กลุ่มป่วยมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เป็นความเสี่ยงต่อโรคหลอดหลอดเลือดสมองเพื่อป้องกันการเกิดโรค ป้องกันการกลับเป็นซ้ำหรือควบคุมอาการของโรคไม่ให้รุนแรงมากขึ้น0.00
- ร้อยละของผู้ป่วยมีระดับความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือดของกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยลดลงอยู่ในเกณฑ์ ร้อยละ 50
-
เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง0.00
อัตราตายของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองน้อยกว่าร้อยละ 7
-
กลุ่มวัยทำงาน5
-
กลุ่มผู้สูงอายุ5
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง30
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง10
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 แต่งตั้งคณะกรรมการการดำเนินงาน และจัดทำเวทีประชาคม
กลุ่มเป้าหมาย ประชาชนกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง จำนวน 50 คน
รายละเอียดกิจกรรม
- แต่งตั้งคณะกรรมการการดำเนินงาน
- จัดทำเวทีประชาคม
งบประมาณ
1. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 25 บาท x 50 คน x 1 มื้อ = 1,250 บาท
2. ค่าวัสดุ = 200 บาท
รวมเป็นเงิน 1,450 บาท18 มีนาคม 2565 ถึง 18 มีนาคม 25651450.00 บาท -
กิจกรรมที่ 2 วันเปิดโครงการ กินอยู่อย่างไร ห่างไกล Stroke
กลุ่มเป้าหมาย
- ประชาชนกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง จำนวน 50 คน
- คณะทำงาน 20 คน
รายละเอียดกิจกรรม
1. เปิดโครงการ
2. กิจกรรมออกกำลังกาย “เดิน-วิ่ง แอโรบิค เพื่อสุขภาพ”
3. อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานและโรคหลอดเลือดสมอง อาการเตือนการจัดการหรือการตระหนักถึงการป้องกันปัจจัยเสี่ยงต่างๆและการเข้าถึงบริการ Stroke fast track และบรรยายเรื่องโรคเรื้อรังวิถีใหม่ ห่างไกลจากโควิด-19
4. กิจกรรมกลุ่ม Workshop 7 ฐาน (อาหารลดหวาน มัน เค็ม) และให้ความรู้การจัดการตนเองด้านอาหาร ฐานละ 10 นาที
5. อบรมให้ความรู้และสาธิตหลักการปลูกผักริมรั้ว
6. อบรมให้ความรู้การออกกำลังกายที่เหมาะสม
7. กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยมีบุคคลต้นแบบมาเล่าประสบการณ์ชีวิตเจ็บป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมอง
กำหนดการอบรม ดังนี้
เวลา 07.30-08.00 น. ลงทะเบียน/คัดกรองเบาหวานความดัน/Pretest
เวลา 08.00-08.30 น. พิธีเปิดโครงการ
เวลา 08.30-09.00 น. เปิดกิจกรรมเดิน-วิ่ง/รองเง็ง แอโรบิค
เวลา 09.00-10.00 น. บรรยายเรื่องโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานและโรคหลอดเลือดสมอง อาการเตือน และการจัดการหรือการตระหนักถึงการป้องกันปัจจัยเสี่ยงต่างๆ การเข้าถึงบริการ Stroke fast track บรรยายเรื่องโรคเรื้อรังวิถีใหม่ ห่างไกลจากโควิด-19 (โดยวิทยากรบรรยาย)
เวลา 10.00-12.00 น. บรรยายการการจัดการตนเองด้านอาหาร ลดหวาน มัน เค็มกิจกรรมแบ่งกลุ่ม Work shop เรียนรู้อาหารหวาน มัน เค็ม 7 ฐาน (โดยวิทยากรกลุ่ม 7 คน)
เวลา 12.00-13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
เวลา 13.00-14.00 น. บรรยายและสาธิตกิจกรรมบ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเองโดย วิทยากรเกษตรอำเภอ (โดยวิทยากรบรรยาย)
เวลา 14.00-15.00 น. บรรยายและสาธิตการออกกำลังกายที่เหมาะสม โดย วิทยากรจากชมรมแอโรบิคสวนสิรินธร (โดยวิทยากรบรรยาย)
เวลา 15.00-16.00 น. กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยมีบุคคลต้นแบบ เรื่องเล่าประสบการณ์ชีวิตเจ็บป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมอง
เวลา 16.00 น. ปิดโครงการ
งบประมาณ
1. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 25 บาท x 70 คน x 2 มื้อ = 3,500 บาท
2. ค่าอาหารกลางวัน 50 บาท x 70 คน x 1 มื้อ = 3,500 บาท
3. ค่าสมนาคุณวิทยากร 3 คน x 600 บาท x 1 ช.ม. x 1 วัน = 1,800 บาท
4. ค่าสมนาคุณวิทยากรกลุ่ม 7 คน x 300 บาท x 2 ช.ม. x 1 วัน = 4,200 บาท
5. ค่าวัสดุจัดทำป้ายไวนิลโครงการ = 1,200 บาท
6. ค่าวัสดุอาหารทำ Work shop อาหารหวานมันเค็ม ฐานละ200 บาท x 7 ฐาน = 1,400 บาท
7. ค่าจ้างจัดทำคู่มือ“กินอยู่อย่างไร ห่างไกล Stroke” 20 บาท x 50 เล่ม = 1,000 บาท
8. เครื่องวัดความดันโลหิต จำนวน 2 เครื่อง x 2,000 บาท = 4,000 บาท
9. แถบเจาะน้ำตาลในเลือด 200 อัน x 8.13 บาท= 1,626 บาท
10. ค่าวัสดุอุปกรณ์ (ปลูกผักสวนครัว) = 5,000 บาท
11. ค่าสื่อประชาสัมพันธ์ สติ๊กเกอร์ กินจืด ยืดชีวิตและสัญญาณเตือนโรค Stroke 25 บาท x 100 แผ่น = 2,500 บาท
12. ค่าจัดทำป้ายไวนิล อาการเตือนโรคหลอดเลือดสมองและปิงปอง 7 สี วิถีชุมชนในชุมชน = 2,400 บาท
รวมเป็นเงิน 32,126 บาท31 มีนาคม 2565 ถึง 31 มีนาคม 2565ร้อยละของประชาชนมีระดับคะแนนความรู้ความเข้าใจของโรคหลอดเลือดสมองอาการเตือน และการป้องกันโรคเพิ่มขึ้น ร้อยละ 80
ร้อยละของกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยมีการจัดการตนเองมีทักษะเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ถูกต้องเพิ่มขึ้น ร้อยละ 80
ร้อยละของผู้ป่วยมีระดับความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือดของกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยลดลงอยู่ในเกณฑ์ ร้อยละ 50
32126.00 บาท -
กิจกรรมที่ 3 ฝึกการกายบริหารด้วยวิถีชุมชน เดิน-วิ่ง/รองเง็งแอโรบิค
กลุ่มเป้าหมาย
- ประชาชนกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง จำนวน 50 คน และคณะทำงาน 20 คน
รายละเอียดกจกรรม
1. กิจกรรมการออกกำลังกาย“เดิน-วิ่งสะสมระยะทาง เพื่อสุขภาพ” วิ่งสะสมระยะทาง ทุกวันเสาร์ อาทิตย์และจันทร์ เวลา 06.00-07.00 น.
2. กิจกรรมการออกกำลังกาย“รองเง็งแอโรบิค”ทุกวันพฤหัสบดีของสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ณ ชุมชนตันหยงมะลิ
งบประมาณ
1. ค่าสมนาคุณวิทยากรกลุ่ม 2 คน X 300 บาท X1 ช.ม. X 5 วัน = 3,000 บาท
2. ค่าผ้าขาวม้า50 ผืน X 25 บาท = 1,250 บาท
รวมเป็นเงิน 4,250 บาท26 มีนาคม 2565 ถึง 30 มีนาคม 25654250.00 บาท -
กิจกรรมที่ 4 กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสาธิตเมนูอาหารลดหวาน มัน เค็ม เพื่อสุขภาพ
กลุ่มเป้าหมาย
- ประชาชนกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง จำนวน 50 คน
รายระเอียดกิจกรรม
-กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสาธิตเมนูอาหารลดหวาน มัน เค็ม เพื่อสุขภาพ
งบประมาณ
1. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 50 คนX25 บาท X2 มื้อ เป็นเงิน 2,500 บาท
2. ค่าอาหารกลางวัน 50 คน X50บาท X1 มื้อ เป็นเงิน 2,500 บาท
3. ค่าวัสดุจัดทำป้ายไวนิลศูนย์การจัดการสุขภาพในชุมชน เป็นเงิน 1,500 บาท
4. ค่าอาหารสาธิต 5 ครัวเรือนX200 บาทเป็นเงิน 1,000 บาท
รวมเป็นเงิน 7,500 บาท
กำหนดการกิจกรรม ดังนี้
เวลา 07.30-08.30 น. ลงทะเบียน/คัดกรอง ATK/คัดกรองเบาหวานความดัน/Post-test
เวลา 08.30-09.30 น. ตรวจ Body scan และวิเคราะห์ผลการตรวจสุขภาพ
เวลา 09.30-10.30 น. เปิดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องอาหารลดหวาน มัน เค็ม เพื่อสุขภาพ และอาหารโซนสี โดยนักโภชนาการและพยาบาลเฉพาะทางโรคไต
เวลา 10.00-12.00 น.การสาธิตเมนูอาหารลดหวาน มัน เค็ม เพื่อสุขภาพ โดยแบ่งกลุ่ม Work shop สาธิตเมนูอาหารลดหวาน มัน เค็ม เพื่อสุขภาพ 5 ครัวเรือน พร้อมบอกคุณค่าของอาหารแต่ละเมนูและทดสอบระดับความหวานและเค็มของอาหาร
เวลา 12.00-13.00 น.พักรับประทานอาหารกลางวัน
เวลา 13.00-14.00 น.สุ่มตรวจอาหารหวาน มัน เค็ม ใน 5 ครัวเรือนที่สาธิตเมนูอาหาร พร้อมกัน
เวลา 14.00-15.00 น.กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้อาหารเฉพาะโรคที่เหมาะสม โดยนักโภชนาการและพยาบาลเฉพาะทางโรคไต
เวลา 15.00-16.00 น.ถอดบทเรียนและมอบประกาศนียบัตรให้ผู้ที่สาธิตเมนูอาหารลดหวาน มัน เค็ม เพื่อสุขภาพ 5 ครัวเรือน
เวลา 16.00 น. ปิดกิจกรรม20 มิถุนายน 2565 ถึง 20 มิถุนายน 25657500.00 บาท -
กิจกรรมที่ 5 ติดตามความก้าวหน้าหลังให้ความรู้และติดตามเยี่ยมบ้านกลุ่มเสี่ยง กลุ่มป่วยโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคหลอดเลือดสมอง
กลุ่มเป้าหมาย
- ประชาชนกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง จำนวน 50 คน
รายละเอียดกิจกรรม
1. ติดตามประเมินความรู้โรคความดันโลหิตสูง เบาหวานและโรคหลอดเลือดสมอง
2. ติดตามเยี่ยมบ้านและสุ่มตรวจอาหารหวาน มัน เค็ม ในครัวเรือนกลุ่มเสี่ยง กลุ่มป่วยโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคหลอดเลือดสมอง
งบประมาณ
1. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 25 บาท X 50 คน x 2 มื้อ = 2,500 บาท16 กันยายน 2565 ถึง 16 กันยายน 25652500.00 บาท
สามารถถัวเฉลี่ยได้ทุกรายการ
- ประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้เรื่องโรคหลอดเลือดสมองที่ถูกต้องมีทักษะ สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการเสริมสร้างสุขภาพและป้องกันโรคที่เหมาะสม กลุ่มเสี่ยง กลุ่มป่วยได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องได้รับการรักษาตามแนวทางมาตรฐานการรักษาและมีสุขภาพดีอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสมองลดลง
- ประชาชนกลุ่มเป้าหมายสามารถดูแลตนเองในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเรื่องอาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ และการงดสูบบุหรี่ ดื่มสุราได้อย่างถูกต้อง
- อาสาสมัครประจำหมู่บ้านมีศักยภาพและความสามารถในการบริการเชิงรุกในชุมชนเพื่อประเมินสภาวะสุขภาพของครอบครัวและชุมชนได้
- ลดอัตราการเสียชีวิตและลดความพิการของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในชุมชนได้
