โครงการส่งเสริมสุขภาพจิตผู้สูงอายุ รพ.สต.บ้านฝาละมี
-
นส.โสพิศภักดีบำรุง
-
นายเสริมน้อยแก้ว
-
น.ส.นิยม ณ พัทลุง
-
นางบุญพา พรหมแก้ว
-
นางกัญญาภัคจิตรหมั้น
-
จำนวนผู้สูงอายุที่มี ADL น้อยว่า 11 คะแนน(คน)36.00
-
ร้อยละของผู้สูงอายุที่มีกลุ่มหรือสังกัดชมรม35.00
-
ร้อยละของผู้สูงอายุ ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (150 นาทีต่อสัปดาห์)36.00
-
จำนวนผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง(ADL น้อยว่า 11 คะแนน)ได้รับการจัดบริการดูแลระยาว(คน)36.00
-
จำนวนผู้สูงอายุที่ได้รับการคัดกรองแล้วมีภาวะซึมเศร้าและกังวล(คน)15.00
ปัจจุบันความก้าวหน้าด้านการแพทย์และสาธารณสุขส่งผลให้จำนวนและสัดส่วนของประชากร ผู้สูงอายุไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยโครงสร้างประชากรผู้สูงอายุ พบว่า ปัจจุบันประเทศไทย (19 กันยายน 2557) มีประชากร 64.9224 ล้านคน มีจานวนประชากรผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เท่ากับ 10.02 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 15.43 จานวนประชากรผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป เท่ากับ 6.70 ล้านคน คิดเป็น ร้อยละ 10.32 ซึ่งจากการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างประชากรของประเทศไทยที่ผ่านมา พบว่าสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเป็นลาดับ โดยอัตราของประชากรผู้สูงอายุไทยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยในปี พ.ศ. 2553 มีสัดส่วนผู้สูงอายุ อยู่ที่ร้อยละ 10.7 ของประชากรรวม หรือ 7.02 ล้านคน และในปี 2555 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 12.8 ของประชากรรวม (8.3 ล้านคน) ปัจจุบันประเทศไทยมีสัดส่วนของประชากรผู้สูงอายุ ร้อยละ14.7 (9.5 ล้านคน) และคาดการณ์ว่าในปี 2568 ประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุเกินกว่าร้อยละ 20 (14.4 ล้านคน) นั่นหมายถึงว่าประเทศไทยได้เป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย ได้ดำเนินงานพัฒนาตำบลต้นแบบด้านการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบันการดำเนินงานตำบลต้นแบบด้านการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวจึงเป็นกลไกขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านผู้สูงอายุของกระทรวงสาธารณสุขเพื่อช่วยผลักดันการดำเนินงานของภาคส่วนต่างๆ ให้มีระบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุทั้งในสถานบริการสุขภาพและในชุมชน โดยมีผู้สูงอายุกลุ่มที่พึ่งตนเองได้ ช่วยเหลือผู้อื่นชุมชน และสังคมได้ (ผู้สูงอายุกลุ่มที่ 1: ติดสังคม) รวมตัวกันเป็นชมรมผู้สูงอายุที่เข้มแข็งที่จะส่งเสริมสนับสนุน การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค และดูแลผู้สูงอายุกลุ่มที่พึ่งตนเองได้บ้าง ช่วยเหลือตนเองได้บ้าง (ผู้สูงอายุกลุ่มที่ 2: ติดบ้าน) และผู้สูงอายุกลุ่มพึ่งตนเองไม่ได้ ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ พิการ หรือทุพพลภาพ (ผู้สูงอายุกลุ่มที่3 : ติดเตียง) ให้เป็นผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีและอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพ ชมรมผู้สูงอายุ ร่มโพธิ์พัฒน์(บ้านฝาละมี)ได้ตระหนักถึงคุณค่าและสุขภาพของผู้สูงอายุในพื้นที่ รับผิดชอบ รพ.สต.บ้านฝาละมี รวมถึงเข้าใจ สภาพปัญหาต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุในทุกๆด้านดังที่กล่าวมาข้างต้น จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพจิตผู้สูงอายุรพ.สต.บ้านฝาละมี และจัดกิจกรรมต่างๆให้สอดคล้องกับสภาพความต้องการของผู้สูงอายุอำเภอปากพะยูน รวมถึงกลุ่มชมรมผู้สูงอายุในตำบลฝาละมีโดยเพิ่มแนวคิดในการดำเนินกิจกรรมเป็นแบบ “สังคมเพื่อคนทุกวัย และผู้สูงอายุยุคใหม่ ห่วงใยใส่ใจสุขภาพ” โดยมุ่งหวังให้เกิดการมีส่วนร่วมของครอบครัว ชุมชน องค์กรปกครองท้องถิ่น และหน่วยงานภาครัฐ ทั้งนี้ได้มุ่งเน้นในด้าน การส่งเสริมพัฒนาเกี่ยวกับสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจภูมิปัญญาของผู้สูงอายุและครอบครัว และเพื่อเป็นการส่งเสริมกิจกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุ การต่อยอด การพัฒนาผู้สูงอายุไปสู่เป้าหมาย ให้เป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพทางสังคม ภูมิปัญญา เศรษฐกิจ และสุขภาพ โดยไม่เป็นภาระต่อสังคมและครอบครัวต่อไป
-
เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการตรวจสุขภาพ95.00
เพื่อให้ผู้สูงอายุเข้าถึงบริการสุขภาพโดยได้รับการตรวจประเมินภาวะสุขภาพและสามารถดูแลตนเองได้ทั้งทางร่างกายและจิตใจ
-
เพื่อให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตดี อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข60.00
ผู้สูงอายุเข้าร่วมกิจกรรมออกกำลังกายและส่งเสริมสุขภาพจิต ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของผู้สูงอายุทั้งหมดในชุมชน
-
เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็ง และพัฒนาศักยภาพชมรมผู้สูงอายุ0.00
มีการดำเนินงานของชมรมผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่องทุกเดือน อย่างน้อย เดือนละ 1 ครั้ง
- ชมรมผู้สูงอายุผ่านเกณฑ์มาตรฐานชมรมผู้สูงอายุคุณภาพ
-
เพื่อให้ผู้สูงอายุได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความคิดเห็นทัศนะต่างๆ ร่วมกัน0.00
ผู้สูงอายุผู้เข้าร่วมโครงการร้อยละ 80 ได้ทำ กิจกรรมด้านศาสนาร่วมกัน
-
กลุ่มผู้สูงอายุ750
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพกายและจิตผู้สูงอายุ
จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพกายและจิตผู้สูงอายุในวันผู้สูงอายุ - ตรวจประเมินภาวะสุขภาพจิตผู้สูงอายุ - ให้ความรู้การส่งเสริมสุขภาพจิตในผู้สูงอายุ มีค่าใช้จ่ายดังนี้-ค่าอาหารว่าง และเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 100 คน ๆ ละ 25 บาทต่อมื้อจำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 2,500 บาท - ค่าสมนาคุณตอบแทนวิทยากรจำนวน 3 ชั่วโมงๆ 300 บาท เป็นเงิน 900 บาท- ค่าวัสดุ อุปกรณ์ การจัดทำโครงการเป็นเงิน 4,000 บาท - ค่าจัดทำป้ายไวนิลขนาด 2x3 ตร.ม.x200 จำนวน 1 ป้าย ป้ายละ 900 บาท เป็นเงิน 900 บาท-
10 เมษายน 2565 ถึง 16 เมษายน 2565มีผู้สูงอายุ เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 100 คน - ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนได้รับการตรวจประเมินสุขภาพกายและสุขภาพจิต
8300.00 บาท -
การจัดกิจกรรมสร้างสุขภาพในชุมชน
การจัดกิจกรรมสร้างสุขภาพในชุมชน - กิจกรรมค้นหาผู้สูงอายุสุขภาพดี - กิจกรรมเพื่อนเยี่ยมเพื่อน
1 เมษายน 2565 ถึง 31 สิงหาคม 2565ผู้สูงอายุ สุขภาพดี ต้นแบบจำนวน40 คน - ผู้สูงอายุได้รับการเยี่ยม ทุกราย เป็นค่าใช้จ่าย- ค่าของประกาศนียบัตร และรางวัลผู้สูงอายุ ต้นแบบ จำนวน 5 รางวัล ๆ 500 บาท เป็นเงิน 2,500 บาท - ค่าวัสดุบริโภคผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบาง จำนวน 3000 บาท
5500.00 บาท -
ประชุมจัดกิจกรรมผู้สูงอายุประจำเดือน
- ตรวจสุขภาพ,สภาวะสุขภาพ
- การส่งเสริมการออกกำลังกาย
- สวดมนต์,นั่งสมาธิ
- ความรู้/การดูแลตนเอง/โรคผู้สูงอายุ
1 มีนาคม 2565 ถึง 31 สิงหาคม 2565จัดกิจกรรมประชุมผู้สูงอายุประจำเดือนเดือนละ1 ครั้งจำนวน6 ครั้ง - ผู้สูงอายุ ร้อยละ 60 เข้าร่วมกิจกรรมสม่ำเสมอ --ค่าอาหารว่าง และเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 60 คน ๆ ละ 25 บาทต่อมื้อจำนวน 6 มื้อ เป็นเงิน 9,000 บาท
9000.00 บาท - ตรวจสุขภาพ,สภาวะสุขภาพ
1 ผู้สูงอายุมีความรู้ความเข้าใจ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพอนามัยของตนเอง ทั้งด้านโภชนาการ การฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและจิตใจ 2. ชมรมผู้สูงอายุในอำเภอปากพะยูน ให้ผ่านเกณฑ์ชมรมผู้สูงอายุคุณภาพ 3. ผู้สูงอายุได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความคิดเห็นทัศนะต่างๆ ร่วมกัน
