โครงการพฤติกรรมการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัยของเกษตรกร
-
นายเอนก กลิ่นรส ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งยาว
-
ร้อยละของเกษตรกรที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือดเกินมาตรฐานความปลอดภัย68.00
สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์ และสัตว์ กล่าวคือ จะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมองผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และตาซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่า เราจะรับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้ จึงแสดงอาการต่างๆ ขึ้นมาเช่นโรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อโรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกันเป็นต้น ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรม โดยมีพื้นที่ที่ใช้ในการเกษตรมากถึงร้อยละ ๘๐ของพื้นที่ทั้งหมดซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ ทำไร่อ้อย ทำไร่ข้าวโพด ทำสวน ปลูกพืชผักผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืช จึงกระจายและขยายเป็นวงกว้าง และยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงอยู่ จากข้อมูลดังกล่าว แสดงว่าเกษตรกร ยังคงมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งในการนำมาใช้นั้นได้มีการใช้อย่างไม่ถูกวิธีและขาดความรู้ จึงทำให้มีผลกระทบกับด้านสุขภาพโดยตรง ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งยาว จึงเล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเกษตรกร จึงได้จัดทำโครงการสำรวจความเสี่ยงจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกร ขึ้นเพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยง ได้รับการตรวจสุขภาพและเจาะเลือดเพื่อดูว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับใดเพื่อทำการเฝ้าระวังต่อไป
-
เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายทุกคนมีทักษะประเมินและเฝ้าระวังสุขภาพตนเอง อันเนื่องมาจากการใช้สารเคมีในเกษตรกร150.00
เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายทุกคนมีทักษะประเมินและเฝ้าระวังสุขภาพตนเอง อันเนื่องมาจากการใช้สารเคมี
-
เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงทุกคนจากการคัดกรองได้รับการรักษาพยาบาลเบื้องต้น102.00
กลุ่มเสี่ยงจากการคัดกรองได้รับการรักษาพยาบาลเบื้องต้นทุกคน
-
เพื่อลดความเสี่ยงสารเคมีตกค้างในเลอดลง ร้อยละ 80150.00
เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงลดความเสี่ยงสารเคมีตกค้างในเลอดลง ร้อยละ 80
-
กลุ่มวัยทำงาน150
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมเกษตรกรให้มีความรู้และมีทักษะในการเฝ้าระวังการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช
- ค่าวิทยากร จำนวน 1 คน เวลา 6 ชั่วโมง ๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท (3 หมู่บ้าน ๆ ละ 2 ชั่วโมง)
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 150 คน ๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน 3,750 บาท
22 เมษายน 2565 ถึง 22 เมษายน 2565- เกษตรกรที่ผ่านมีความรู้และมีทักษะในการเฝ้าระวังการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชทุกคน
7350.00 บาท -
ตรวจคัดกรองสารเคมีตกค้างในเลือดเกษตรกร
- ค่ากระดาษทดสอบหาปริมาณโคลีนเอสเตอเรส จำนวน 3 ชุด ๆ ละ 1,200 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
20 เมษายน 2565 ถึง 22 เมษายน 2565- เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจคัดกรองสารเคมีตกค้างในเลือดทุกคน
3600.00 บาท -
จัดบริการลดสารเคมีตกค้างในเลือดกลุ่มเสี่ยงฯโดยใช้ชาสมุนไพรรางจืด
- จัดบริการลดสารเคมีตกค้างในเลือดกลุ่มเสี่ยงฯโดยใช้ชาสมุนไพรรางจืด ทุกคน
13 พฤษภาคม 2565 ถึง 13 พฤษภาคม 2565- กลุ่มเสี่ยงฯมีระดับสารเคมีตกค้างในเลือดลดลงทุกคน
0.00 บาท
งบประมาณทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยกันได้
- กลุ่มเกษตรกรทุกคนมีทักษะประเมินและเฝ้าระวังสุขภาพตนเองอันเนื่องมาจากการใช้สารเคมี
- กลุ่มเสี่ยงฯที่ได้รับที่ได้รับการตรวจสารเคมีตกค้างในเลือดในรายที่มีภาวะเสี่ยงสูงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทุกคน
- กลุ่มเสี่ยงที่ผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมีระดับสารเคมีตกค้างในเลือดลดลง
