โครงการจัดบริการคลินิกใกล้บ้าน ลดเสี่ยง ลดโรค
-
นายเอนก กลิ่นรส ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งยาว
-
จำนวนผู้ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน130.00
-
2. จำนวนผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวานเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน30.00
ปัจจุบันปัญหาโรคเรื้อรังกำลังเป็นภัยคุกคามสุขภาพที่สำคัญของคนไทยเนื่องจากโรคเรื้อรังที่เมื่อเริ่มเป็นแล้วมักไม่หายขาดจะต้องให้การดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องเพื่อควบคุมอาการของโรคไม่ให้ลุกลามจนเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือเป็นอันตรายรุนแรงจากสถิติของกระทรวงสาธารณสุขพบว่าประชาชนไทยเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังมากขึ้นเรื่อยๆซึ่งโรคเรื้อรังที่พบมากได้แก่โรคหัวใจโรคความดันโลหิตสูงโรคเบาหวานจากการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่ามีผู้ป่วยโรคเรื้อรังโดยเฉพาะโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเพิ่มมากขึ้นทุกปีและจากข้อมูลการรักษาที่แผนกผู้ป่วยในของโรงพยาบาลพัทลุงด้วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีภาวะแทรกซ้อนต่างๆเพิ่มขึ้นทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นและผู้ป่วยเกิดความท้อแท้เหนื่อยหน่ายหมดกำลังใจจากการศึกษาและวิเคราะห์หาสาเหตุพบว่าสาเหตุที่ผู้ป่วยต้องกลับเข้ามารับการรักษาในแผนกผู้ป่วยในเป็นประจำเรียงตามลำดับความสำคัญดังนี้1) การเดินทางมารับบริการไม่สะดวกทำให้ผู้ป่วยขาดนัดและการรักษาไม่ต่อเนื่อง2) ผู้ป่วยขาดความรู้มีทัศนะคติและการปฏิบัติตัวไม่ถูกต้องทำให้การดูแลสุขภาพไม่ถูกต้อง3) ผู้ป่วยท้อแท้หมดกำลังใจจากการเจ็บป่วยทำให้ละเลยในการดูแลสุขภาพ4) ญาติครอบครัวและชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพน้อยดังนั้นกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลโคกชะงายร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งยาวจึงจัดทำโครงการให้บริการคลินิกผู้ป่วยโรคเรื้อรังโรคความดันโลหิตสูงโรคเบาหวานโรคเก๊าต์ในพื้นที่เขตบริการของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งยาวและใกล้เคียงกำหนดเดือนละ1ครั้งตรงกับวันศุกร์แรกของทุกเดือนโดยได้รับความร่วมมือจากพยาบาลเวชปฏิบัติเครือข่ายบริการปฐมภูมิหัวถนนคือโรงพยาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโคกชะงายโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้าน หัวถนนและทีมสหสาขาวิชาชีพโรงพยาบาลพัทลุงให้บริการดูแลผู้ป่วยและกระตุ้นให้ผู้ป่วยญาติชุมชนเห็นความสำคัญและร่วมกันดูแลสุขภาพผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่อไป
-
เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนต่างๆในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงและไขมันทุกราย80.00
กลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงและไขมันทุกราย ไม่พบภาวะแทรกซ้อน
-
เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมน้ำตาลได้ดี ร้อยละ 4040.00
ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมน้ำตาลได้ดี ร้อยละ 40
-
เพื่อให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมความดันโลหิตได้ดี ร้อยละ 5050.00
ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมความดันโลหิตได้ดี ร้อยละ 50
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง160
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ให้สุุขศึกษารายกลุ่มลดภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
- ให้สุุขศึกษารายกลุ่มลดภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
18 มีนาคม 2565 ถึง 29 กรกฎาคม 2565- ผู้ป่วยโรคเรื้อรังได้รับความรู้ ทักษะ ในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนทุกคน
0.00 บาท -
อบรมเชิงปฏิบัติการลดภาวะแทรกซ้อนในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน จำนวน 30 คนโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 130 คน (แบ่งเป็น 2 รุ่นๆละ 80 คน)
- ค่าวิทยากร จำนวน 1 คน เวลา 6 ชั่วโมง ๆ ละ 600 บาท 2 รุ่น เป็นเงิน 7,200 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน ผู้เข้าอบรม จำนวน 160 คน ๆ ละ 50 บาท เป็นเงิน 8,000 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ผู้เข้าอบรม จำนวน 160 คน ๆ ละ 2 มื้อ ๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน 8,000 บาท
13 พฤษภาคม 2565 ถึง 13 พฤษภาคม 2565- กลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน จำนวน 30 คนโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 130 คน ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อลดภาวะแทรกซ้อนทุกคน
23200.00 บาท -
ติดตามเยี่ยมและประเมินผล
- ติดตามเยี่ยมและประเมินผลผู้ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการโดยการสุ่มเยี่ยมเครื่องปรุงอาหารในครัว
15 มิถุนายน 2565 ถึง 15 มิถุนายน 2565- ผู้ป่วยโรคเบาหวานควบคุมน้ำตาลได้ดี ร้อยละ 40
- ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ควบคุมความดันโลหิต ได้ดี ร้อยละ 50
0.00 บาท -
ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
- จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้บุคคลตัวอย่างที่ควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ดี และความดันโลหิตได้ดี
22 มิถุนายน 2565 ถึง 22 มิถุนายน 2565- กลุ่มป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนลดลง ร้อยละ 50
0.00 บาท
งบประมาณทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยกันได้
- ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงทุกรายไม่มีภาวะแทรกซ้อน
- ผู้ป่วยโรคเบาหวานควบคุมน้ำตาลได้ดี ร้อยละ 40
- ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงควบคุมความดันโลหิต ได้ดี ร้อยละ 50
