อบรมให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติตนเข้าสู่เดือนรอมฎอนช่วงโควิค-19 มัสยิดนูรูลเตาเฟก หมู่ที่ 1 บ้านบาโงแคและ
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ) เดือนรอมฎอนเป็นเดือนอันประเสริฐยิ่งสำหรับชาวมุสลิมทั่วโลก เป็นเดือนที่มุสลิมถือศีลอดทั้งเดือน ด้วยเหตุนี้จึงเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า เดือนบวช และถือว่าเป็นเดือนที่สำคัญที่สุดเดือนหนึ่ง มุสลิมจะต้องอดอาหาร เพื่อที่จะได้มีความรู้สึกถึงคนที่ไม่ได้รับการดูแลจากสังคม เช่น คนยากจน เป็นต้น การถือศีลอด มาจากภาษา อาหรับว่า อัศ-เศามหรือ อัศ-ศิยาม ในทางภาษาหมายถึง การละ การงด การระงับยับยั้ง การควบคุม ครองตน เช่นการละความชั่ว ยับยั้ง สิ่งต่างๆที่เกิดจากอารมณ์ฝ่ายต่างๆ ส่วนความหมายในทางศาสนา หมายถึงการละเว้นการ บริโภคอาหาร เครื่องดื่ม การร่วมสังวาสระหว่างรุ่งสางจนตะวันลับขอบฟ้า งดเว้นการพูดจาโกหกเหลวไหลไร้สาระ เว้นจากการประพฤติชั่วทั้งโดยลับและเปิดเผย แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด – 19 ยังคงพบผู้ติดเชื้อ อย่างต่อเนื่อง และในเดือนเมษายน2565 นี้ จะตรงกับเดือนรอมฎอน ชาวมุสลิมเริ่มต้นการถือศีลอด ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้ทุกฝ่ายต้องพยายามดำเนินการตามมาตรการควบคุมการแพร่กระจายของไวรัส ไปพร้อมๆ กับการปฏิบัติตามหลักศาสนกิจสำคัญนี้อย่างเคร่งครัดขณะที่เดือนรอมฎอนเป็นที่รู้จักว่าคือ ช่วงเวลาที่ผู้นับถือศาสนาอิสลามจะมุ่งถือศีลอดตั้งแต่ช่วงเวลาพระอาทิตย์ขึ้น ถึงพระอาทิตย์ตก พร้อมๆ กับการสวดภาวนาและทำบุญไปด้วย เวลาค่ำคืนของเดือนนี้ยังเป็นโอกาสที่ชาวมุสลิมจะมารวมตัวกันเพื่อร่วมสังสรรค์รับประทานอาหารกันอย่างถ้วนหน้าแต่ด้วยสถานการณ์ วิกฤตการระบาดของโควิด-19ที่มุสลิมต้องปฏิบัติศาสนกิจการถือศีลอดและการทำกิจกรรมต่างๆ ในเดือนที่สำคัญยิ่งนี้ ซึ่งจะมีการรวมตัวกันเป็นหมู่คณะ ณ มัสยิด เคหสถาน หรือสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ และในสถานการณ์ที่ยังคงพบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่องนี้ ทำให้ต้องจำกัดกิจกรรมบางอย่าง ขณะที่ผู้ที่เกี่ยวข้องยังกังวลว่า พิธีกรรมต่างๆ ที่เป็นกิจกรรมของคนหมู่มากจะนำมาซึ่งการพุ่งขึ้นของอัตราการติดเชื้ออีกครั้งสิ่งที่น่าเป็นกังวลสำหรับข้อปฏิบัติด้านสาธารณสุขคือการกลับมารวมตัวกันของญาติพี่น้องเพื่อนฝูงเพื่อรับประทานอาหารและทำพิธีละหมาดร่วมกันที่มัสยิดในช่วงเดือนรอมฎอน รวมถึงยังมีชาวมุสลิมบางกลุ่มที่ยังคงยึดถือการบ้วนน้ำลายทิ้งในช่วงถือศีลอด จนอาจเป็นสาเหตุทำให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสกลับมาแพร่กระจายได้ในวงกว้างอีกครั้งดังนั้นมัสยิดบ้านบาโงแคและจึงได้จัดทำโครงการอบรมให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติตนเข้าสู่รอมฎอนช่วงโควิค เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติตนของประชาชนชาวมุสลิมในเดือนรอมฏอนช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019ที่มิได้เป็นอุปสรรคให้งดการถือศีลอดแต่ประการใด
-
เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ในการปฏิบัติตนในเดือนรอมฎอนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)80.00
ประชาชนสามารถปฏิบัติตนในเดือนรอมฎอนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
-
เพื่อให้ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรังสามารถปฏิบัติตนในเดือนรอมฎอนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้อย่างเหมาะสม80.00
ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรังสามารถปฏิบัติในเดือนรอมฎอนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมอบรมให้ความรู้แก่ประชาชน
ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 6 ชม.ๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 100 คนๆละ 50 บาท เป็นเงิน 5,000 บาท
ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม จำนวน 100 คนๆ ละ 25 บาท 2 มื้อ เป็นเงิน 5,000บาท
ค่าป้ายไวนิว ขนาด 1 * 3 เมตรๆละ 250 บาท เป็นเงิน 750 บาท
1 มีนาคม 2565 ถึง 30 กันยายน 2565ประชาชนมีความรอบรู้ในการปฏิบัติตนในเดือนรอมฎอนช่วงวิกฤติโควิค COVID-19
ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรังสามารถปฏิบัติตนที่เหมาะสมในเดือนรอมฏอนช่วงวิกฤติโควิค
14350.00 บาท
- ประชาชนมีความรอบรู้ในการปฏิบัติตนในเดือนรอมฎอนช่วงวิกฤติโควิค COVID-19
- ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรังสามารถปฏิบัติตนที่เหมาะสมในเดือนรอมฏอนช่วงวิกฤติโควิค
