โครงการ ป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตำบลมาโมง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส ปีงบประมาณ 2565
เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีการแพร่ระบาดในวงกว้างไปทั่วโลก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น องค์การอนามัยโลก (WHO)ได้ประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศสำหรับประเทศไทยเองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 กระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศให้เป็นโรคติดต่ออันตราย ตั้งแต่ วันที่ 1 มีนาคม 2563 เป็นต้นมา ได้ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างกว้างขวาง รุนแรงและต่อเนื่อง ทั้งด้านสุขภาพ ระบบบริการสาธารณสุข เศรษฐกิจสังคม และความมั่นคงของประเทศศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินการป้องกันโรคไวรัสโคโรนา COVID-19 ทุกระดับ มีการบริหารจัดการทรัพยากรภายใต้ข้อจำกัดและขาดแคลน โดยพิจารณาอย่างรอบด้านทุกมิติและประสานเชื่อมโยงเพื่อนำไปสู่การคิดมาตรการและข้อเสนอเชิงนโยบายในการปกป้องสุขภาพคนไทยทุกคน ปัจจุบันสถานการณ์ในประเทศไทยเริ่มดีขึ้นตามลำดับ โดยในระยะเวลาที่ผ่านมาประเทศไทยถือได้ว่าสามารถบริหารจัดการวิกฤติโควิค – 19 ได้อย่างดีจนเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก
การใช้แนวทางมาตรการการป้องกันควบคุมโรค เช่น คัดกรองและเฝ้าระวังโรค กักตัวผู้มีความเสี่ยง รักษาระยะห่างระหว่างบุคคล สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า งดจัดกิจกรรมที่รวมกลุ่มคนจำนวนมาก ทำความสะอาดสถานที่และพื้นผิวสัมผัส การรณรงค์ประชาสัมพันธ์การฉีดวัคซีนให้ได้ครอบคลุมมากกว่าร้อยละ 80 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่เป็นเกราะป้องกัน ในการลดความรุนแรงของโรค การเฝ้าระวังป้องกันโรค COVID-19 จึงจำเป็นต้องมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักในการฉีดวัคซีนและการดูแลเฝ้าระวัง การปฏิบัติตนอย่างเข็มงวด ด้วยมาตรการส่วนบุคคล มาตรการสำหรับองค์กร(COVID Free Setting) และ Universal Prevention (การป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล)
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสว.นอก รับผิดชอบ ดูแลเกี่ยวกับภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข และการควบคุมป้องกันโรคพื้นที่ตำบลมาโมง จำนวน 2 หมู่บ้าน (หมู่ 9 บ้านราษฎร์พัฒนา หมู่ 10 บ้านสามซอย)ประชากร จำนวน 983 คน มีจำนวน 214 หลังคาเรือน จากสถานการณ์โรคโควิด–19 (ในเขตรับผิดชอบ)ข้อมูล ณ วันที่ 26 มิถุนายน 2564 ถึงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2564 มีผู้ป่วยยืนยันสะสม จำนวน 33 ราย ผู้สัมผัสเสี่ยงกักตัวที่ HQ จำนวน 111 ราย ดำเนินการฉีดวัคซีนโควิด-19 ไปแล้ว ร้อยละ 88.44ดังนั้น เพื่อการป้องกันและการควบคุมโรคโควิด –19ไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดขึ้นในพื้นที่ตำบลมาโมง จึงจำเป็นต้องรณรงค์ประชาสัมพันธ์ เชิญชวนให้ประชาชนได้ฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมเพิ่มมากขึ้น ตามแผนและแนวทางการฉีดวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งมีโอกาสติดเชื้อมากกว่าบุคคลทั่วไป การเสริมพลังให้บุคคล ครอบครัว ชุมชน นำมาตรการส่วนบุคคล มาตรการสำหรับองค์กร มาใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในการดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากโรค COVID-19 และลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต สามารถปรับตัวอยู่ในสังคมได้ในแบบวิถีชีวิตใหม่ได้อย่างปกติสุข ต่อไป
-
เพื่อป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 201933.000.00
ไม่พบอัตราการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รายใหม่
-
เพื่อให้ประชาชนและเครือข่ายสุขภาพ มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ ในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และสามารถให้การดูแลแนะนำประชาชนในชุมชนได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ786.0080.00
ประชาชนและเครือข่ายสุขภาพ มีความรู้ ความเข้าใจ ในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
-
เพื่อเสริมพลังให้บุคคล ครอบครัว ชุมชน ได้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา786.0080.00
บุคคลในครอบครัว ชุมชน มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน106
-
กลุ่มวัยทำงาน394
-
กลุ่มผู้สูงอายุ108
-
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด2
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง15
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
การสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ด้วยวัคซีนป้องกันโรคโควิค 19
1.สำรวจจำนวนกลุ่มเป้าหมายที่ต้องฉีดวัคซีนไวรัสโคโรนา 2019 แยกตามกลุ่มเป้าหมาย รายหมู่บ้าน
-กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้มีโรคประจำตัว 7 โรค หญิงตั้งครรภ์ อายุ 12-18 ปี 19-59 ปี
2.วิเคราะห์ข้อมูล จำแนกชนิดวัคซีน จำนวนที่กลุ่มเป้าหมายได้รับวัคซีน เข็ม 1 เข็ม 2 เข็ม 3 และผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน
3.บริหารจัดการวัคซีน จัดทำแผนการฉีดวัคซีน (เข็ม 1 และเข็มกระตุ้น)
4.สื่อสาร ประชาสัมพันธ์ วัน เวลา สถานที่ ฉีดวัคซีน
5.เดินเคาะประตูบ้าน เพื่อเชิญชวนติดตามกลุ่มเป้าหมายให้มาฉีดวัคซีนตามแผน
งบประมาณ
1.ค่าอาหารกลางวัน อาหารว่างและเครื่องดื่ม อสม.ที่มาช่วยงานฉีดวัคซีน
-ค่าอาหารกลางวัน อสม.จำนวน 14 คน x 50 บาท x 4 ครั้ง เป็นเงิน 2,800 บาท
-ค่าอาหารว่าง อสม.จำนวน 14 คน x 25 บาท x 4 ครั้ง เป็นเงิน 1,400 บาท
2.ค่าน้ำดื่มสำหรับผู้มาฉีดวัคซีน ขนาด 350 ml จำนวน 50 โหล x 40บาท เป็นเงิน 2,000 บาท
22 เมษายน 2565 ถึง 31 สิงหาคม 2565ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับการฉีดวัคซีนโควิค 19 ครอบคลุมตามแผน มากกว่า ร้อยละ 80
6200.00 บาท -
2 สื่อสาร ประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนและเครือข่าย มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ ในการป้องกันควบคุมโรคโควิค 19
1.ให้ความรู้อสม.และเครือข่ายเพื่อให้สามารถไปดูแล แนะนำส่งเสริมประชาชนในชุมชนให้มีความเข้าใจใน มาตรการ การควบคุมป้องกันโรค สามารถนำไปปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพดังนี้ -มาตรการส่วนบุคคล Universal Prevention (การป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล) -มาตรการสำหรับองค์กร(COVID Free Setting) ที่เกี่ยวข้อง (ศพด. มัสยิด ร้านชำ แผงลอยจำหน่ายอาหาร) 2.ให้ความรู้ “การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโควิด-19 ด้วยสมุนไพรไทย” 3.จัดซื้อวัสดุควบคุมป้องกันโรคเพื่อสนับสนุนเครือข่ายให้ดำเนินการปฏิบัติตามแนวทางมาตรการป้องกันโรค ส่วนบุคคลและพื้นที่ COVID Free Setting (อสม. หมู่บ้าน ศพด. รร.สอนศาสนา มัสยิด)
งบประมาณ 1.ค่าเครื่องดื่ม อาหารว่าง วันประชุม อสม. -ค่าอาหารว่าง อสม.จำนวน14คน x 25 บาท x 1 ครั้งเป็นเงิน350บาท 2.ค่าวัสดุควบคุม ป้องกันโรค -แท่นวางแอลกอฮอล์แบบเท้าเหยียบ จำนวน3ตัว X 1,000 บาท เป็นเงิน3,000 บาท -แอลกอฮอล์75 % สำหรับล้างมือขนาด 450 mlจำนวน 50 ขวด x 70 บาทเป็นเงิน3,500 บาท
ขนาด 5ลิตร จำนวน 10 แกลลอน x 350 บาทเป็นเงิน3,500 บาท
-ถุงมือยางจำนวน 12 กล่อง x 200 บาท เป็นเงิน2,400 บาท3 พฤษภาคม 2565 ถึง 29 กรกฎาคม 25651.ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถนำมาตรการ การควบคุมป้องกันโรคไปปฏิบัติในการดูแลตนเอง ได้อย่างถูกต้องและมีประสทธิภาพ 2.ประชาชนมีความรู้และมีแนวทางการป้องกันโรคโควิค 19 ด้วยสมุนไพรไทย 3.ประชาชนและเครือข่ายในชุมชน มีเครื่องมือและวัสดุพร้อมสำหรับการปฏิบัติงานควบคุมป้องกันโรค
12750.00 บาท -
เสริมพลังให้บุคคล ครอบครัว ชุมชน ได้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อย่างเคร่งครัด
1.ประสานความร่วมมือกับผู้นำชุมชนในพื้นที่ในการออกมาตรการทางสังคม เพื่อออกกฎระเบียบ
เชิงบังคับในการเข้ารับบริการในสถานที่ชุมชน ดังนี้
-งดบริการสำหรับบุคคลไม่ปฏิบัติตามมาตรการ สำหรับการเข้ารับบริการในที่สาธารณะ หน่วยงานราชการ
-การปรับสิ่งแวดล้อมในพื้นที่สาธารณะ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียนสอนศาสนา มัสยิด ร้านชำ ให้เป็นพื้นที่ COVID Free Setting
3 พฤษภาคม 2565 ถึง 29 กรกฎาคม 2565ประชาชนให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามมาตรการ ในการดูแลป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากโรคโควิค 19
0.00 บาท
1.ประชาชนและเครือข่ายสุขภาพ มีความรู้ ความเข้าใจ ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามมาตรการส่วน บุคคล มาตรการสำหรับองค์กร มาใช้เป็นแนวทางในการดูแลป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากโรค COVID-19 สามารถปรับตัวอยู่ในสังคมได้ในแบบวิถีชีวิตใหม่ได้อย่างปกติสุข 2.ลดการเกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นที่
